mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

Wave รอบ 3 Lock down รอบ 2 กับ 1 ความหวัง

สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับคาดการณ์ GDP 64 จาก 2.6% เหลือ 2.2% เฝ้าติดตามหากวัคซีนล่าช้าอาจหล่นเหลือ 0.7% แต่ยังมีการส่งออกเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยปีนี้   

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการระบาดของโควิดระลอก 3 จนนำมาซึ่งมาตรการเข้มงวดรอบ 2 ที่ฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีอีก 1 ความหวัง คือ การเข้ามาของวัคซีนและฉีดให้ประชาชนคนไทยอย่างทั่วถึงภายในปีนี้

โควิดระลอก 3 จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงมาก ส่งผลให้ภาครัฐออกมาตรการค่อนข้างเข้มงวดในการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันคล้ายการล็อคดาวน์รอบแรก สิ่งที่คล้ายกับรอบแรกคือ การบริโภคภาคเอกชนลดลงค่อนข้างแรง คนออกจากบ้านน้อยลง ร้านค้าเปิดทำการด้วยจำนวนชั่วโมงที่ลดลง กระทบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยภาพรวม ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรกนี้จะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค หรือเศรษฐกิจหดตัวไตรมาสเทียบไตรมาส ติดต่อกัน 2 ไตรมาส

อย่างไรก็ดี รอบนี้แตกต่างตรงที่เศรษฐกิจเทียบปีต่อปีจะไม่ถดถอยรุนแรงเท่าปีที่แล้ว เพราะมีภาคการส่งออกเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ โดยการส่งออกเดือน มี.ค.เติบโตก้าวกระโดดขึ้นมาที่ 8% จากการเร่งตัวของเศรษฐกิจในจีนและสหรัฐ จึงคาดว่าการส่งออกปีนี้จะเติบโตถึง 10% จากอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตภัณฑ์เคมี ยาง และกลุ่มอาหาร รวมถึงการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับภาคส่งออกที่จะฟื้นตัวได้ดีอีกด้วย ดังนั้น รายได้นอกภาคเกษตรปีนี้จะขยับขึ้น ส่งผลให้คนมีความสามารถจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่รายได้ภาคเกษตรน่าจะดีกว่าปีก่อน เพราะภัยแล้งปีนี้ไม่น่ารุนแรง ประกอบกับราคาสินค้าเกษตร ส่วนใหญ่มีแนวโน้มขยับขึ้น

“ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยรอบนี้จึงอยู่ที่การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส คู่ขนานไปกับการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ให้เร็วที่สุดเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเปิดขึ้นมาได้อีกครั้ง ความหวังหนึ่งเดียวของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจปีนี้อยู่ที่วัคซีน เพราะถ้ายังฉีดไม่ทั่วถึง มีความเสี่ยงจะเกิดการระบาดรอบ 4 รอบ 5 ไปเรื่อยๆ เกิดมาตรการล็อกดาวน์ แล้วผ่อนคลาย วนลูปไปเรื่อยๆ จนกว่าคนไทยจะมีภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด ดังนั้น หากการฉีดวัคซีนเร่งตัวได้ทันในไตรมาส 3 ควบคุมการระบาดได้ดีขึ้น ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดต่างๆ อุปสงค์ในประเทศโดยรวมจะฟื้นตัวไตรมาส 3 เช่นกัน เรียกว่า pent up demand จากการที่คนอัดอั้นในไตรมาส 2 แล้วเริ่มใช้จ่ายหลังเศรษฐกิจเปิดเต็มที่ แม้จะไม่สามารถชดเชยเศรษฐกิจไตรมาส 2 ได้ แต่เศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น” ดร.อมรเทพ กล่าว 

ด้านการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นขึ้นได้หลังการเร่งตัวของวัคซีน สนับสนุนกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจยังกังวลรูปแบบการฉีดวัคซีนในประเทศ และยังลังเลกับการเดินทางออกนอกประเทศ จึงอาจไม่สามารถคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เต็มที่

สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทย ปี 2564 จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 2.6% มาอยู่ที่ 2.2% จากการรับมือการระบาดโควิดรอบ 3 ที่ส่งผลกระทบการบริโภคในประเทศรุนแรง แต่มุมมองไม่ได้ปรับลดลงแรงเพราะการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตได้เฉียด 10% จะเป็นตัวสนับสนุนเศรษฐกิจ พร้อมๆ กับการให้เกิดการลงทุนในประเทศที่ยังโตต่อเนื่องได้ เพียงแต่ไทยยังขาดการท่องเที่ยวจากต่างชาติ ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยโตช้าสำหรับปีนี้

ด้านค่าเงินบาทคาดว่าจะอ่อนค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ จากเงินไหลออกสืบเนื่องจากความกังวลเรื่องการถอนมาตรการ QE และกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐ เงินบาทน่าจะอยู่ที่ราว 31.50 บาท /ดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาส 2 แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี หากนักลงทุนรับรู้ข่าวมาตรการทางการเงินของเฟดไปแล้ว ประกอบกับประเทศไทยน่าจะเกินดุลบัญชีสะพัดช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งเป็นรายได้สำคัญ จะทำให้มีความต้องการเงินบาทมากขึ้น เงินบาทน่าจะกลับมาอยู่ที่ราวๆ 31.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐช่วงปลายปี

ด้านนโยบายการเงิน คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.50% ตลอดทั้งปี โดย น่าจะอัดฉีดเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ SME หรือออกมาตรการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ เป็นทางออกสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามคือวัคซีน หากประเทศไทยและกลุ่มประเทศในเอเชียมีการฉีดวัคซีนล่าช้า จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น จนภาครัฐออกมาตรการ ควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่ง เศรษฐกิจไทยอาจจะโตต่ำเหลือ 0.7% ธปท.อาจฉีดวัคซีนประคองเศรษฐกิจไทย โดยลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 0.25%

  อย่างไรก็ดี นโยบายการเงิน และนโยบายการคลังที่จะออกมาจะมีลักษณะของการประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดหนัก เป็นการซื้อเวลา มากกว่าที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ ทางออกอยู่ที่การฉีดวัคซีนให้ฉีดประชากรไทยได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ สำนักวิจัยฯ จะทบทวนการคาดกรณ์เศรษฐกิจไทยอีกครั้งหลังจากสภาพัฒน์รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 วันที่ 17 พ.ค.64 และเฝ้าติดตามการผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศและการนำเข้าวัคซีนตัวอื่นๆ ที่เป็นความหวังของเศรษฐกิจไทยช่วงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News