mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

วิจัยกรุงศรีเสนอ 6 มาตรการบรรเทาผลกระทบ COVID-19

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับปรุงมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่เปราะบาง พร้อมเสนอรัฐบาลกู้เพิ่มเติมอีก 1 ล้านล้านบาท ด้านวิจัยกรุงศรีเสนอ 6 มาตรการบรรเทาผลกระทบCOVID-19 ธปท.ประเมินการระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงขึ้น การฟื้นตัวจะช้าออกไปและไม่เท่าเทียมกันในแต่ละภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนัก รายได้และการจ้างงานที่ลดลงส่งผลซ้ำเติมฐานะการเงินที่เปราะบางของธุรกิจและครัวเรือน ล่าสุดธปท.ได้ปรับปรุงมาตรการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อฟื้นฟู เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ให้มีประสิทธิผลและเกิดผลเป็นวงกว้างมากขึ้น การผ่อนปรนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสินเชื่อลูกหนี้รายย่อย เพื่อบรรเทาภาระการจ่ายชำระหนี้  รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการแก้ไขหนี้เดิมอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบระยะยาว นอกจากนี้ ล่าสุดผู้ว่าธปท.เสนอรัฐบาลกู้เงินเพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตใกล้ระดับศักยภาพได้เร็วขึ้น แม้หนี้สาธารณะอาจขึ้นไปแตะ 70% ของ GDP

จากวิกฤต COVID-19 ที่มีความรุนแรงและยาวนาน รวมถึงมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง มาตรการเยียวยาจึงมีความจำเป็นเพื่อควบคุมการระบาดและประคองให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนไทยอยู่รอดต่อไปได้ วิจัยกรุงศรีได้ศึกษาเปรียบเทียบการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ในประเทศต่างๆ พบว่า มาตรการให้เงินสำหรับผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่ต้องกักตัว มาตรการรักษาระดับการจ้างงาน มาตรการให้เงินช่วยเหลือโดยตรงสำหรับภาคธุรกิจ มาตรการลดค่าใช้จ่ายสำหรับภาคครัวเรือน มาตรการลดค่าใช้จ่ายสำหรับภาคธุรกิจ และมาตรการให้เงินช่วยเหลือโดยตรงสำหรับภาคครัวเรือน นับเป็น 6 มาตรการที่มีความสำคัญและนโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอ โดยทั้ง 6 มาตรการมีวงเงินรวมกันประมาณ 7 แสนล้านบาท ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ คาดว่าการใช้มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยสามารถประคองตัวอยู่ที่ 3.25% จากช่วงก่อนวิกฤต COVID-19 อยู่ที่ 3.5% และเทียบกับ 3.0% หากไม่มีมาตรการ

แม้ทางการขยายพื้นที่ท่องเที่ยวเชื่อมกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แต่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ล่าสุดทางการอนุมัติแนวทาง “7+7” ให้นักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หากอยู่ภูเก็ต 7 วันแรกตรวจไม่พบเชื้อ สามารถเดินทางไปพักอีก 7 วันได้ในพื้นที่ที่กำหนดใน 3 จังหวัดใกล้เคียงได้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง หาดไร่เลย์) และ พังงา โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม

วิจัยกรุงศรีคาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 อาจลดลงต่ำกว่าเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 2.1 แสนคน จาก 6.7 ล้านคนในปี 2563 ผลกระทบจากการระบาดที่รุนแรงและนานเกินคาดในไทย ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดต่อการมาเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกระทบกับแผนการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ นับตั้งแต่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และพื้นที่นำร่องอื่นๆ ขณะที่เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ตลาดนักท่องเที่ยวหลักจากสหรัฐฯ ได้ประกาศยกระดับคำเตือนเดินทางมาไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดระดับ 4 เกี่ยวกับการระบาดของ COVID-19 (“Do not travel”) โดยก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้ถอดไทยออกจากรายชื่อประเทศที่ปลอดภัยจากการระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวสำคัญมีแนวโน้มล่าช้าออกไป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งยังประสบกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจากไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการฉีดวัคซีนยังต่ำ และมีความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน

