mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เปิดมุมมอง3กูรูตลาดทุน จับเทรนด์คนไทยซื้อกองทุนต่างประเทศได้เองโดยตรง

FinVest แอปพลิเคชันเพื่อการลงทุน ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ “ติดปีกการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ” อัพเดททิศทางความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินโลกล่าสุด และกองทุนเมกะเทรนด์ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นโอกาสใหม่ที่นักลงทุนรายย่อยไทยสามารถซื้อขายกองทุนต่างประเทศได้เองโดยตรงเป็นครั้งแรกผ่านแอปพลิเคชัน FinVest พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองผ่าน 3 กูรูตลาดทุน นายกิตติ สุทธิอรรถศิลป์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงาน Strategic Initiatives & Industry Utility ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรโบเวลธ์ และนายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บมจ. Proud Real Estate ในฐานะนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์ทำงานในตลาดการเงินระดับภูมิภาค 

จับสัญญาณเศรษฐกิจทั่วโลก เข้าสู่ช่วงฟื้นตัวแบบ K-Shaped 

นายชลเดช เขมะรัตนา กล่าวว่า ทิศทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกจากวิกฤติโควิด-19 จะฟื้นตัวแบบกราฟรูปตัว K หรือที่เรียกว่า "K-Shaped"  โดยนักลงทุนควรพิจารณาจัดพอร์ตการลงทุนตามกลุ่มอุตสาหกรรมและประเทศที่ฟื้นตัวได้เร็ว มากกว่าการจัดพอร์ตแบบ Home Bias ที่แบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็นการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ

อุตสาหกรรมและประเทศที่จัดอยู่ในหมวดด้านบนของขาตัว K เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 น้อย ฟื้นตัวได้เร็ว และเติบโตได้ต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ กลุ่มพลังงานสะอาด กลุ่มเทคโนโลยี โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นแกนนำ 

ส่วนกลุ่มที่อยู่ขาล่างของตัว K คืออุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวได้ช้าหรือยังไม่ส่งสัญญาณการฟื้นตัว เช่น ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย  และยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคท่องเที่ยวจะกลับไปเป็นปกติ การมองภาพใหญ่เช่นนี้จะทำให้นักลงทุนเห็นโอกาสปรับกลยุทธ์ในแต่ละช่วงและจับสัญญาณการลงทุนจากตลาดโลกได้มากขึ้น 

วิธีการวิเคราะห์แบบนี้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ หากพิจารณาจากการเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของดัชนีหุ้นต่างประเทศ มีดาวเด่นเป็นดัชนี NASDAQ ที่โตขึ้นกว่า 5 เท่า โดยเฉพาะหุ้น Apple ที่มูลค่าตลาด ณ ปัจจุบัน ทะลุ 80 ล้านล้านบาทไปแล้ว นอกจากนี้ ยังรวมถึงหุ้นที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว เช่น Microsoft, Google, Amazon, Facebook, Tesla, Netflix ฯลฯ นี่จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะได้ลงทุนในหุ้นที่เจริญเติบโตเหล่านี้

เลือกธีมลงทุนที่เหมาะสมกับเมกะเทรนด์ในแต่ละช่วงเวลา

นายชลเดช เขมะรัตนา กล่าวต่อว่า นักลงทุนไทยสามารถเลือกลงทุนกองทุนต่างประเทศในรูปแบบ Thematic Investment ทำให้สามารถลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำในแต่ละธีมพร้อมกันได้หลายบริษัท โดยอาจเลือกถือ 3-5 กองทุนที่สนใจในแต่ช่วงเวลา

5 กองทุนเด่นเมกะเทรนด์ระดับโลก

    กองทุน Global Energy Transition จาก Schroder ISF

ลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก สอดคล้องกับเป้าหมายร่วมของผู้นำทั่วโลกที่จะบรรลุภารกิจการลดโลกร้อนร่วมกัน

    กองทุน Robeco Smart Mobility จาก Robeco 

ลงทุนในบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไร้คนขับ ตามการปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์ที่แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกหันมาเน้นผลิตรถยนต์ EV มากขึ้น

    กองทุน Blockchain Innovation จาก BNY Mellon

ลงทุนในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อว่าจะกลายเป็น New Internet ใหม่ในอนาคต

    กองทุน Healthcare Innovation จาก Schroder ISF

ลงทุนในเทคโนโลยีและการบริการทางการแพทย์ใหม่ ๆ อย่างหุ่นยนต์ผ่าตัด  Telehealth และการนำข้อมูลดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ร่างกาย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยาและวัคซีนต่าง ๆ เช่น Johnson & Johnson, AstraZeneca, Pfizer เป็นต้น

