mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

BGC โชว์ผลงาน Q1/64 แข็งแกร่ง ทำกำไรเพิ่มขึ้น 13%ปันผลระหว่างกาล 0.13 บาทต่อ

บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส หรือ BGC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 ทำรายได้จากการขาย 3,020 ล้านบาท เติบโต 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.13 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้น XD วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ พร้อมไฟเขียวแผนลงทุนก่อสร้างเตาหลอมแก้วแห่งใหม่ในจังหวัดราชบุรี กำลังการผลิต 400 ตันต่อวัน คาดแนวโน้มไตรมาส 2 เติบโตต่อเนื่อง หลังเริ่มรับรู้รายได้จากการเข้าควบรวมกิจการในบริษัท BGP และ BVP มุ่งสู่การเป็น Total Packaging Solutions ตามแผนที่วางไว้ พร้อมนำเสนอบริการแบบครบวงจรแก่ลูกค้าครอบคลุมบรรจุภัณฑ์พร้อมฉลาก ฝาและกล่องกระดาษ  

นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วรายใหญ่ในไทยและภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนและเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัทฯ ยังมีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 3,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 3,016 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 161 ล้านบาท 

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่าง ๆ อย่างชัดเจน ส่งผลให้ยอดขายจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่เป็นสัดส่วนรายได้หลักปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์และกลุ่มอาหารในประเทศ ที่มียอดขายปรับตัวดีขึ้น ส่วนต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของราคาน้ำมัน บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มรูปแบบของพลังงานที่ใช้เพื่อกระจายความเสี่ยง และปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วเป็นวัตถุดิบในการหลอมมากขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิเตาหลอมแก้วได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงได้รับผลดีจากราคาโซดาแอช (Soda ash) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับผลิตแก้วที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง และราคาเศษแก้วที่ทรงตัว

จากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท รวมเป็นเงิน 90 ล้านบาท เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และจะจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 11 มิถุนายน 2564 

ในขณะเดียวกัน ด้วยการขยายตัวของยอดขายบรรจุภัณฑ์แก้วที่เพิ่มขึ้น  ทำให้คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการลงทุนก่อสร้างเตาหลอมแก้วแห่งใหม่ที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีกำลังการผลิต 400 ตันต่อวัน ใช้งบลงทุน 1,600 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงินในประเทศ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 18 เดือน ทั้งนี้การเปิดเตาหลอมแก้วใหม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยรองรับการขยายตลาดบรรจุภัณฑ์แก้วทั้งในไทยและต่างประเทศ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGC กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มความต้องการบรรจุภัณฑ์แก้วในช่วงไตรมาส 2/2564 ภาคธุรกิจต่างๆ อาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นบ้างจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เช่น การกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดร้านอาหาร แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเท่ากับช่วงไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา ที่มีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์และมาตรการเคอร์ฟิว อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ของลูกค้าอย่างใกล้ชิด และยังมั่นใจว่าจะสามารถทำผลการดำเนินงานไตรมาส 2 เติบโตดีกว่าเป้าหมาย 

โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากการเข้าควบรวมกิจการ โดยการเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด และบริษัท บางกอกบรรจุภัณฑ์ จำกัด ซึ่งทั้ง 2 บริษัทมีกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมา 46 ล้านบาทและ 26 ล้านบาทตามลำดับ เพื่อยกระดับสู่การเป็น Total Packaging Solutions ที่สามารถนำเสนอบริการแบบครบวงจร (One stop service) ให้แก่ลูกค้าโดยครอบคลุมทั้งการนำเสนอบรรจุภัณฑ์พร้อมฉลาก ฝาและกล่องกระดาษ ภายใต้เทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มียอดขายจากลูกค้าแต่ละรายเพิ่มขึ้นและเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น

 “การเข้าควบรวมกิจการและปรับโมเดลธุรกิจสู่การให้บริการแบบครบวงจร จะเป็น Growth Driver สำคัญที่ส่งผลดีต่อการเติบโตของบริษัทฯ ประกอบกับบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นด้านการขยายธุรกิจตามเป้าหมาย ทั้งการเติบโตจากภายใน (Organic Growth) และการเร่งขยายธุรกิจโดยการเติบโตจากภายนอก (Inorganic growth) และด้านการรักษาประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังคงมาตรการการป้องกันโรคระบาดอย่างเข้มข้น พร้อมใช้การบริหารงานแบบยืดหยุ่น เพื่อรองรับทุกสถานการณ์และความต้องการของลูกค้า ซึ่งมั่นใจว่า จะสร้างการเติบโตที่ดีให้กับบริษัทในปีนี้” นายศิลปรัตน์ กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News