mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สิงคโปร์สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำมุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์กำลังร้อนแรงทั่วโลก โดยมีประเทศต่าง ๆ หันมาแข่งขันเพื่อลดคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ “Race to Zero” กันมากขึ้น ซึ่งสหประชาชาติระบุไว้ว่าเป็น “แคมเปญระดับโลกในการรณรงค์หาผู้นำและการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ เมือง ภูมิภาค และนักลงทุน เพื่อการฟื้นตัวแบบคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างเข้มแข็งและยืดหยุ่น” นับว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจระดับโลกเพื่อต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน ประเทศเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรไม่มากนักอย่างสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โดยสิงคโปร์ได้สร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) นอกฝั่งแบบลอยน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งเป็นโครงการที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 5 MW ในช่องแคบยะโฮร์

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำนี้พัฒนาขึ้นโดยผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ในสิงคโปร์อย่าง Sunseap Group โดยมีขนาด 5 เฮกตาร์ เทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 5 ผืน ฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้มีแผงโซลาร์รวมกัน 13,312 แผง, อินเวอร์เตอร์ 40 ตัว และทุ่นกว่า 30,000 ตัว คาดว่าจะผลิตพลังงานได้ปีละ 6,022,500 kWh ผลิตไฟฟ้าป้อนแฟลตการเคหะของรัฐขนาด 4 ห้องได้ 1250 ชุดในสิงคโปร์ และชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4258 ตัน

พลังงานแสงอาทิตย์: ก้าวต่อไปของสิงคโปร์ในการรับมือปัญหาโลกร้อน

ในปี 2564 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศแผน Singapore Green Plan 2030 ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับประเทศเพื่อขับเคลื่อนวาระแห่งชาติของสิงคโปร์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สืบเนื่องจากที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 2563 ว่าสิงคโปร์จะตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจากระดับสูงสุดให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 วิสัยทัศน์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2593 และสิงคโปร์จะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การหาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าทางเลือกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสิงคโปร์ใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเป็นสัดส่วนมากถึง 97% ของทั้งหมด

สิงคโปร์มีข้อจำกัดจากการเป็นประเทศเล็ก ๆ จึงขาดการเข้าถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น พลังงานลมและไฟฟ้ากำลังน้ำ อย่างไรก็ดี การที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรนั้นทำให้สิงคโปร์มีความเข้มของแสงอาทิตย์สูง หรือว่ากันง่าย ๆ คือมีแดดมาก ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งในแผน Green Plan 2030 คือการเพิ่มการวางระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นเป็นสี่เท่าตัวให้มีกำลังผลิตได้สูงสุด 1.5 GW ภายในปี 2568 ด้วยแผนการต่อเนื่องเพื่อให้ถึง 2 GW ภายในปี 2573

อย่างไรก็ดี สิงคโปร์จะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่และปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ก็ต่อเมื่อหันไปใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น

สภาวะไม่เอื้ออำนวยต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ยกระดับไปอีกขั้น

การที่สิงคโปร์มีพื้นที่จำกัดทำให้ Sunseap มองออกไปนอกฝั่งในทะเลเปิด เพื่อหาทางเลือกพลังงานหมุนเวียนที่ใช้การได้จริง จนนำไปสู่การวางระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในน่านน้ำใกล้ชายฝั่ง การดำเนินการดังกล่าวยังทำให้ Sunseap บรรลุหลักไมล์สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือการสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มลอยน้ำนี้เข้ากับแผ่นดินใหญ่ โดยได้สร้างเครือข่ายจ่ายกำลังไฟฟ้าระดับ 22 KV ขึ้น

ทะเลเปิดไม่เหมือนแหล่งน้ำภายในแผ่นดิน เพราะมีสภาวะหลากหลายและเปลี่ยนแปลงง่าย ทั้งอุณหภูมิผันผวน น้ำกระเพื่อมขึ้น ๆ ลง ๆ ขณะที่น้ำเค็มยังมีคุณสมบัติกัดกร่อน สภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ เมื่อประกอบกับการเกิดสิ่งปนเปื้อนจากจุลชีพ (biofouling) ที่พบเห็นได้ทั่วไปในน่านน้ำเขตร้อน ซึ่งจุลชีพ พืช สาหร่าย และสัตว์เล็กสัตว์น้อยเกิดสะสมขึ้นบนพื้นผิวแล้ว ก็อาจทำให้องค์ประกอบของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น อินเวอร์เตอร์ เสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม

