mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

Sea (Group) เผยผลสำรวจ“Thai Digital Generation 2021”ชี้กุญแจฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

Sea (Group) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ อาทิ การีนา (Garena) ช้อปปี้ (Shopee) และซีมันนี่ (SeaMoney) เผยผลสำรวจคนไทยยุคดิจิทัล หรือ Thai Digital Generation 2021 “ฉายภาพอนาคตประเทศไทยหลังวิกฤตโควิด-19” เจาะลึกอินไซต์ที่น่าสนใจจากคนไทยยุคดิจิทัล อายุ 16-60 ปี สะท้อนภาพความท้าทายและอุปสรรคที่คนไทยต้องเผชิญ พร้อมเผยโอกาสที่ไม่ควรพลาดในอนาคต รวมถึงกุญแจสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย เพื่อช่วยเตรียมผู้ประกอบการและคนทั่วไปพร้อมปรับตัวและคว้าโอกาสสำคัญ ร่วมผลักดันประเทศไทยสู่อนาคตแห่งโลกยุคดิจิทัล โดยผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

ดร.สันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist, Sea (Group) กล่าวว่า “การรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือดังกล่าว Sea Insights หน่วยงานที่รับผิดชอบการวิจัยด้านนโยบายสาธารณะภายใต้ Sea (Group) จึงร่วมมือกับสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) นำเอาศักยภาพด้านความเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของผู้ใช้งานโดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 มาวิเคราะห์และจัดทำรายงานนี้ พร้อมขยายฐานผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย สะท้อนถึงผลกระทบของโควิด-19 ในกลุ่มคนแต่ละรุ่นต่างกัน ได้แก่ คนไทยยุคดิจิทัล อายุ 16-60 ปี ที่เคยใช้บริการดิจิทัล กว่า 80,000 คน จาก 6 ประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลคนยุคดิจิทัลในประเทศไทย 12,800 คน โดยเฉพาะอีกด้วย ในจำนวนนั้น เป็นเจ้าของธุรกิจ MSME ประมาณ 2,000 ราย”

ความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงจากโควิด-19

ผลสำรวจ Thai Digital Generation 2021 ไม่เพียงแต่สะท้อนอุปสรรคและปัญหาต่างๆ ที่คนไทยได้ประสบระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ของกลุ่มคนต่างๆ หรือการเคลื่อนย้ายถ่ายเทแรงงานระหว่างอุตสาหกรรม

  • รายได้ เงินออม และสุขภาพจิต ได้รับผลกระทบหนัก: จากผลสำรวจพบว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีรายได้และเงินออมน้อยลง โดย 40% ระบุว่าลดลงอย่างรุนแรง ในขณะที่ 60% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าสุขภาพจิตแย่ลงในช่วงที่ไวรัสระบาด
  • กลุ่มเปราะบางมีความสามารถในการปรับตัวสูง: แม้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก (MSME) ที่ทำงานในอุตสาหกรรมร้านอาหารและท่องเที่ยว และผู้หญิง จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักกว่ากลุ่มอื่นๆ ทั้งในด้านรายได้และปัญหาความเครียดอย่างรุนแรง ในกรณีของผู้หญิงอาจสะท้อนไปถึงการต้องแบกรับภาระการดูแลครอบครัวด้วยในเวลาเดียวกัน แต่ท่ามกลางความท้าทายนี้ 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้ปรับตัวจนพบธุรกิจใหม่หรืองานใหม่ในช่วงโควิด-19 และกลุ่มผู้หญิงและผู้ประกอบการ MSME เป็นกลุ่มที่แสดงความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ได้เป็นอย่างดี สะท้อนจากการก่อตั้งธุรกิจใหม่ นอกจากนี้ 1 ใน 4 ของ MSME ยังช่วยให้เกิดการจ้างงานใหม่ในช่วงนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นกลุ่มที่แสดงความต้องการใช้เทคโนโลยีมากกว่ากลุ่มอื่น จึงอาจเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ยังมีข้อสังเกตที่น่าสนใจจากผลสำรวจ ได้แก่ บุคคลที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่าจะได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจทางลบน้อยกว่า (คิดเป็น 60% ของผู้ที่สูญเสียรายได้) เมื่อเทียบกับผู้ใช้เทคโนโลยีในระดับต่ำ (คิดเป็น 72% ของผู้ที่สูญเสียรายได้)
  • ความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม: ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่อุตสาหกรรมร้านอาหารและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบและมีการจ้างงานลดลง 24% ในทางกลับกัน ภาคการขนส่ง ภาคการเกษตร และภาคเทคโนโลยี-โทรคมนาคมมีอัตราการจ้างงานสูงขึ้น โดยภาคการเกษตรมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 26% จากแนวโน้มการอพยพคืนสู่ท้องถิ่นของแรงงานในเมืองจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ในขณะที่การเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ ส่งผลให้ภาคเทคโนโลยีและโทรคมนาคมเติบโต 23% รวมถึงภาคการขนส่งที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งผลเติบโตถึง 29% ดังนั้นหากแรงงานได้รับการส่งเสริมทักษะดิจิทัล อาจช่วยให้สามารถคว้าโอกาสในตลาดแรงงานจากภาคธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีทักษะดังกล่าวได้

กุญแจฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย พร้อมก้าวสู่โลกดิจิทัล

ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต 62% ของคนไทยเผยความต้องการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้น และ 86% มองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะในหมู่กลุ่มเปราะบาง เช่น MSME และผู้หญิง จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบแนวทางการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต ดังนี้

  • ต่อยอดการเงินดิจิทัล: การศึกษาชี้ให้เห็นว่าคนไทย 65% มีการใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์ มากกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 51% ซึ่งส่วนหนึ่งอาจสะท้อนถึงการผลักดันจากธนาคารแห่งประเทศไทย เช่น นโยบายพร้อมเพย์ นอกจากนี้ อีเพย์เมนต์เป็นพื้นฐานสำคัญที่สามารถต่อยอดเทคโนโลยีการเงินด้านอื่นๆ เช่น สินเชื่อดิจิทัล ที่สามารถทำให้ผู้ที่ขาดหลักประกันเข้าถึงเงินทุนได้ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ หรือ 53% ต้องการเห็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในบริการเหล่านี้มากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ MSME ที่อาจยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน มี 76% แสดงความต้องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำธุรกรรมทางการเงิน และ 66% ต้องการให้บริการสินเชื่อและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น
  • ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี (Digital Divide): เพื่อลดและป้องกันการเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี จำเป็นต้องแก้ปัญหาเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทักษะดิจิทัล และประเด็นเรื่องความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ซึ่งสะท้อนมาจากผลสำรวจที่พบว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดสำหรับคนไทยที่เพิ่งเริ่มใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมักจะเกี่ยวข้องกับทักษะและความรู้เรื่องดิจิทัล (48%) รองลงมาคือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี (41%) และอุปกรณ์แพงหรือขาดอุปกรณ์ (38%) ในขณะที่ผู้ที่ใช้เทคโนโลยีบ่อยอยู่แล้วมีความกังวลเกี่ยวกับราคาที่สูงและคุณภาพที่ต่ำของอุปกรณ์ดิจิทัล (35%) ราคาที่สูงและคุณภาพที่ต่ำของอินเทอร์เน็ต (34%) และความปลอดภัยในโลกออนไลน์ (33%)
  • ใช้ดุมล้อแห่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalisation Flywheel Effects) ให้เป็นประโยชน์: รัฐและเอกชนอาจมีบทบาทสำคัญในการร่วมมือกันสร้างวงจรบวกในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้ที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับโลกออนไลน์ เช่น การพ่วงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ มากขึ้น โดยรายงานนี้พบว่า 79% ของผู้ที่ได้มีโอกาสลองใช้เทคโนโลยีจนตระหนักถึงประโยชน์แล้ว อาจเกิดวงจรบวกที่ทำให้ยิ่งต้องการเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ดิจิทัลจะมีความต้องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นเพียง 28% เท่านั้น การพบอุปสรรคเพียงเล็กน้อยอาจทำให้การเรียนรู้ใช้เทคโนโลยีหยุดชะงักได้
  • พัฒนาดิจิทัลแอมบาสซาเดอร์: คนไทยจำนวนมากเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากกันและกันในช่วงโควิดระบาด ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ควรสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดทักษะดิจิทัลซึ่งกันและกัน ทั้งในรุ่นเดียวกันและข้ามรุ่น โดยรายงานพบว่าบางครั้งดิจิทัลแอมบาสซาเดอร์หรือผู้ที่เป็นตัวแทนในการสอนการใช้งานดิจิทัลให้ผู้อื่น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เสมอไป เพราะพบว่า กลุ่มคนอายุ 31-40 ปี (37%) และ 41-50 ปี (36%) ได้มีบทบาทในการถ่ายทอดทักษะการใช้งานเครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ มากกว่ากลุ่มอื่น  อาจมีสาเหตุจากช่องว่างระหว่างวัยผู้เรียนและผู้สอนที่น้อย และกลุ่มนี้มีความเข้าใจทั้งโลกยุคอะนาล็อกและโลกดิจิทัล ทำให้สามารถอธิบายเข้าใจง่ายและการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากกว่า

