mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เอสเอ็มอีแบงก์จัดมหกรรม“เติมเงินทุนฯ”หนุนผู้ประกอบการเข้าถึงความช่วยเหลือแบบครบวงจร

SME Development Bank จัดโรดโชว์แดนใต้ ในงาน “เติมเงินทุน SMEs มุ่งสู่มาตรฐานเทคโนโลยี 4.0” เสริมเขี้ยวเล็บให้ธุรกิจ SMEs หลังผลโพล์ชี้ชัด ธุรกิจฟื้นตัวชัดเจนและเตรียมแผนลงทุนตั้งแต่ต้นปีหน้า ด้าน ม.หอการค้า หนุน ธพว. ใช้ข้อมูลยกระดับ SMEs เพิ่มขีดความสามารถสู่ยุค Thailand 4.0   

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. SME Development Bank) กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs จัดทำโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ระบุว่า SMEs ไทยในขณะนี้ฟื้นตัวแล้ว โดยผู้ประกอบการทางภาคใต้ มีสัดส่วนถึง 53% ตัดสินใจลงทุนตั้งแต่ครึ่งปีแรกของปี 2561 

ทั้งนี้ หากประเมินผลการสำรวจข้อมูลทางแล้ว พบว่า ภาคใต้ถือเป็นภูมิภาคที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวของ SMEs สูงสุด ธพว. ในฐานะเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา จะเร่งนำผลการสำรวจดังกล่าวไปต่อยอดพัฒนาแก่ผู้ประกอบการให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงปฎิบัติตามพันธกิจของธนาคาร เน้นให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เข้าถึงแหล่งทุน รองรับการก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ผลักดันให้เศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) เข้มแข็งในอนาคต ทั้งนี้ ธนาคารได้เตรียมกิจกรรมเพื่อเสริมศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ อาทิ แนะนำการใช้คูปองสำหรับตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจาก Central Lab Thai  (แล็บประชารัฐ) สร้างมาตรฐานสินค้าให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และบริการอบรมการใช้โปรแกรมทางบัญชี "ERP on Cloud" บนสมาร์ทโฟน ช่วยให้การบริหารบัญชีทำได้จากทุกมุมโลก รองรับมือกับมาตรฐานบัญชีใหม่โดยจะมีผลต่อการยื่นขอพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงินตามเกณฑ์รายได้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1ต.ค.2561

 ภายในงาน ธนาคารได้นำแนวคิดการให้บริการแบบ “7:1:0” โดย 7 ตัวแรกคือ พร้อมอนุมัติสินเชื่อภายใน 7วัน, 1 คือ เบิกจ่ายวงเงินถึงมือภายใน 1 วัน และ 0 คือ ฟรีค่าธรรมเนียม 0% นำร่องในสินเชื่อแฟคตอริ่ง (Factoring) “ทั่วไทยเบิกจ่ายในวันเดียว (ระยะที่2)”ช่วยเครดิตการค้า สภาพคล่องไม่สะดุดธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับการสำรวจของทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ต้องการเน้นในเรื่องสภาพคล่อง และการรวบรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ผู้ประกอบการสามารถเลือกได้ตรงตามความต้องการ อาทิ กองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) วงเงิน 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลาชำระคืน 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 ปีแรกและไม่ต้องมีหลักประกัน

 สินเชื่อ Transformation Loan วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนขยาย หรือปรับปรุงกิจการระยะเวลากู้ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 คงที่ 3% และปีที่ 4-7 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี (ตามประกาศของธนาคาร) วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 15 ล้านบาท กรณีกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถใช้ บสย. ช่วยค้ำประกันได้ วงเงินกู้เกิน 5 ล้านบาท สามารถใช้หลักประกันตามเกณฑ์ปกติของธนาคารเฉพาะประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, สินเชื่อสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชุมชน วงเงิน 7,500 ล้านบาท (ฟรีค่าธรรมเนียมจาก บสย. 4 ปี) สำหรับบุคคลธรรมดา กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท นิติบุคคล กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ยืมนาน 7 ปี ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR -1.5 ต่อปี ปีที่ 2 เป็นต้นไปหากใช้หลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคาร คิดอัตราดอกเบี้ย MLR -1.0 ต่อปี