หัวเว่ย ได้นำความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้กับระบบคลาวด์ เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ใหม่ล่าสุดในอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อยกระดับการผลิตไฟฟ้า โดย Sunseap ได้เลือกหัวเว่ยเป็นผู้จัดหาอินเวอร์เตอร์สตริงอัจฉริยะที่ผ่านการทดสอบจริงมาแล้วอย่าง Huawei SUN2000-90KTL-H2 เพื่อให้ฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำแห่งนี้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือมากขึ้น

 “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกจากผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของสิงคโปร์อย่าง Sunseap เพื่อเข้ามาจัดหาอินเวอร์เตอร์แสงอาทิตย์ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม ให้กับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำนอกฝั่งที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก” Bruce Li กรรมการผู้จัดการประจำ Huawei Asia-Pacific Enterprise Digital Power Business กล่าว “ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการผนวกรวมเทคโนโลยีดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง หัวเว่ยจึงมีความมุ่งมั่นในการช่วยให้ผู้คนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ได้รับประโยชน์จากพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ด้วยโซลูชัน Smart PV สุดล้ำ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เราหวังที่จะร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Sunseap และช่วยสิงคโปร์เดินหน้าตามแผน Green Plan 2030”

ขับเคลื่อน “แผนสีเขียว” ของสิงคโปร์ด้วยโซลูชัน Smart PV

อินเวอร์เตอร์ของหัวเว่ยมีส่วนช่วยในการผลิตไฟฟ้าระดับกิกะวัตต์จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานทุกขนาดและทุกเงื่อนไข นอกจากนี้ อินเวอร์เตอร์ยังผ่านการทดสอบการกัดกร่อนของเกลือและการกระจายความร้อนหลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อมที่หฤโหดและอุณหภูมิตั้งแต่ -55°C ถึง 80°C ด้วยการนำอินเวอร์เตอร์ของหัวเว่ยมาใช้งาน Sunseap จึงสามารถปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติการและบำรุงรักษา (O&M) ของแพลตฟอร์มแบบลอยตัวได้ ตลอดจนป้องกันสนิมและการสึกหรอของวัสดุทั่วไป

นอกจากคุณประโยชน์ด้านประสิทธิภาพแล้ว การออกแบบในลักษณะแยกส่วนยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยในสถานที่ปฏิบัติงาน ซึ่งคุณสมบัติที่นำไปใช้งานได้ง่ายของหัวเว่ยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างจนทำให้ Sunseap เลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี

Shawn Tan รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Sunseap กล่าวว่า “คุณสมบัติเคลื่อนย้ายได้อย่างง่ายดายของสตริงอินเวอร์เตอร์จากหัวเว่ย ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยเปิดทางให้เราติดตั้งอินเวอร์เตอร์โดยตรงบนแพลตฟอร์มแบบลอยตัวได้ ถัดจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ท่อร้อยสายไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และกล่องรวม DC จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการใช้งาน ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของอินเวอร์เตอร์ ความร้อนจึงกระจายตัวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในภาพรวม”

ด้วยการใช้งานสตริงอินเวอร์เตอร์ของหัวเว่ย กระบวนการ O&M ของ Sunseap จึงมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมเปิดทางให้วิศวกรของบริษัทตรวจสอบการทำงานแต่ละวันจากระยะไกลได้อย่างสะดวกสบาย Wilson Tsen ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาธุรกิจและการจัดการโครงการของ Sunseap กล่าวว่า “โซลูชัน Smart PV ของหัวเว่ย และแพลตฟอร์ม O&M อัจฉริยะ ทำให้เราดำเนินการตรวจสอบและให้บริการอุปกรณ์โรงงาน ทุ่นลอยน้ำ และเชือกโยงได้สะดวกสบายมากขึ้น เทคโนโลยีของหัวเว่ยถือเป็นตัวพลิกเกม โดยไม่เพียงแต่เปิดทางให้เราวินิจฉัยปัญหาโรงงานจากระยะไกลได้เท่านั้น แต่ยังตรวจสอบปัญหาได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหน้างานด้วย”

เราหวังว่าความสมบูรณ์ของโครงการนี้และระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า จะกลายเป็นแม่แบบสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่ขาดแคลนที่ดินและมีประชากรหนาแน่นในภูมิภาค เพื่อเปิดตัวโครงการที่คล้ายคลึงกัน

Frank Phuan ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Sunseap กล่าวว่า “แผนสีเขียวของรัฐบาลสิงคโปร์คือความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรงงานที่มีกำลังไฟฟ้าสูงสุด 5 MW นอกชายฝั่งของเรา ถือเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ บนเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผมหวังว่าในอนาคต Sunseap และหัวเว่ยจะยังคงรวมพลังกันในด้านภูมิทัศน์พลังงานสะอาดในสิงคโปร์ต่อไป”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News