mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

วิจัยกรุงศรีคาดมีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่ กนง.อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงภายในปีนี้

วิจัยกรุงศรีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เติบโต 0.7% พร้อมส่งสัญญาณอาจผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม  การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 4 สิงหาคม มีมติ 4 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% โดยกรรมการ 2 ท่านเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อเป็นมาตรการเสริมในการช่วยพยุงและรองรับแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงในระยะข้างหน้า ล่าสุดธปท.ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้และปีหน้าเป็นขยายตัว 0.7% และ 3.7% จากเดิมคาด 1.8% และ 3.9% ตามลำดับ ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ที่มากกว่าคาด ส่งผลให้อุปสงค์ในประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากประมาณการเดิม โดยกรณีฐาน หากควบคุมการระบาดได้และผ่อนคลายมาตรการต้นไตรมาส 4/2564 จะมีนักท่องเที่ยว 1.5 แสนคน ในปีนี้ และ 6 ล้านคนในปีหน้า แต่หากการระบาดยืดเยื้อและผ่อนคลายได้ในปลายไตรมาส 4/2564 จะเหลือนักท่องเที่ยวปีนี้เพียง 1 แสนคน และปีหน้า 2  ล้านคน

จากมติคงดอกเบี้ยไม่เป็นเอกฉันท์ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563  ที่การตัดสินใจของกนง.ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้สำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับปัจจุบัน ประกอบกับมุมมองเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเชิงลบมากขึ้นและยังระบุถึงความเสี่ยงด้านต่ำที่มีอยู่ค่อนข้างมาก วิจัยกรุงศรีประเมินความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนกันยายนจะมีเพิ่มมากขึ้นหากในกรณีที่

(i)                  ประสิทธิผลของมาตรการล็อกดาวน์ รวมทั้งประสิทธิภาพและการฉีดวัคซีนต่ำกว่าคาด ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้จำเป็นต้องขยายเวลาการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์นานขึ้น

(ii)                การแพร่ระบาดในประเทศ และมาตรการล็อกดาวน์มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจไทย และแผ่ลามกระทบไปยังภาคส่งออกที่เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนการเติบโตเพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่ในปีนี้

(iii)               มาตรการทางคลังและความช่วยเหลือทางการเงินที่กำลังทยอยเพิ่มเติมมีความน่าผิดหวังหรือไม่เพียงพอที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบของการระบาดของ COVID-19

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกรกฎาคมนั้นชะลอลงอย่างต่อเนื่อง คาดอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและมาตรการรัฐช่วยจำกัดการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 0.45% YoY ชะลอลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จาก  1.25% ในเดือนมิถุนายน แม้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (+29.4%) แต่มีปัจจัยลดทอนจากราคาสินค้ากลุ่มอาหารสดที่ลดลงมากสุดในรอบ 3 ปี        (-1.58%) อาทิ ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไก่สด และผักสด ประกอบกับยังมีมาตรการบรรเทาค่าครองชีพในการปรับลดค่าประปาและค่าไฟฟ้าเป็นรอบที่ 3 ของปีนี้ (กรกฎาคม-สิงหาคม) ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) อยู่ที่ 0.14% จาก 0.52% เดือนมิถุนายน สำหรับในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2564 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.83% และ 0.26% ตามลำดับ

ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยอาจสูงกว่าช่วงครึ่งปีแรก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวโน้มราคาพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดอาจปรับตัวสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศที่ยังรุนแรงและยืดเยื้อ ส่งผลให้อุปสงค์อ่อนแอลงมาก สะท้อนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคล่าสุดเดือนกรกฎาคมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงความต่อเนื่องจากมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน จึงคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และยังอยู่ในระดับต่ำซึ่งเอื้อต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อเนื่องในยามที่เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะวิกฤต

ด้านเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญความไม่แน่นอนจากไวรัสสายพันธุ์เดลต้า ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯยังมีสัญญาณบวก ตลาดแรงงานสหรัฐฯปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผลจากไวรัสกลายพันธุ์อาจจำกัดเฉพาะธุรกิจภาคบริการในพื้นที่แพร่ระบาด ในเดือนกรกฎาคมการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 9.43 แสนตำแหน่งสูงกว่าตลาดคาด ส่วนอัตราการว่างงานแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ที่ 5.4% ล่าสุดจำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคมปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือนที่  2.93 ล้านคน

