mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

Krungthai COMPASS ประเมินเศรษฐกิจปีนี้โตเพียง 0.8%-1.6%

โดย....พิมฉัตร เอกฉันท์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

Key Highlight

  • -การแพร่ระบาดระลอกที่ 3 รุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ หลังเชื้อ COVID-19 กลายพันธุ์แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคยาวนานขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงอุปสงค์ในประเทศ ค่อนข้างมาก
  • -Krungthai COMPASS ประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจสำหรับปี 2021 ลดลงเหลือ 0.8%-1.6% เทียบกับประมาณการที่ 2.5% กรณีไม่มีการระบาดระลอก 3 ทั้งนี้ ประเมินมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจอาจสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท
  • -นอกจากนี้ ยังมองว่า พรก. เงินกู้เพิ่มเติมอีก 7 แสนล้านบาทของภาครัฐ เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะรุนแรงและยาวนาน ควบคู่ไปกับการดำเนินการฉีดวัคซีนในช่วงที่เหลือของปีนี้ให้ได้ตามแผน

คาดผลกระทบจากการระบาดระลอกที่ 3 กดดันเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวได้เพียง 0.8%-1.6%

การระบาดของ COVID-19 ระลอกเดือน เม.ย. ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า 3 เดือน โดยสถานการณ์การระบาดในประเทศจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษได้แพร่กระจายไปยังหลายคลัสเตอร์ทั่วประเทศ จนเป็นการยากที่จะควบคุมให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน ขณะที่สัดส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 2.3% (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.) และกระจุกตัวเพียงบางพื้นที่ ทำให้จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งย่อมกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3 ปัจจัยที่เปลี่ยนไปจากการประเมินผลกระทบในการระบาดรอบนี้ ได้แก่ (1) รูปแบบการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้มรุนแรงและลากยาวกว่าที่คาด ส่งผลให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคให้ยาวนานขึ้น (2) แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่แน่นอนสูงจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษและอินเดียในหลายประเทศ  และ (3) เศรษฐกิจและตลาดแรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ล่าช้ากว่าเดิม โดย Krungthai COMPASS มองว่า ในกรณีฐาน (Base case) คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 4 เดือน (เม.ย.-ก.ค.) และอาจจะกระทบเศรษฐกิจยาวนานถึง 5 เดือน (เม.ย.-ส.ค.) เป็นกรณีแย่ (Worse case) ก่อนสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายได้อย่างช้าๆ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • -อุปสงค์ในประเทศกระทบมากในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 โดยจากการประเมินในกรณีฐาน คาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะเสียหายประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หรือราว 0.9% ต่อจีดีพี และในกรณีเลวร้าย อุปสงค์ในประเทศอาจหายไปถึง 2.3 แสนล้านบาท หรือ 1.4% ของจีดีพี นอกจากนี้ การแพร่ระบาดระลอกล่าสุดยังได้ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่ดำเนินกิจการได้อย่างจำกัดจากมาตรการควบคุมโรค และส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานให้เปราะบางมากขึ้น
  • -การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอาจหายไปมากกว่า 1 ใน 3 ตามแผนการเดินทางและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องล่าช้าออกไป เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่เกิดการระบาดระลอกที่ 3 ที่ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 115.2 ล้านคน-ครั้ง โดยประเมินจากกรณีฐาน คาดว่า การระบาดระลอกล่าสุดจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวราว 4 เดือน กดดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ 81.2 ล้านคน-ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายราว 1.8 แสนล้านบาท ยิ่งกว่านั้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศลากยาวไปกว่าที่ประเมินไว้ (ในกรณีเลวร้าย) คาดว่าจะกระทบแผนการท่องเที่ยวลากยาวไปถึง 5 เดือน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเหลือเพียง 72.6 ล้านคน-ครั้ง และสร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2.3 แสนล้านบาท
  • -นโยบายการเปิดประเทศอาจล่าช้า ส่งผลให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ช้า ซึ่งก็จะส่งผลให้ภาคบริการยังมีแนวโน้มซบเซาต่อไป นอกจากนี้ การระบาดของ COVID-19 จากเชื้อกลายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์อังกฤษ (B.117) และสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) ในหลายประเทศ ทำให้แผนการเปิดประเทศต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรัดกุมมากขึ้น ดังเช่นที่เกิดขึ้นในสิงคโปร์ที่ได้ประกาศ Lockdown อีกอย่างน้อย 1 เดือนหลังพบการระบาดระลอกใหม่ แม้ประชาชนในประเทศจะได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดสแล้วกว่า 33.6% โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2021 อาจเหลือเพียง 1-5 แสนคน จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 1 แสนคน-2.4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจถึง 0.9-1.2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ทิศทางเศรษฐกิจโลกและคู่ค้าที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หนุนมูลค่าการส่งออกโดยรวม โดยเศรษฐกิจและมูลค่าการนำเข้าของคู่ค้าหลักในไตรมาสที่ 1 ฟื้นตัวได้ตามคาด ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลดีต่อมูลค่าส่งออกของไทย (รูปที่ 3) สะท้อนจากส่งออกในไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ถึง 8.2% (ไม่รวมทองคำ) ส่วนประเด็นเรื่องการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าคาดว่าได้ผ่านพ้นจุดวิกฤตไปแล้วจากการอนุญาตให้เรือขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าเรือไทยได้ เช่นเดียวกับการหมุนเวียนตู้สินค้าในต่างประเทศที่มีทิศทางดีขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค ทั้งนี้ Krungthai COMPASS จึงได้ปรับประมาณการส่งออกในปี 2021 ขยายตัว 8.5% ดีกว่าประมาณการครั้งก่อนที่ 6.0%

Implication

  • -การออก พรก. เงินกู้ 7 แสนล้านบาทมีความจำเป็น โดยคาดว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดในระลอก 3 อาจสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินจาก พรก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2020ก็เหลือน้อยกว่าครึ่งของมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดสำคัญในการเยียวยาแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงการขอรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในระยะ 1 ปีข้างหน้า ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าเดิม ดังนั้น Krungthai COMPASS มองว่าการเตรียมพร้อมของรัฐบาลโดยการออก พรก. เงินกู้ 7 แสนล้านบาทในช่วงนี้ มีความจำเป็น เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะใช้เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างไม่ติดขัด ทั้งยังจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ประกอบการอีกด้วย ทั้งนี้ การระดมเงินด้วยจำนวนดังกล่าว คาดว่าจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดการตึงตัวในตลาดการเงิน เนื่องจากสภาพคล่องส่วนเกินในระบบปัจจุบันมีค่อนข้างมาก เห็นได้จากปริมาณเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นถึงราว 6 แสนล้านบาทในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News