mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

วิจัยกรุงศรีคาดแนวโน้มการส่งออกที่เติบโตดี

มูลค่าส่งออกเดือนเมษายนขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี  คาดเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มเติบโต 9% มูลค่าส่งออกในเดือนเมษายนอยู่ที่ 21.43 พันล้านดอลลาร์ ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 ที่ 13.1% YoY จากเดือนก่อน 8.5% และเมื่อหักทองคำออก มูลค่าส่งออกเดือนนี้ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ +28.9%  โดยสินค้าส่งออกสำคัญส่วนใหญ่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อาทิ ผลิตภัณฑ์เคมี (+65.7%) ผลิตภัณฑ์ยาง (+55.5%) ยานพาหนะและอุปกรณ์ (+52.6%) เครื่องใช้ไฟฟ้า (+45.2%) ผลิตภัณฑ์พลาสติก (+33.3%) และหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (+21.7%) ขณะที่การส่งออกสินค้าบางประเภทยังคงหดตัวจากปัจจัยเฉพาะด้าน เช่น ข้าว เนื่องจากการแข่งขันสูง และน้ำตาลทรายที่เป็นผลมาจากภัยแล้งทำให้ผลผลิตลดลง ด้านตลาดส่งออกพบว่าตลาดหลักทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และ CLMV เติบโตดีขึ้น ส่วนตลาดญี่ปุ่นและจีนขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่อาเซียน-5 ยังคงหดตัวต่อเนื่องตามการหดตัวของตลาดสิงคโปร์และอินโดนีเซีย

การส่งออกของไทยยังคงมีแรงส่งการเติบโต แม้จะมีช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ แต่มูลค่าการส่งออกเดือนเมษายนนับว่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม (21.38 พันล้านดอลลาร์) และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีในทุกเดือนเมษายนที่ 17.81 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ มูลค่าการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบที่หักทองคำในเดือนเมษายนยังคงใกล้เคียงกับเดือนก่อนซึ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการขยายตัวของการส่งออกในระยะข้างหน้า วิจัยกรุงศรีคาดในไตรมาส 2/2564 ยังคงเห็นการส่งออกเติบโตเป็นเลขสองหลัก เนื่องจากผลของฐานที่ต่ำในปีก่อน กอปรกับได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่าหลังจากผลของฐานต่ำหมดลง การส่งออกของไทยจะกลับมาเติบโตในเลขหลักเดียว แต่ยังคงได้แรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นตามการเปิดประเทศ และความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนซึ่งจะช่วยเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ล่าสุด UNCTAD คาดการค้าโลกในปีนี้จะเติบโตถึง 19% จากปัจจัยบวกดังกล่าววิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยในปี 2564 จะขยายตัว 9.0% (จากเดิมในเดือนเมษายนคาดไว้ที่ 6.0%) ซึ่งนับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในปีนี้

พ.ร.ก.กู้เงินฉบับใหม่ 5 แสนล้านบาท ทางการคาดอาจกู้ในปีนี้ก่อน 1 แสนล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ล่าสุดราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป กำหนดกรอบสำหรับการนำไปใช้ใน 3 แผนงาน คือ 1)แผนเยียวยาหรือชดเชยแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ วงเงิน 300,000 ล้านบาท 2)แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 170,000 ล้านบาท และ 3)แผนงานด้านสาธารณสุข วงเงิน 30,000 ล้านบาท

แม้จะมีปัจจัยเชิงบวกจากมาตรการภาครัฐที่จะมีเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงการคลังระบุว่าอาจจะกู้เงินจากพ.ร.ก.ฉบับใหม่ 5 แสนล้านบาท ในปีนี้ก่อนประมาณ 1 แสนล้านบาท และเมื่อรวมกับมาตรการเยียวยาที่ภาครัฐจะเริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป วงเงินประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ผ่านโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง จึงคาดว่าจะมีเม็ดเงินกว่า 2 แสนล้านบาทช่วยหนุนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังท่ามกลางความเป็นไปได้ของการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้ามากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกสามของ COVID-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนและอาจยืดเยื้อรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้  วิจัยกรุงศรีจึงยังคงประมาณการ GDP ปีนี้ไว้ที่ 2.0% และยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป 

