mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เอสซีจีขานรับภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ เร่งพัฒนานวัตกรรมสีเขียวตามแนวทาง ESG

โลกเผชิญการเปลี่ยนแปลงมากมายในช่วงเกือบ 2 ศตวรรษที่ผ่านมา หน้าตาของโลกที่พวกเรารู้จักเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนน่าตกใจเพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลายมากขึ้น สวนทางกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เติบโต ปัญหาภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ (Climate Emergency) ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติในขณะนี้ เพราะคนทุกคนได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า บ่อยครั้งที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักเนื่องจากภัยธรรมชาติหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

Christian Aid องค์กรไม่แสวงผลกำไรจากอังกฤษเคยออกมาเตือนว่าระดับน้ำทะเลที่สูงมากขึ้นจากภาวะโลกร้อนซึ่งจะเห็นชัดได้มากขึ้นตั้งแต่ปี 2045 อาจทำให้เมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกรวมทั้งกรุงเทพมหานครของประเทศไทยเสี่ยงจมใต้ทะเลได้หากไม่ช่วยกันสกัดกั้นและบรรเทาปัญหาโลกร้อนให้ดีกว่านี้ ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้ข้อมูลว่าทุก 1 องศาเซลเซียสที่โลกร้อนขึ้นจะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 100 ล้านคนและในปี 2050 ประชากรโลกจะต้องสูดอากาศที่ไม่มีคุณภาพที่ดีเพียงพอเข้าร่างกายสูงถึง 75% ต่อวัน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา

ปัญหาโลกร้อนจึงถือเป็นเรื่องใหญ่และด่วนที่สุด ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องขยับตัว

ทั่วโลกประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศ หรือ Climate Emergency เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือแก้ไขปัญหาของทุกภาคส่วนอย่างจริงจังตั้งแต่ปลายปี 2016 และเมื่อสิ้นปี 2020 ที่ผ่านมา มีรัฐบาลท้องถิ่นกว่า 1,800 แห่งจาก 33 ประเทศพร้อมใจผลักดันทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนให้ร่วมมือกันก่อนที่จะสายจนเกินไป โดยดำเนินการตาม  พันธกิจเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูปัญหาโลกร้อนจับต้องได้มากขึ้นและมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ที่ผลักดันโดยสหประชาชาติมาเป็นแนวทางสำคัญ เช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ส่งเสริมวัฒนธรรมบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียนที่นอกจากจะบริหารงานอย่างโปร่งใส จัดการความเสี่ยงได้ดีแล้วยังต้องดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวหรือ ESG (Environmental, Social and Governance) อีกด้วย

“การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องรีบจัดการและให้ความสำคัญ เอสซีจีจึงตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเดินหน้าสู่องค์กรที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 เพื่อสนับสนุนการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวลและแหล่งพลังงานทดแทน ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงขึ้น และเร่งวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าในทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมนำมาตรการด้านเศรษฐศาสตร์กำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) มาสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนในโครงการที่มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งฟื้นฟูพื้นที่ป่าผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่โรงงานกว่า 660 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ” นี่คือความตั้งใจของเอสซีจีที่ ‘ธนวงษ์ อารีรัชชกุล’ ประธานร่วมคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกรรมการผู้จัดการใหญ่  ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวถึงการขับเคลื่อนธุรกิจของเอสซีจีต่อจากนี้ไปสู่แนวทาง ESG อย่างมุ่งมั่น โดยเฉพาะการรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศอย่างเต็มที่

เห็นได้ชัดจากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรณรงค์การจัดการพลาสติกใช้แล้วอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง และการใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ อาทิ การพัฒนาและเปลี่ยนขวดบรรจุภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์จากพลาสติกชนิด HDPE เป็นพลาสติก HDPE รีไซเคิล (rHDPE) ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือนหมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ โดยใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality Post-Consumer Recycled Resin – PCR) ภายใต้แบรนด์ เอสซีจี กรีน พอลิเมอร์ (SCG Green PolymerTM) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก  Advanced Recycling Process ซึ่งเป็นนวัตกรรมรีไซเคิลขั้นสูงที่เปลี่ยนพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี ด้วยกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาใช้ผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศมีที่มากถึง 2 ล้านตันต่อปีได้ และเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมาได้มีการตั้งโรงงานทดสอบการผลิต หรือ Demonstration Plant แห่งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิต 4,000 ตันต่อปีและมีแนวโน้มขยายการผลิตมากขึ้นในอนาคต ถือเป็นแนวคิดที่ครบทั้งกระบวนการตลอดห่วงโซ่คุณค่า สอดคล้องกับทิศทาง “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” ที่นำแนวคิด SDGs และ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ธุรกิจ โดยมีกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืนอย่างที่ตั้งใจ

