mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทีเอ็มบีมองเศรษฐกิจไทยปี61เติบโตต่อเนื่อง

ทีเอ็มบีมองเศรษฐกิจไทยปี 61 เติบโตต่อเนื่องขับเคลื่อนด้วยทุกองค์ประกอบเศรษฐกิจ หนุนทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และเงินบาทแข็งค่า

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics  เผยเศรษฐกิจไทยปี 61  มีแนวโน้มขยายตัวได้ 4.5% จากแรงส่งของทุกองค์ประกอบเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่โตดีกว่าคาด ที่สำคัญคือการกลับมาของการลงทุนภาคเอกชน เสริมภาคส่งออกและท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นอกจากนี้ คาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง สินเชื่อและเงินฝากเติบโตดี ขณะที่ NPL ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 60 และมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ แนะระวังสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็น NPL เพิ่มขึ้น

“TMB Analytics ปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 4.5%จากเดิมมอง 4.2%ในช่วงต้นปี” สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่เติบโตแข็งแกร่ง และปัจจัยหนุนจากแรงส่งของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก” กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.9% สอดคล้องกับเครื่องชี้ของประเทศเศรษฐกิจหลักทั้งภาคการผลิต การค้าและการบริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นปัจจัยหนุนการส่งออกของไทยมีทิศทางสดใสต่อเนื่อง ประกอบกับผลของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น โดยคาดราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยที่ 71 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล จากเฉลี่ย 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ที่มีสัดส่วนรวมกันคิดเป็น 25%ของมูลค่าการส่งออกรวมขยับสูงขึ้นไปด้วย ทำให้ภาพรวมการส่งออกในปี 61จะเติบโตจากปัจจัยบวกทั้งราคาและปริมาณที่เติบโตตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยคาดมูลค่าส่งออกจะเติบโตได้ถึง 8.6% (สูงกว่าเดิมที่ 4.8%)

ในส่วนของเครี่องยนต์เศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง คาดว่าจะเห็นการลงทุนเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันมา 6 ไตรมาส ผนวกด้วยหลายปัจจัยหนุนทั้งอัตราการใช้กำลังการผลิตในภาพรวมปรับสูงขึ้น โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 68 นำโดยอุตสาหกรรมส่งออก อาทิ ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นแตะระดับ 80 สอดคล้องกับความเชื่อมั่นภาคธุรกิจดีต่อเนื่อง การอนุมัติส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งนโยบายส่งเสริมการลงทุน ที่สำคัญคือการประกาศใช้พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ซึ่งช่วยผ่อนคลายข้อจำกัดการลงทุนหลายด้าน นอกจากนี้ ยังได้รับผลดีจากการลงทุนภาครัฐ ที่แม้ว่าอาจเห็นอัตราขยายตัว 8.5% แผ่วลงจากที่คาดไว้ซึ่งเป็นผลจากการเบิกจ่ายในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณต่ำกว่าคาด ขณะที่การลงทุนส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ EEC เริ่มมีความคืบหน้า อาทิ มอเตอร์เวย์ช่วงพัทยา-มาบตาพุดที่อยู่ระหว่างขั้นตอนก่อสร้าง โดยคาดเห็นเม็ดเงินโครงสร้างพื้นฐานในปีนี้ 3.6 หมื่นล้านบาท

การท่องเที่ยวสดใสต่อเนื่อง คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 38.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น  9% เป็นการเติบโตจากแทบทุกตลาดนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในแง่ภาพรวมโครงสร้างรายได้ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงถึงการบริโภคภาคเอกชน พบว่า 80% ของรายได้รวม ท่องเที่ยวกระจุกอยู่ใน 6 จังหวัด(กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เหลือ 20% หรือ 71 จังหวัดเป็นไทยเที่ยวไทย ทำให้เม็ดเงินรายได้ท่องเที่ยวไม่กระจายไปสู่ภูมิภาคเท่าที่ควร เป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวการบริโภคภาคครัวเรือนในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในธุรกิจ ได้แก่ โรงแรม สถานบันเทิง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกและการขนส่ง

หลายปัจจัยหนุนการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัฎจักรการบริโภคสินค้าคงทนเริ่มกลับมาหลังจากปลดล็อคโครงการรถคันแรก  รวมทั้งรายได้ภาคเกษตรที่ขยายตัวดีตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าว อ้อย  ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และปัจจัยด้านราคาพืชหลักที่สูงขึ้น ได้แก่ ข้าว และมันสำปะหลัง  อย่างไรก็ดี การบริโภคในภาพรวมยังไม่เป็นระดับที่เข้มแข็ง ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาจากหนี้ภาคครัวเรือน แม้ปรับลดลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง

ในด้านตลาดการเงิน เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวชัดเจน เงินเฟ้อทยอยปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน  หนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นจาก 1.5% สู่ระดับ 1.75% ในปี 61 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เห็นการปรับขึ้นของอินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท TMB Analytics มองว่ายังคงเป็นไปในทิศทางแข็งค่าต่อเนื่องจากปีก่อน สิ้นปีมีโอกาสอยู่ที่ 31.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยที่เข้มแข็งที่ได้รับอานิสงส์จากภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ขณะที่การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน และคาดว่าดอลลาร์ที่แข็งค่า ณ ปัจจุบันอยู่ในช่วง 31.9-32.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะเป็นในระยะสั้นสอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีและแนวโน้มเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แต่มีแนวโน้มที่ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของปีจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเรื่องการขาดดุลงบประมาณและดุลการค้า

“ส่วนการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในปี 61 มีแนวโน้มดีขึ้น ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาครัฐ” สินเชื่อโดยรวมมีแนวโน้มขยายตัว 5.5% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมเล็กน้อยที่ 5.3% จากยอดสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6.9% และ 7.3% ตามลำดับ โดย SME มีปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อที่ปรับตัวดีขึ้นตามการบริโภคภาคเอกชน และการทยอยลงทุนปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายมากขึ้น สินเชื่อรายย่อยนำโดยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดผลของมาตรการปลดล็อครถคันแรก และรายได้ภาคเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ทยอยกลับมาเติบโตโดยได้รับผลดีจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และ EEC อย่างไรก็ดีต้นทุนดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำอาจทำให้บริษัทขนาดใหญ่ออกพันธบัตรตราสารหนี้แทนที่จะใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์

ในด้านคุณภาพสินเชื่อ เรามองว่าสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มปรับลดลงในปี 61 โดย 78% ของมูลค่า NPL อยู่ที่สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ NPL จะลดลงตามการปรับดีขึ้นของเศรษฐกิจในส่วนของธุรกิจขนาดใหญ่และ SME อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังมีแนวโน้ม NPL เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลของการเร่งปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ด้านเงินฝากมีแนวโน้มขยายตัว 5.6% ปรับเพิ่มจากคาดการณ์เดิมเล็กน้อยที่ 5.5% โดยเงินฝากประจำกลับมาเติบโตที่ 3% หลังจากหดตัวมา 3 ปีติดต่อกันซึ่งเป็นไปตามทิศทางการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 61 และความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตามจากการเติบโตเงินฝากที่มากกว่าความต้องการสินเชื่อในปีนี้ คาดว่าจะทำให้สภาพคล่องธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อมองสภาพคล่องโดยรวมแล้ว เรายังมีสภาพคล่องเหลือกว่า 12 ล้านล้านบาท” นายนริศ กล่าวสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News