mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สสว.จับมือเครือข่าย ไทย-เทศ ตอบโจทย์ MSMEsโดยใช้ประโยชน์เวทีเอเปค

สสว.จับมือเครือข่าย ไทย-เทศ ตอบโจทย์ MSMEsโดยใช้ประโยชน์เวทีเอเปคจัดงานประชุม / สัมมนา / Workshop /Pitching ดึงต่างชาติยกระดับความรู้ดันSMEs ไทยเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลและเข้าสู่ตลาดโลก

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่าในระหว่างวันที่ 4 – 7 มิถุนายน 2561สสว. ร่วมมือกับหลายเครือข่ายจากทั้งในและต่างประเทศ เช่น สถาบันคีนันแห่งเอเซีย / SMEA ไต้หวัน ฯลฯ จัดงานการประชุม / สัมมนา / Workshop / Pitching สำหรับกลุ่ม Start ups โดยทุกงานจะมีผู้แทนหน่วยงานส่งเสริม SMEs ตัวแทนผู้ประกอบการ SMEsไทย-ต่างประเทศและทีม Start ups จากเขตเศรษฐกิจต่างๆ จากเอเปครวมทั้งไทย เข้าร่วมด้วยตลอดทั้ง 4 วัน

โดยในเวทีการประชุม  Asia-Pacific Economic Cooperation: APECกรอบด้านSMEs ที่ สสว. เป็นผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมทุกๆ ปีนั้น  ปีนี้ สสว. ได้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นการปรับตัวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตัล (Digital Economy) ของ SMEs ที่มีหลายมิติที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการใช้ประโยชน์จากการทำธุรกิจบน E-commerce ด้านการเงิน เช่น Transaction / Online Payment / ด้าน Logistics ด้านการขาย Online ด้านการประชาสัมพันธ์ การ Order สินค้า เป็นต้น

ทั้งนี้ สสว. ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพดำเนินการ และเสนอโครงการรับทุนจากAPEC เพื่อนำมาจัดทำโครงการตอบรับกับประเด็นดิจิตัลฯ ข้างต้น และรวมถึงการร่วมดำเนินงานกับเขตเศรษฐกิจต่างๆ เป็นเจ้าภาพร่วม เช่นกัน ทำให้ในปีนี้  สสว. สามารถนำกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายตลอด 4 วัน ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ดังนี้

  1. วันที่ 4-5 มิถุนายน 2561 –การสัมมนา / การประชุมเชิงปฏิบัติการ “APEC Riding the Wave of the E-commerce Trend: Emerging and Expanding Business Options for MSMEs” (Micro, Small, and Medium Enterprises)

 

  1. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 - การจัดประชุมเสวนา “APEC SME O2O (Online-to-Offline) Forum” ที่รวมการ Pitching ของ Start up จากไทยและต่างประเทศ ในช่วงบ่าย
  2. วันที่ 7 มิถุนายน 2561 –กิจกรรมประชุมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “APEC SME Digital Resilience Training Workshop”

 สำหรับงานแรก คือ งาน “APEC Riding the Wave of the E-commerce Trend: Emerging and Expanding Business Options for MSMEs”ในวันที่ 4-5 มิถุนายนฯ เป็นการร่วมจัดงานของ สสว. กับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ภายใต้งบประมาณการสนับสนุนจากAPEC ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานฯ และกล่าวบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สำหรับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อยในกลุ่มเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองการเข้าถึงเศรษฐกิจยุคดิจิทัลและการยกระดับเข้าสู่ตลาดโลกสำหรับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSMEs) และการยกระดับธุรกิจสู่สากล โดยการระบุความต้องการของกิจการ MSME เพื่อให้เข้าถึงเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลได้ดีขึ้น ขยายโอกาสในการเข้าสู่ตลาดโลก และจัดทำข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคเพื่อใช้ในการพัฒนานโยบายส่งเสริมกิจการ MSME เพื่อนำเจ้าของกิจการ MSME นักธุรกิจ และผู้กำหนดนโยบายมารวมกันเพื่อเรียนรู้และสร้างเครือข่ายร่วมกันกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอาทิ นายรวิศ หาญอุตสาหะ- บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด / นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุจาก TARAD.comผู้ดำเนินรายการมากด้วยประสบการณ์ และนายเฉลิมพล ตู้จินดาผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย - Software Park เข้าร่วมอภิปรายกลุ่ม รวมถึงจะมีการศึกษาดูงานที่บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง JD Central ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง JD.comและบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ด้วย ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารวมงานได้เข้าใจถึงการตลาด โลจิสติกส์ ระบบการจ่ายเงินออนไลน์ และสภาพแวดล้อมทางนโยบายรัฐ