    กองทุน Long Term Global Growth จาก Baillie Gifford

ลงทุนในบริษัทที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากทั่วโลก อาทิ Netflix, Tesla, Amazon, Facebook, Alibaba ฯลฯ

                                                               พสุ ลิปตพัลลภ

ด้าน นายพสุ ลิปตพัลลภ ให้มุมมองว่า การลงทุนธุรกิจที่เป็นเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) คือโอกาสของคนยุคปัจจุบันที่จะได้ถือกองทุนหรือหุ้นที่เป็นอนาคตของโลก โดยเฉพาะ Blockchain ที่หากเริ่มต้นลงทุนวันนี้ ก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไป 20-30 ปี ในวันที่นักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของ Internet ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและวันนี้เติบโตมหาศาล นอกจากนี้ส่วนตัวยังสนใจธุรกิจที่เป็นสินทรัพย์จับต้องไม่ได้ อาศัยการทำงานบน Cloud เพราะไม่มีข้อจำกัดด้านต้นทุนเรื่องพื้นที่ แรงงาน และการผลิต สำหรับการขยายจำนวนลูกค้าเหมือนอุตสาหกรรมในเศรษฐกิจเก่า

โอกาสใหม่ที่นักลงทุนไทยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลลงทุนกองทุนทั่วโลกได้เองโดยตรง

นายกิตติ สุทธิอรรถศิลป์ กล่าวว่า ปี 2563 ที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวเรื่องการลงทุนเพิ่มขึ้นโดยเปิดพอร์ตฟอลิโอสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 200,000 รายการ และให้ความสนใจในตลาดหุ้นต่างประเทศอย่างมาก ส่งผลให้มูลค่ากองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ FIF มีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของตลาดกองทุนรวม

                                                             กิตติ สุทธิอรรถศิลป์

การลงทุนในตลาดกองทุนต่างประเทศอาจมีโอกาสได้รับผลตอบแทนไม่เท่ากันด้วยข้อจำกัดที่ผ่านมาสำหรับนักลงทุนมือใหม่หรือระดับกลางที่ไม่พร้อมจะลงทุนต่างประเทศผ่านไพรเวท แบงก์ (Private Banking) หรือซื้อตรงหุ้นต่างประเทศเป็นรายตัวด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำที่หลักแสนหรือล้านบาท จึงลงผ่าน Feeder Fund ที่จะมีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการกองทุนอยู่ที่ 1-1.5 % ต่อปี ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่หักลบผลตอบแทนสุดท้ายที่จะได้รับ 

การเปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายตรงกองทุนต่างประเทศ (Offshore) บน FinVest ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันเพื่อการลงทุนด้วยความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทย ลู อินเตอร์เนชันแนล และกลุ่มโรโบเวลธ์ นับเป็นแอปพลิเคชันแรกในไทยที่เปิดให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรจากการซื้อขายกองทุนต่างประเทศได้เองโดยตรงโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมซ้ำซ้อน และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนได้มากกว่า 1,000 กองทุนจาก 33 บลจ.ชั้นนำทั่วโลก 

นอกจากนี้ จากความสำเร็จในการเชื่อมต่อระบบ FundConnext ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเข้ากับระบบซื้อขายกองทุนทั่วโลก เอื้อให้แพลตฟอร์ม Open Architecture ของ FinVest สามารถส่งคำสั่งซื้อได้ในขั้นตอนเดียว ทั้งยังซื้อได้ด้วยสกุลเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนแบบ Real-time ของธนาคารกสิกรไทย ช่วยให้นักลงทุนซื้อตรงกองทุนต่างประเทศได้ง่ายทุกขั้นตอนผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 30,000 บาทต่อกองทุน ทำให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนตรงกองทุนต่างประเทศได้มากขึ้น โดยมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย เพราะมีระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจดบันทึกรายการและจำนวนหน่วยลงทุนของนักลงทุนแต่ละราย

พิเศษ! ช่วงเปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนรวมต่างประเทศโดยตรงบน FinVest ระหว่างวันนี้-15 พฤศจิกายน 2564 ฟรี! ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน (Front-end-fee) แบบไม่มีเพดานสำหรับ 5 กองทุนแนะนำข้างต้น สามารถดูรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/32e84f48 

โดยนักลงทุนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน FinVest ได้ที่ https://finvest.onelink.me/CoWV/744f623a  และสามารถติดตามเทรนด์การลงทุนทั่วโลกได้ที่เฟสบุ้ค FinVest หรือเว็บไซต์ https://bit.ly/3hMysNa

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News