mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรถ xEV ของไทยปี 64 เติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 69

 

  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2564 ยอดขายรถยนต์กลุ่ม HEV และ PHEV น่าจะมียอดขายประมาณ 48,000 ถึง 50,000 คัน หรือขยายตัวกว่าร้อยละ 63 ถึง 70 และจะกลายมาเป็นโมเดลมาตรฐานสำหรับรถยนต์ในหลายรุ่น เพื่อเตรียมพร้อมการเปลี่ยนไปสู่เทคโนโลยีการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่อย่างสมบูรณ์ในอนาคต ขณะที่รถยนต์ BEV น่าจะมียอดขายประมาณ 4,000 – 5,000 คัน ขยายตัวกว่าร้อยละ 210 ถึง 288 การวางเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ทั่วถึง ประกอบกับการวางระดับราคาที่จับต้องได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเร่งให้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็ว
  • ขณะที่ ในอนาคตไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สัดส่วนยอดขายรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศมีโอกาสขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 55 ของปริมาณยอดขายรถยนต์รวมในปีนั้น ขณะที่การผลิตรถยนต์ในประเทศกลุ่ม xEV ของไทยก็มีโอกาสที่จะขยับส่วนแบ่งขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ 50 โดยมาตรการหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของตลาดรถ xEV นอกเหนือจากการเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้า และมาตรการด้านภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค อาจเป็นการเพิ่มจำนวนรอบในการเปลี่ยนรถยนต์ใหม่มากขึ้น ผ่านมาตรการกระตุ้นที่เหมาะสม 

      รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือ ตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV (ที่ประกอบด้วยรถยนต์ไฮบริดหรือ HEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดหรือ PHEV และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนจากแบตเตอรี่หรือ BEV) ในตลาดโลกปัจจุบันกำลังพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบเสียบปลั๊กหรือ PHEV และ BEV ในปี 2563 ที่แม้ทั่วโลกจะต้องรับมือกับการระบาดของโควิด-19 แต่ยอดขายรถยนต์กลุ่มดังกล่าวรวมแล้วทั่วโลกสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 43 จากปีก่อนหน้า ไม่เพียงเท่านั้น ปัจจุบันนานาประเทศ โดยเฉพาะ ตลาดรถยนต์หลักของโลกอย่างสหรัฐฯ ก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ในกลุ่ม xEV ที่ชัดเจน เพื่อแทนที่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วน หรือ ICE มากขึ้น ซึ่งไทยเองก็เช่นเดียวกันที่กำลังมีแผนการก้าวสู่ยุคของรถยนต์ xEV ซึ่งแม้ในปี 2563 ตัวเลขยอดจดทะเบียนรถยนต์ในกลุ่มรถยนต์ xEV จะยังมีจำนวนไม่มากเพียง 30,705 คัน และคิดเป็นสัดส่วนแค่ร้อยละ 3.9 ของยอดขายรถยนต์รวมในประเทศ แต่หากมองอัตราการขยายตัวกลับพบว่าโตสวนตลาดถึงร้อยละ 12.8 และในอนาคตด้วยแผนการลงทุนของค่ายรถ และแรงสนับสนุนของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่ามีโอกาสมากที่รถยนต์ xEV จะขยายตัวเพิ่มขึ้นแล้วกินส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่งหนึ่งของตลาดรถยนต์ ICE ที่ครองตลาดอยู่เดิมในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า

                อนึ่ง สำหรับปี 2564 นี้ พบว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ xEV ทั้งกลุ่ม ช่วง 2 เดือนแรกจากกรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มขึ้นไปถึง 9,164 คันแล้ว หรือขยายตัวกว่าร้อยละ 42.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งที่อยู่ในช่วงของการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อโควิด-19 ในไทย ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า หากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ไม่กลับมารุนแรงขึ้นไปกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์กลุ่มนี้ในไทยมีโอกาสจะเร่งตัวขึ้นได้สูง โดยเฉพาะเมื่อค่ายรถต่างเริ่มรุกตลาด xEV มากขึ้นในรุ่นระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ตลาดเข้าสู่ระดับ mass มากขึ้น และทำให้การแข่งขันทวีความดุเดือดขึ้นนับจากนี้ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์การขยายตัวของรถยนต์ xEV แต่ละประเภทดังตาราง

ยอดขายรถยนต์ xEV ในประเทศของไทย

ปี

HEV & PHEV

BEV

รวม

2563 (คัน)

29,417

1,288

30,705

Growth (%Y-o-Y)

11.3

79.4

12.8

2564f (คัน)

48,000 – 50,000

4,000 – 5,000

52,000 – 55,000

Growth (%Y-o-Y)

63.0 – 70.0

210.0 -288.0

69.0 – 79.0

 

                ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

  • รถยนต์กลุ่ม HEV และ PHEV ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2564 นี้ ค่ายรถหลายค่ายจะดันให้รถยนต์รุ่น HEV และ PHEV กลายมาเป็นโมเดลมาตรฐานสำหรับรถยนต์ในหลายรุ่น เพื่อเตรียมพร้อมการเปลี่ยนไปสู่เทคโนโลยีการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่อย่างสมบูรณ์ในอนาคต ทั้งในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กไปจนถึงรถยนต์ขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะมีประมาณ 48,000 ถึง 50,000 คัน หรือขยายตัวกว่าร้อยละ 63 ถึง 70 ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2563 ที่ขยายตัวร้อยละ 11.3 คิดเป็นยอดขาย 29,417 คัน
  • รถยนต์ BEV ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปี 2564 นี้ มีโอกาสเติบโตก้าวกระโดดหลังรถยนต์ BEV สัญชาติจีนเริ่มเข้ามาบุกตลาดมากขึ้นในปีนี้ โดยในระยะแรกใช้สิทธิ์ภาษีนำเข้าร้อยละ 0 ผ่านข้อตกลงการค้าเสรีไทย-จีน ก่อนลงทุนประกอบในไทยในอนาคต ซึ่งระดับราคาที่จับต้องได้มากขึ้นของรถยนต์ BEV สัญชาติจีนน่าจะทำให้ตลาดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงเพิ่มการรับรู้และเข้าใจของตลาดมากขึ้นในอนาคต โดยในปี 2564 ยอดขายรถยนต์ BEVน่าจะแตะที่ประมาณ 4,000 ถึง 5,000 คัน ขยายตัวกว่าร้อยละ 210 ถึง 288 และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2563 ที่ขยายตัวร้อยละ 79.4 คิดเป็นยอดขาย 1,288 คัน ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักของตลาด BEV ในอนาคต คือ การที่ภาครัฐและเอกชนจะสามารถเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดซึ่งมีกำลังซื้อพร้อมแต่ยังขาดความมั่นใจในเรื่องของการวางเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ทั่วถึง เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์ BEV ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในเรื่องระยะทางวิ่งและระยะเวลาในการชาร์จไฟที่ยังใช้เวลานานอยู่ โดยปัจจุบัน พบการสร้างเครือข่ายพันธมิตรระหว่างค่ายรถหรือหน่วยงานด้านพลังงานกับสถานีบริการเติมน้ำมันมากขึ้นเพื่อกระจายพื้นที่สถานีชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 647 (1,974 หัวจ่าย) แห่งในปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่สนใจตัดสินใจซื้อรถยนต์ BEV ได้ง่ายขึ้น

            จากทิศทางการขยายตัวของตลาดรถยนต์ xEV ในประเทศที่จะเติบโตขึ้นดังกล่าว เมื่อผนวกรวมเข้ากับการส่งออกรถยนต์ xEV ที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย เมื่อการผลิตรถยนต์ xEV ในไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งในรุ่นที่ถูกวางตำเหน่งให้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งกลับไปญี่ปุ่น หรือในรุ่นที่ไทยถูกวางตำแหน่งให้เป็นฐานการผลิตหลักเพื่อส่งออกไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะรถยนต์ HEV และ PHEV ส่งผลให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปริมาณการผลิตรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศปี 2564 น่าจะทำได้ 72,000 ถึง 80,000 คัน ขยายตัวกว่าร้อยละ 60 ถึง 78 จากที่คาดว่าจะผลิตประมาณ 45,000 คันในปี 2563 ในกรณีที่ไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจให้ชะลอลงกว่าที่คาด นอกจากนี้ จำนวนยอดขายและยอดผลิตรถยนต์กลุ่ม xEV ที่คาดการณ์ในไทยดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขขั้นต่ำจากการพิจารณาโครงการลงทุนที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน และจากที่ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นตลาดอื่นใดออกมา ซึ่งหากมีการลงทุนเข้ามาเพิ่มเติมรวมถึงมาตรการกระตุ้นตลาดรถยนต์จากรัฐเข้ามาโดยตรงเพิ่มเติมก็คาดว่าจะทำให้ตลาดรถยนต์ xEVเติบโตสูงขึ้นกว่าที่คาดได้

            โดยสรุป จากทิศทางการขยับขยายของอุตสาหกรรมรถยนต์โลกไปสู่เทคโนโลยีรถยนต์ xEV และดูเหมือนสถานะของไทยเองในปัจจุบันก็ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการวางยุทธศาสตร์การผลิตและทำตลาดรถยนต์ประเภทดังกล่าวของค่ายรถหลายสัญชาติ ซึ่งหากไทยสามารถรักษาสถานะดังกล่าวไว้ได้ด้วยการเร่งสร้างความร่วมมืออย่างเหมาะสมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ อาจช่วยให้ไทยทำตลาดรถยนต์กลุ่ม xEV ในประเทศได้ดีเสริมแรงดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาในประเทศได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ไทยรักษาความสามารถในการแข่งขันในการเป็นฐานผลิตรถยนต์กลุ่ม xEV ของภูมิภาคได้ไม่ยาก โดยในระยะข้างหน้าในปี 2573 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มีโอกาสที่สัดส่วนยอดขายรถยนต์กลุ่ม xEV จะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 55 ของปริมาณยอดขายรถยนต์รวมในปีนั้น ขณะที่การผลิตรถยนต์ในประเทศกลุ่ม xEV ของไทยก็มีโอกาสที่จะขยับส่วนแบ่งขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ 50 เช่นกัน โดยสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ xEV คาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 47 ของปริมาณการส่งออกรถยนต์รวมของไทย เนื่องจากตลาดรถยนต์ที่ไทยส่งออกเป็นส่วนใหญ่ต้องอาศัยระยะเวลาที่มากกว่าในการตอบรับต่อรถยนต์ xEV

                นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นตลาดที่อาจช่วยได้ในอนาคตเพิ่มเติมจากประเด็นเรื่องการเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้า และมาตรการด้านภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค ซึ่งอาจจะช่วยเพิ่มศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ xEV ที่แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต ได้แก่ การสร้างความพร้อมของอุตสาหกรรมกำจัดซากรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพในประเทศ และการออกแบบมาตรการจำกัดและลดปริมาณรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 15 ปีที่เหมาะสมในอนาคตเพื่อลดความต้องการถือครองรถยนต์เก่าของผู้บริโภคลง และเพิ่มโอกาสหมุนเวียนรถยนต์ในตลาดให้มากขึ้น เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News