ในส่วนของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจสหรัฐฯและยูโรโซนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนธนาคารกลางจีนอาจคงนโยบายผ่อนคลายต่อไปหลังภาคการผลิตมีสัญญาณชะลอตัว การใช้จ่ายภาคครัวเรือนสหรัฐฯเพิ่มตามตลาดคาด ขณะที่มาตรการภาครัฐจะหนุนการเติบโตในไตรมาสที่ 2/2564 และช่วงครึ่งปีหลัง ในเดือนมีนาคมดัชนีราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 15 ปี ส่วนในเดือนเมษายนดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (Core PCE) เพิ่มขึ้น 3.1% YoY สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2535 ขณะที่รายจ่ายเพื่อการบริโภคขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สำหรับในเดือนพฤษภาคม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโกแตะระดับสูงสุดในรอบ 38 ปี ล่าสุดจำนวนผู้ยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 พฤษภาคม ลดลงสู่ระดับ 4.06 แสนรายต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยตลาดแรงงานยังปรับตัวดีขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากปัจจัยชั่วคราว โดยเฉพาะภาคการผลิตที่เผชิญข้อจำกัดหลังจากทยอยกลับมาเปิดดำเนินการ วิจัยกรุงศรีคาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสที่ 2/2564 และอาจแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยหนุนทั้ง (i) ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐผ่าน American Rescue Plan วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งจัดสรรเพื่อชดเชยการว่างงานแก่ชาวอเมริกันรายละ 300 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จนถึงสิ้นเดือนกันยายน รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่มูลค่า 4.1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่น ส่วนเม็ดเงินคาดว่าจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4/2564 เป็นต้นไป ล่าสุด ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เปิดเผยแผนงบประมาณรายจ่ายปี 2565 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ มีมูลค่าถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 (ii) ความรวดเร็วในการฉีดวัคซีน ล่าสุดครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และ (iii) แรงส่งจากการทยอยเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคบริการ

ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจยูโรโซนเพิ่มสูงขึ้น คาดครึ่งปีหลังฟื้นตัวแข็งแกร่ง ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนเดือนพฤษภาคมแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2561 ที่ 114.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีโดยสถาบัน Ifo ปรับตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 99.2  ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของฝรั่งเศสแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2561 ที่ 106.0

ดัชนีความเชื่อมั่นในยูโรโซนเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับสัญญาณบวกต่างๆ ทั้ง (i) การลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวัน ล่าสุดอยู่ที่ 4.3 หมื่นราย จาก 2.02 แสนรายเมื่อวันที่ 15 เมษายน โดยภาคธุรกิจเริ่มทยอยเปิดดำเนินงานหลังจากการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ และ (ii) ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนซึ่งมีผู้ได้รับแล้วอย่างน้อย 1 โดสคิดเป็น 36.6% ของประชากร ล่าสุดที่ประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปได้กำหนดเป้าหมายให้ชาวยุโรป 70% ได้รับวัคซีนครบถ้วนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ พร้อมกำหนดให้สามารถใช้ใบรับรองการฉีดวัคซีนแบบดิจิทัลในเดือนมิถุนายน 2564 เพื่อรองรับการเปิดพรมแดน คาดว่าความคืบหน้าเหล่านี้จะช่วยหนุนการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

แรงส่งในภาคการผลิตของจีนอาจแผ่วลง คาดธนาคารกลางจีนยังคงนโยบายผ่อนคลายควบคู่กับการป้องกันความเสี่ยงต่อไป กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนเมษายนเติบโต 57.0% YoY ชะลอจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัวถึง 92.3% โดยกำไรของรัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนต่างเพิ่มขึ้น 170.3% และ 59.3% ตามลำดับ ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่าการเติบโตในภาคการผลิตของจีนอาจชะลอตัว แม้ว่ากำไรของอุตสาหกรรมโลหะและเคมีภัณฑ์ต่างเติบโตในอัตราสูงถึง 484% และ 272% ตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการเก็งกำไร ทางการจึงได้ออกมาตรการเพื่อควบคุมการปั่นราคา ในช่วงเดียวกันนี้ธนาคารกลางจีน (PBOC) ออกประกาศห้ามสถาบันการเงินดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์เพื่อป้องกันความเสี่ยง สะท้อนว่า PBOC เพิ่มความเข้มงวดแบบเจาะจงเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลภาคธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยง ขณะที่ยังจำเป็นต้องคงแนวทางนโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News