 อย่างไรก็ดี การจัดมหกรรมโดยเจาะรายภูมิภาคครั้งนี้ เป็นไปตามพันธกิจของธนาคาร ที่ต้องการเน้นพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ทั้งเข้าถึงแหล่งทุน ยกระดับการท่องเที่ยวควบคู่กับการทำการตลาดแบบเล่าเรื่อง (Story telling) สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวจนประสบความสำเร็จ อาทิ       “แพ 500 ไร่”จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนั้นด้วยศักยภาพของภาคใต้ที่ใช้การท่องเที่ยว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัว ผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับ เพิ่มมูลค่าสินค้าสามารถรับบริการได้ในงาน

 “ต้องยอมรับว่าภาคใต้นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ แม้เกิดวิกฤติสามารถฟื้นตัวได้เร็ว จากเหตุการณ์น้ำท่วมต้นปี มีลูกค้าของธนาคารที่ได้รับผลกระทบถึง 8,000 ราย แต่มีเพียง 10% เท่านั้นที่ขอรับบริการสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ เนื่องจากภาคใต้ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาจากการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน ธนาคาร จึงได้เตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว วงเงิน 7,500 ล้านบาทแล้ว”

นายมงคล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มหกรรม “เติมเงินทุน SMEs มุ่งสู่มาตรฐาน เทคโนโลยี 4.0” แบ่งการจัดงานออกเป็น 6 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 3-15 พฤศจิกายน 2560 ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.60 ณ ห้องเกาะกลาง โรงแรมกระบี่ ฟร้อนท์เบย์รีสอร์ท จ.กระบี่, ครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 4 พ.ย.60 ณ ห้องนครรินทร์ บอลลูม โรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง, ครั้งที่ 3 วันศุกร์ที่ 10 พ.ย.60 ณ ห้องอภัยนุราช2 โรงแรมสินเกียรติ บุรี โฮเต็ล จ.สตูล, ครั้งที่ 4 วันเสาร์ที่ 11 พ.ย.60 ณ ห้อง จุติ เอ โรงแรมหรรษา เจบี (หาดใหญ่) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, ครั้งที่ 5 วันจันทร์ที่ 13 พ.ย.60 ณ ห้องอรพินธ์ โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช และครั้งที่ 6 วันพุธที่ 15 พ.ย.60 ณ ห้องทับทิม2 โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี    ทุกงานผู้ประกอบการสามารถสมัครเข้าจำหน่ายสินค้าในงาน“ตลาดคลองผดุงกรุงเกษมฯ” ภายในวันที่ 4-24 ธันวาคม 2560 ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายพร้อมกันนี้ด้วย

ด้าน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวตอกย้ำถึงสถานการณ์ SMEs ว่า ขณะนี้ธุรกิจ SMEs 68.8% ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดแล้ว และจะเริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2561 ดังนั้นมาตรการภาครัฐควรเข้ามาเสริม คือ ต้องช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น เนื่องจากผลสำรวจพบว่า SMEs 1 รายจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยสูงถึง 1.36 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการต้องการสินเชื่อสูงถึง 72% หาก ธพว. นำผลวิจัยไปต่อยอดเชิงปฏิบัติได้ จะถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะการที่สถาบันการเงินหลักที่มีหน้าที่ดูแลผู้ประกอบการ SMEs มีข้อมูลเชิงลึก ทำให้การช่วยเหลือผู้ประกอบได้รวดเร็ว เนื่องจากมี SMEs บางรายที่เมื่อขอสินเชื่อแล้วกลับขาดส่งเงินต้นและดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.4 เดือน หากดูแลปัญหาจุดนี้จะช่วยให้โอกาสเกิดหนี้เสียจากธุรกิจ SMEs จะน้อยลงไปด้วย

 อย่างไรก็ดี หากมองภาวะเศรษฐกิจ หรือ GDP ของ SMEs ปี 2560 ขยายตัวที่ 4.5% โดยธุรกิจขนาดย่อมจะขยายตัว 4.4% ธุรกิจขนาดกลางขยายตัว 4.9% และธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัว 5.1% ถือเป็นการขยายตัวในทิศทางดีขึ้นจากเดิมที่คาดว่า SMEs จะขยายตัวได้เพียง 4.2% (บนพื้นฐานของจีดีพี ที่ขยายตัว 3.9%) ขณะที่ทางศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่า GDP ของธุรกิจ SMEs ในระยะยาว ตั้งแต่ปี 2561-64 จะปรับตัวดีขึ้นจาก 4.4% เป็น 4.6%, 4.9% และ 5.4% ตามลำดับ ถือเป็นการเติบโตสูงในรอบหลายปีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และคาดว่าเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ปี 2561-64 จะขยายตัวจากฐานปี 2560 ที่ 3.9% เพิ่มเป็น 4.2%, 4.5%, 4.7% และ 5.1%ตามลำดับ นับเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News