“การเข้าสู่ E-Commerce นั้นมีความสำคัญต่อกิจการ MSME อย่างมาก ซึ่งผู้ประกอบการหลายท่านตระหนักถึงดีแต่อาจไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐเองก็จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการส่งเสริม E-Commerce แบบตรงวัตถุประสงค์ ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงสอดคล้องกับโครงการ SMEs Go Online และประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วย ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าความพยายามส่งเสริมกันและกันให้ปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขัน เพราะจะเป็นการเสริมสร้างรากฐานสู่อนาคตแห่งความเจริญมั่งคั่งร่วมกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค APEC ” นายสุวรรณชัยฯ กล่าว

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “จากการทำงานวิจัยของสถาบันคีนันฯ พบว่า ปัจจุบัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้น มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่องและมากกว่าร้อยละ 90 ของธุรกิจในเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นกิจการ MSME ทำให้การสนับสนุนให้กิจการ MSME สร้างฐานลูกค้าออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการในการขยายธุรกิจของตนเองไปยังช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ จากการทำวิจัย พบว่า ร้อยละ 72ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตใช้โซเชียลมีเดีย และร้อยละ 71 ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้น แนวทางการขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม เช่น Facebook หรือการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้น จะเป็นการเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการเติบโตของธุรกิจที่ดำเนินกิจการโดยเยาวชนและผู้หญิง​

โลกดิจิตอล คือ ตลาดขุมทรัพย์ของผู้ประกอบการ SMEs เพราะเป็นแหล่งชุมนุมของผู้บริโภค (Digital Consumers) ที่มีอัตราเติบโตสูงมากและมีอนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ผู้คนกว่า 3.6 พันล้านคน หรือ 51% ของประชากรโลกพากันใช้อินเทอร์เน็ตกันอย่างกว้างขวาง และมากกว่า 1.8 พันล้านคน กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคตามผลสำรวจของ Euro Monitor International เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในเวลาเดียวกัน คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมหาศาล จำนวนมากกว่า 57 ล้านราย และใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone มากถึง 40 ล้านรายตามผลสำรวจของ Hootsuit และ Wearesocial เมื่อปลายเดือนมกราคมปีนี้”

ดังนั้น โลกดิจิตอลจึงเป็นแหล่งชุมนุมของผู้บริโภคจากทั่วโลก ซึ่งผู้ประกอบการ SMEs ต้องรุกเข้าไป โดยจะต้องเร่งปรับกระบวนธุรกิจของตนให้หยั่งรากลึกในโลกดิจิตอล (Digitalization) และต้องผนวกตัวเข้าอย่างแนบเนียน ซึ่งการเน้นที่จะทำให้ Platform ทั้ง Online และ Offline มีความเชื่อมโยงอย่างไร้ตะเข็บรอยต่อ คือโมเดลธุรกิจที่ทรงคุณค่า เพื่อเพิ่มความสนุกแก่ Journey ของผู้บริโภคที่เข้ามาเพลิดเพลินกับการจับจ่ายใช้สอยในจักรวาลแห่งไซเบอร์ ให้สมกับที่โลกดิจิตอลเป็นสวรรค์ของนักช้อป เพราะมีระดับราคาที่แสนถูก มีความสะดวก มีขั้นตอนซื้อขายที่ง่ายๆ แถมด้วยข่าวสารข้อมูลและเกร็ดความรู้​

สำหรับกิจกรรมที่ 2 และ 3 เป็นความร่วมมือระหว่าง สสว. และ SMEA ไต้หวัน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมในการประชุมเชิงปฏิบัติการ กิจกรรมวันที่ 6 มิถุนายนฯ การจัดประชุมเสวนา “APEC SME O2O (Online-to-Offline) Forum”และวันที่ 7 มิถุนายนฯ กิจกรรมเวิร์คช็อปหัวข้อ “APEC SME Digital Resilience Training Workshop”สสว. ได้เตรียมโปรเจ็กต์ Digitalization มานำเสนอแก่ผู้ประกอบการ SMEs ในไทยผ่านกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตื่นตัวรุกเข้าปักหลักในโลกดิจิตอล อันจะช่วยลดต้นทุนการค้าขายและค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงลูกค้าโดยให้บริการที่ดีเด่นและโดนใจ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถให้แข่งกับรายใหญ่ได้ทั่วโลก โดยใช้โมเดลธุรกิจ O2O (Online to Offline)