ด้านเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของประเทศแกนหลักมีสัญญาณชะลอตัวจากปัจจัยเสี่ยงหลายด้านโดยเฉพาะไวรัสกลายพันธุ์ การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจช้าลง แต่ยังฟื้นตัวไปสู่เป้าหมายระยะยาวของเฟด ในเดือนกรกฎาคมยอดค้าปลีกลดลง 1.1% MoM มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่วนในเดือนสิงหาคมดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กเดือนสิงหาคมลดลงสู่ระดับ 18.3 ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาด

แรงส่งจากการเปิดเศรษฐกิจแผ่วลงแต่การฟื้นตัวยังอยู่บนเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายระยะยาวของเฟด โดยการเพิ่มขื้นของดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกรกฎาคมทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากเดือนก่อน ส่วนตลาดแรงงานยังปรับตัวดีขึ้น จำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 สิงหาคมลดลงสู่ระดับ 3.48 แสนรายต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ทั้งนี้กรรมการเฟดส่วนใหญ่ได้ระบุในรายงานการประชุมเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าเฟดควรจะเริ่มปรับลดวงเงินตามมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ในปีนี้ เมื่อเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวเป็นวงกว้างได้ตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เกิดจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันแตะระดับ 151,000 รายและตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1 พันรายต่อวัน แรงกดดันดังกล่าวอาจทำให้เฟดยังไม่ส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) ในการประชุมธนาคารกลางทั่วโลกที่เมืองแจ็กสันโฮลระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ หากเทียบกับท่าทีในการประชุมเมื่อเดือนที่แล้วดังที่ปรากฏตามรายงานการประชุมข้างต้น

เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยการเติบโตของภาคบริการอาจถูกกดดันจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเขตยูโรโซนเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 9.7% YoY ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนกรกฎาคมแตะระดับ 2.2% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2561 อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคมดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของสถาบัน ZEW ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สู่ระดับ 42.7

เศรษฐกิจยูโรโซนทยอยปรับตัวดีขึ้นแต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนอาจได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ของโรค COIVD-19 ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนจากความกังวลต่อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าที่ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสเปน กลับมาเพิ่มขึ้นและอาจมีผลต่อภาคการท่องเที่ยว ในกรณีของสเปนซึ่งต้องพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงต่ำกว่าระดับก่อนการแพร่ระบาดถึง 80% โดยภาพรวมคาดว่าเศรษฐกิจ  ยูโรโซนยังทยอยปรับตัวดีขึ้น แต่แรงกดดันจากไวรัสกลายพันธุ์อาจส่งผลให้การฟื้นฟูของภาคการท่องเที่ยวต้องใช้เวลานานขึ้น

จีนเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน คาดทางการเร่งออกมาตรการป้องกันการชะลอตัวรุนแรง ในเดือนกรกฎาคม การผลิตภาคอุตสาหกรรม (+6.4% YoY) ยอดค้าปลีก (+8.5%) และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (+10.3%) ต่างชะลอตัวจากเดือนก่อน ขณะที่ราคาบ้านใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 4.6% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มสู่ระดับ 5.1% แต่ยังต่ำหากเทียบกับตัวเลขเดือนกุมภาพันธุ์ที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน

การเติบโตของเศรษฐกิจจีนช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากมาตรการเพื่อควบคุมการเก็งกำไรที่คาดว่าจะยังออกมาต่อเนื่อง รวมทั้งต้องเผชิญความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลต้าและการปิดท่าเรือหนิงโป-โจวซานชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้ประกาศว่าจะใช้มาตรการทางการเงินเพื่อรักษาสภาพคล่องที่สมเหตุสมผลและเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการคลังเชิงรุก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการชะลอตัวรุนแรงและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริง คาดว่าจะดำเนินการโดยเร่งรัดการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่น การปรับลดอัตราการดำรงเงินสำรอง (RRR) และ การออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือ SMEs

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News