ในส่วนของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ธุรกิจ เคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการผลิตรวมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Supervisory) ทางด้านการจัดการพลังงาน มาช่วยวิเคราะห์ตัวแปรสำคัญในกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อเสริมความสามารถให้หน่วยการผลิตเห็นโอกาสลดการใช้พลังงานและลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

นอกจากนี้ การเปลี่ยนวิถีการใช้พลังงานของมนุษย์จากการเผาผลาญเชื้อเพลิงแบบเดิมมาเป็นพลังงานสะอาด เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยแก้วิกฤตสภาพอากาศได้ ซึ่ง SCG ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยพัฒนาเป็นนวัตกรรมโซลูชันที่ครอบคลุมในทุกมิติ แม้แต่บนผืนน้ำก็สามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้ เมื่อกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลาสติกได้พัฒนา SCG Floating Solar Solutions ทุ่นลอยน้ำและระบบยึดโยงสำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นเป็นรายแรกของประเทศไทย เพื่อแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าที่นำไปใช้ประโยชน์กับธุรกิจทั้งภาคอุตสาหรกรรมและภาคการเกษตรได้ ซึ่งช่วยลดต้นทุน บริหารจัดการพื้นที่ผิวน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงานสะอาด ขณะที่กลุ่มธุรกิจซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ที่มีความเชี่ยวชาญระบบโซลาร์บนหลังคาตัวจริงก็พัฒนา SCG Solar Roof Solutions สำหรับติดตั้งบนหลังคาบ้าน อาคารและโรงงาน เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการที่ต้องการลดรายจ่ายค่าไฟฟ้า ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นนวัตกรรมที่คุ้มค่ากับการลงทุนและยังใช้ประโยชน์พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอย่างเหลือเฟือ

ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์อย่าง SCGP ก็ตระหนักถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการใช้งานบรรจุภัณฑ์และการขนส่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด จึงคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยที่ยังใช้งานได้สะดวก มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือ R-1 บรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์แบบอ่อนที่ทำจากฟิล์มประกบติดกันหลายชั้นโดยใช้วัสดุชนิดเดียวกัน แต่ละชั้นทำหน้าที่แตกต่างกันเช่น การพิมพ์ กันความชื้น ป้องกันแรงกระแทก ทำให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์ โดยเป็นที่ยอมรับของภาคการผลิตและนำไปใช้ในบรรจุภัณฑ์ของอาหารและผลิตภัณฑ์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์

นอกจากการปรับตัวในระดับองค์กรแล้ว เอสซีจียังริเริ่มโครงการเกษตรปลอดการเผา หรือ Zero Burn เพื่อรับซื้อผลผลิตเหลือทิ้งจากเกษตรกรทั้งฟางข้าว ใบอ้อย และซังข้าวโพด เพื่อนำมาอัดแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลขนาดเล็กแต่มีความหนาแน่นสูง สามารถขนส่งในจำนวนมากเพื่อใช้เป็นพลังงานในหม้อเผาของโรงงานปูนซีเมนต์ ซึ่งโครงการนี้ช่วยลดการเผาไร่ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษโดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่เป็นภัยต่อสุขภาพ รวมทั้งยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนไปพร้อมกับการแก้ปัญหาโลกร้อนที่ทำได้จริงและทำได้ทันที

นี่เป็นเรื่องเล่าบางส่วนของสิ่งที่เอสซีจีได้เร่งปรับตัวเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาจากภาวะฉุกเฉินด้านภูมิอากาศที่ท้าทายมากขึ้นทุกวัน เชื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนในการร่วมกันดูแลโลกใบนี้และนำไปสู่บริบทใหม่ของโลกธุรกิจที่ต้องใส่ใจต่อหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เร่งคิดเพื่อทำสิ่งใหม่ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรักษาสมดุลของโลกใบนี้ไปด้วยกัน

ติดตามรายละเอียดนวัตกรรมสินค้าและบริการของ SCG ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและร่วมดูแลโลกจากวิกฤตสภาพอากาศได้ที่ : https://www.scg.com/climate-emergency  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News