mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

PROS มั่นใจเทรดวันแรก 27 เม.ย.นี้ คึกคัก ล่าสุดโชว์ Backlog ทุบสถิติ

                PROS หุ้นรับเหมาฯ น้องใหม่ มั่นใจเข้าเทรดใน mai วันแรก 27 เม.ย.นี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน หนุนราคาเหนือจอง โดยกำหนดราคา IPO 2 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันตุนงานในมือไว้ล็อตใหญ่สูงเฉียด 2,000 ล้านบาท ทุบสถิติที่ผ่านมา แถมความสามารถในการทำกำไรสุดแจ่ม ในปี 63 กำไรกระโดดถึง 86% จากปีก่อน ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการคว้าหุ้น Growth Stock แถมพ่วงนโยบายการจ่ายปันผลงาม สูงถึง 50% เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ช่วยหนุนการเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้านผู้บริหารย้ำความมั่นใจ กอดหุ้นไว้ในมือแน่นไม่ขาย พร้อมนำ PROS เข้าเทรด mai 27 เมษายน 64 นี้

                นายพงศ์เทพ รัตนแสงสรวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ   PROS หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารเปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรก จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง ด้วยความพร้อมทางด้านบุคลากร และระบบการทำงาน เพื่อขยายธุรกิจและโอกาสในการเข้าประมูลงานใหม่ๆ  สนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

                นอกจากนี้ จากประสบการณ์การทำงานในโครงการของหน่วยงานภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่เน้นการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านพลังงานไฟฟ้า ขนส่งมวลชน และสื่อสารโทรคมนาคม จึงทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีโอกาสในการเข้าไปขยายงานในส่วนของงานภาครัฐ จากปัจจุบันมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย หรือสิ้นปีคาดอยู่ที่ประมาณ 20% คาดจะเพิ่มเป็น 50% ในอนาคต ขณะที่งานภาคเอกชนที่บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว จากผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เทสโก้ โลตัส บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่ม ปตท.เป็นต้น ซึ่งบริษัทเหล่านี้มีการขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  

                “บริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงลูกค้าให้มีความหลากหลาย และขยายงานไปยังกลุ่มงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น และที่ผ่านมาบริษัทฯ ใช้กลยุทธ์การตลาด เพื่อดูแลลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำอย่างมีคุณภาพ ทำให้กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าเกรด A ที่มีฐานะการเงินดี และทำให้เราไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน และเป็นบริษัทที่แทบไม่มีหนี้ นอกจากนี้ บริษัทเรามีความตั้งใจทำงานภายใต้วิสัยทัศน์เป็นบริษัทรับเหมาชั้นนำของประเทศ ซึ่งประวัติผลงานและลูกค้าในอดีต เป็นเครื่องการันตี ทำให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เชิญ PROS  เข้าร่วมประมูลงานเพิ่มมากขึ้น” นายพงศ์เทพ กล่าว

                โดยแผนการเติบโตในช่วง 3 ปีจากนี้ (ปี 2564-2566) บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-20% โดยจะมาจากงานบริการรับเหมาติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร และรายได้จากงานให้บริการรับเหมาก่อสร้างงานโยธา คิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันกว่า 99% ส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้อื่น ๆ ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงเน้นควบคุมและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี เพื่อความสามารถในการทำกำไรที่ดี โดยมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้อยู่ที่ระดับ 6-7% จากปี 2563 ที่มีอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 5%

                นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวเสริมถึง PROS คาดจะเป็นหุ้นไอพีโอที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ด้วยจุดเด่นบริษัทฯมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยภายหลังจาก IPO คาดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลงเหลือเพียง 0.61เท่า ในปี 2564 จากปี 2563 ก่อน IPO อยู่ที่ 1.18 เท่า มีเงินสดในมือสูง และมีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง โดยมีนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ขณะที่ รายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากงานโครงการในมือที่ยังไม่ส่งมอบ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2564 จำนวน 768 ล้านบาท และงานที่มีหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้าง (LOI) อีกราว 1,229 ล้านบาท สนับสนุนงานในมือ (Backlog) ในปัจจุบันอยู่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขงานในมือทุบสถิติใหม่ของบริษัทฯ จะทยอยรับรู้รายได้ค่อนข้างมั่นคงและมีเสถียรภาพ และยังไม่รับรวมโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทฯ มีโอกาสเข้าไปร่วมประมูลเพิ่มเติมอีก สำหรับผลงานในปี 2563 แม้ในสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯ ก็สามารถทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท เติบโตกว่า 86.66% จากปี 2562 แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีศักยภาพในการปรับตัวทางธุรกิจให้มีกำไรต่อเนื่อง แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ส่วนรายได้อยู่ที่ 944.77 ล้านบาท

                นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์  กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด  (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท พรอสเพอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (PROS) เปิดเผยถึง ความเชื่อมั่นหุ้น PROS ในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ  (mai) วันแรก ในวันที่ 27 เมษายน 2564 นักลงทุนจะให้ความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดี  จากราคาหุ้น IPO ที่ระดับราคา 2 บาท เป็นราคาที่มีส่วนลดในระดับที่ดีมากให้กับนักลงทุน  โดย P/E ของบริษัทฯคาดว่าจะลดลงได้อีกมากจากศักยภาพที่จะเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง จากงานในมือสูงเป็นประวัติการณ์ และจากฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้น จะทำให้บริษัทมีความพร้อมเข้าประมูลงานใหม่ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และมีโอกาสได้รับงานอีกมากในอนาคต ตามการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าในหลากหลายอุตสหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศ ประกอบกับการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มโอกาสในการรับงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

                ด้านผู้บริหารย้ำความมั่นใจ กลุ่มครอบครัวรัตนแสงสรวง และผู้ถือหุ้นใหญ่อีก 3 ราย ซึ่งร่วมก่อตั้งบริษัทมาด้วยกัน โดยถือหุ้นเกิน 50% ติดไซเรนท์พีเรียด และไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกไป  โดยผู้ถือรายใหญ่ทั้งหมดให้ความมั่นใจนำหุ้นส่วนที่เหลือจากที่ติด Silent มาติด Lock Up ทั้งหมด

                ขณะที่ ก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์จาก 3 บริษัทหลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัด  ระบุถึงความแข็งแกร่งและโอกาสการเติบโตของ PROS โดยให้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 2.70 – 3.00 บาท

                ด้าน บทวิเคราะห์หลัก บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าพื้นฐานกลางปี 2565 ของ PROS ที่ 3.00 บาท โดยอิง PE 16.7 เท่า จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังระยาวของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเสาเข็ม ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือที่ยังไม่รับรู้รายได้อยู่ที่ราว 768.31 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ไปถึงปี 2564-2565 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ชนะประมูลหรือได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงการว่าจ้างแล้ว จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 1,229.48 ล้านบาท จากโครงการที่อยู่ระหว่างร่วมประมูลทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ารวม 2,694 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการปี 2563-2565 เติบโตถึง 47%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News