นางสาวเป่ยตี้ อู้ รองผู้อำนวยการใหญ่ SMEAกล่าวถึงความสำคัญของกิจกรรมว่า“การรับเทคโนโลยีดิจิตอลไปใช้นั้น เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของ SMEsขณะที่ Platform ของเครือข่ายแห่งโลกไซเบอร์ช่วยเชื่อมโยงตลาดโลกและสังคมทั้งมวล SMEs จะได้รับโอกาสมากมาย พร้อมกับต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

“ผู้ที่ทำ Digital Transformation เปลี่ยนแปลงกระบวนธุรกิจเข้าสู่โลกไซเบอร์ จะได้รับประโยชน์ตั้งแต่การลดต้นทุนในการค้าขาย และต้นทุนในการติดต่อลูกค้า ไปจนถึงการได้รับโอกาสดีขึ้นในอันที่จะแข่งกับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่า ในอีกด้านหนึ่ง ในเมื่อฝ่ายลูกค้ามีทางเลือกที่มากขึ้นเมื่อมีการซื้อขายในเครือข่ายดิจิตอลซึ่งไปถึงกันได้ทั่วโลก ความต้องการบริการที่ดีขึ้น มีความสะดวกมากขึ้น ก็จะขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง  สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงกระบวนธุรกิจเข้าสู่โลกไซเบอร์ นอกจากจะเป็นยุทธศาสตร์ที่เสริมแกร่งให้แก่ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันแล้ว ยังเป็นทิศทางที่ SMEs ต้องทำเพื่อรักษาธุรกิจให้รุ่งเรืองและยั่งยืน” นางสาวเป่ยตี้ อู้กล่าว

สำหรับการประชุมเสวนา APEC SME O2O (Online-to-Offline) Forum ถือว่าเป็นกิจกรรมไฮไลต์ เน้นในส่วนของการอภิปรายกลุ่มเพื่อเจาะลึกถึงโอกาสและความท้าทายที่ SMEs จะได้รับและจะต้องเผชิญเมื่อปรับเปลี่ยนกระบวนธุรกิจเข้าสู่ตลาดดิจิตอลในโลกไซเบอร์ ตลอดจนมาตรการที่จะต้องดำเนินการเพื่อนำศักยภาพทางธุรกิจของผู้ประกอบการและตัววิสาหกิจมาใช้ในสภาพแวดล้อมใหม่ซึ่งมีโอกาสความสำเร็จรออยู่อย่างมากมาย ผู้ประกอบการกลุ่ม Startup จากประเทศสมาชิก APEC ที่เข้ามาแบ่งปันเคล็ดลับความสำเร็จด้วยโมเดลธุรกิจออนไลน์สู่ออฟไลน์  ในเวทีการ Pitching จะได้ให้ความรู้และมุมมองอันยอดเยี่ยมว่า SMEs จะรุกเข้าถึงตลาดโลกจนประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

กิจกรรมทั้งหมดมีเป้าหมายหลักที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเข้าร่วมในกระแสการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิตอล โดยในแต่ละกิจกรรมจะมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 100-200 ราย ซึ่งมาจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ฝ่ายกำหนดนโยบาย ตัวแทนประเทศสมาชิกกลุ่ม APEC ไปจนถึงผู้นำด้านธุรกิจซึ่งประสบความสำเร็จเชิงธุรกิจในระดับสูง ตลอดจนผู้ประกอบการ SMEs ที่แข็งแกร่งแล้ว และผู้ประกอบการหน้าใหม่  ทุกกิจกรรมเต็มไปด้วยสาระอันเป็นประโยชน์ทั้งการแบ่งปันประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีดิจิตอล ความสำเร็จในการเร่งอัตราเติบโตทางธุรกิจ การสร้างความตระหนักถึงเสถียรภาพแห่งโลกไซเบอร์ อีกทั้งการเสริมแกร่งให้แก่ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ SMEs ทั่ว APEC

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News