การฟื้นตัวของตลาดแรงงานมีสัญญาณดีขึ้นสะท้อนว่าการขาดแคลนกำลังคนในธุรกิจบางสาขาเริ่มคลี่คลาย กรรมการเฟดบางท่านประเมินว่าเศรษฐกิจอาจสามารถปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสู่เป้าหมายระยะยาวของเฟดภายในปลายปีหน้า ขณะที่รัฐมนตรีคลังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้เป็นผลจากปัจจัยชั่วคราวและจะปรับตัวลงในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 เพิ่มมากขึ้น ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันพุ่งสูงเกินกว่า 1 แสนรายเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลต้าในพื้นที่ซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ โดยเฉพาะรัฐฟลอริดา เท็กซัส มิสซูรี และอาร์คันซอ คาดว่าภาครัฐจะไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์แต่จะเพิ่มความเข้มงวดเพื่อควบคุมการระบาดเพียงเฉพาะจุด และอาจส่งผลให้การฟื้นตัวของภาคบริการในพื้นที่ดังกล่าวชะลอลง ขณะที่เศรษฐกิจโดยภาพรวมยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

อังกฤษเปิดเผยแนวทาง QE Tapering แต่ยังไม่เร่งปรับลด QE ส่วนข้อจำกัดด้านอุปทานและไวรัสสายพันธุ์เดลต้าอาจมีผลต่อการฟื้นตัว  ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.1% ขณะที่แสดงความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อซึ่งอาจพุ่งสูงขึ้นชั่วคราวสู่ระดับ 4.0% ในไตรมาสที่ 4/2564 ถึงไตรมาสที่ 1/2565 นอกจากนี้ ยังระบุถึงแนวทางการปรับลดวงเงินเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ดังนี้ (i) เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับ 0.5% BOE จะไม่นำรายได้จากการขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษที่ครบอายุไถ่ถอนกลับมาลงทุนใหม่ และ (ii) เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะระดับ 1.0% BOE จะเริ่มขายพันธบัตรที่ถือครองอยู่ออกไป

การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้อุปสงค์เร่งขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปทานส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นชั่วคราว โดยในเดือนมิถุนายนแตะระดับ 2.5% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2561 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคการผลิตบางสาขาในช่วงครึ่งปีหลังยังเผชิญแรงกดดันจากการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบที่ยังปรับตัวได้ล่าช้า ประกอบกับการระบาดระลอกใหม่โดยเฉพาะจากไวรัสสายพันธุ์เดลต้าส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันแตะระดับ 29,312 ราย สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคการผลิตและภาคบริการเดือนกรกฎาคมที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 59.2 ปัจจัยข้างต้นบ่งชี้ว่า BOE ยังจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไป วิจัยกรุงศรีคาดว่า BOE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.50% และเริ่มปรับลด QE ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566

เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง ขณะที่มีแรงกดดันจากทางการต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรวมถึงการระบาดระลอกใหม่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคการผลิตและบริการเดือนกรกฎาคมของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนปรับตัวสู่ระดับ 52.4 ลดลงเป็นเดือนที่ 2 โดยดัชนีฯนอกภาคการผลิตลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 53.3 ส่วนดัชนีฯภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ 50.4 ต่ำสุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563

ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนยังมีแนวโน้มเติบโตช้าลงจากช่วงต้นปี ส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากมาตรการควบคุมการเก็งกำไรเพื่อสนับสนุนการเติบโตที่มีคุณภาพ ล่าสุดทางการจีนส่งสัญญาณควบคุมธุรกิจเกมออนไลน์และวิดีโอสตรีมมิ่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น นอกจากนี้ จีนยังอาจเผชิญความไม่แน่นอนจากโรค COVID-19 ระลอกใหม่โดยเฉพาะการแพร่กระจายของไวรัสสายพันธุ์เดลต้ารวมถึงอุทกภัยในมณฑลเหอหนาน แต่คาดว่าผลกระทบอาจมีจำกัดจากการเร่งควบคุมการระบาดและการเร่งกลับมาผลิตหลังน้ำท่วมคลี่คลาย ประกอบกับการออกมาตรการภาครัฐเพื่อเยียวยา ควบคู่กับการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไปเพื่อบรรเทาการชะลอตัวและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News