อนาคตโลกหลังโควิด-19 ในมุมมองของคนรุ่นดิจิทัล

ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าสถานการณ์โควิด-19 จะสิ้นสุดลงภายใน 2 ปี แต่ผู้ตอบแบบสอบถามอีกกว่า 40% มองว่าสถานการณ์นี้อาจคงอยู่ในระยะยาว และ 60% มองว่าโลกหลังสถานการณ์โควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเล็งเห็นบทบาทของทักษะที่จะช่วยรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงยกให้ทักษะการใช้เทคโนโลยีเป็นทักษะที่สำคัญมากที่สุดในอนาคต ในขณะเดียวกัน คนไทยกังวลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้งมากที่สุด (63%) ตามมาด้วยความกังวลต่อการเกิดโรคระบาดระลอกใหม่ (49%) นอกจากนี้ คนไทยยุคดิจิทัลยังมีมุมมองต่ออนาคตโลกหลังโควิด-19 ดังนี้

  • โอกาสสำคัญจากการคำนึงถึงสุขภาพกายและจิตใจ: คนไทยมองว่าการพัฒนาด้านสาธารณสุข (39%) และการที่สังคมให้ความสำคัญต่อเรื่องสุขภาพจิตมากขึ้น (32%) จะเป็นโอกาสสำคัญในโลกหลังโควิด-19 โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังเผยอินไซต์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามอยากเห็นการพัฒนาของสังคมไทยไปสู่สังคมที่เห็นอกเห็นใจและเอาใจใส่กันมากขึ้น
  • ทักษะสำคัญแห่งอนาคตในมุมมองคนไทย: บทบาทของเทคโนโลยีที่ทวีความสำคัญอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ 36% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าทักษะดิจิทัลเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ 34% ของคนไทย ยังมองว่าความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวเป็นทักษะสำคัญ และ 32% มองว่าการมีวินัยในตัวเองก็มีความสำคัญมาก ทักษะเหล่านี้อาจสะท้อนถึงอุปสรรคที่ผู้คนต้องก้าวข้ามในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับ Mindset ผู้ประกอบการ ที่สามารถช่วยให้ทั้งผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปในฐานะที่เป็นแรงงานยุคดิจิทัล สามารถ ล้ม-ลุก ปรับตัว เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ 27% ของคนไทยในแบบสำรวจมองว่า Global Mindset และภาษาเป็นทักษะสำคัญสำหรับอนาคต มากกว่าในประเทศอื่นๆ หากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ส่งเสริมรูปแบบการศึกษาหรือการทำงานที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์ต่างประเทศ และเปิดโลกทัศน์ใหม่เชื่อมโยงกับโลกมากขึ้น อาจส่งผลบวกต่อการพัฒนาทักษะที่มีความจำเป็นในอนาคตเหล่านี้ ในทางตรงกันข้าม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่กลับไม่มั่นใจว่าตนมีความพร้อมในแต่ละทักษะที่ระบุว่ามีความสำคัญ โดยให้คะแนนความเชี่ยวชาญต่ำกว่า 50% เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะด้านภาษาที่คนไทยมีความมั่นใจน้อยที่สุด (17%) หากเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน (27%)

 “ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและกะทันหันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเตรียมพร้อมตนเองด้วยทักษะและ Mindset ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถล้ม-ลุก ปรับตัว และเรียนรู้ ได้เร็วและดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ฟื้นตัวและคว้าโอกาสใหม่ในโลกยุคดิจิทัลได้ก่อนใคร Sea (Group) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานผลสำรวจคนไทยยุคดิจิทัลของเราจะสามารถให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงนโยบายและกลยุทธ์ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนผู้คนและผู้ประกอบการให้สามารถรับมือกับโลกยุคดิจิทัล พร้อมร่วมกันหาแนวทางก้าวข้ามวิกฤตนี้และเดินหน้าประเทศสู่โลกดิจิทัลโดยสมบูรณ์” ดร.สันติธาร กล่าวปิดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News