mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ถกเข้ม คปภ. ปฏิรูปกฎหมาย ลดภาระภาคธุรกิจ

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้มีการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายอนุบัญญัติที่ใช้กำกับดูแลธุรกิจประกันวินาศภัย (Regulatory Guillotine) ร่วมกับสำนักงาน คปภ. โดยสมาคมฯ ได้ศึกษารูปแบบและวิธีการของการทำ Regulatory Guillotine ในหลากหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งการทำ Regulatory Guillotine ของภาคการเงินไทย เพื่อนำเสนอกรอบและรูปแบบสำหรับการปฏิรูปกฎหมายประกันวินาศภัย ซึ่งจะช่วยลดภาระของภาคธุรกิจและประชาชนในการปฏิบัติตาม รวมถึงภาระต่อรัฐในการบังคับใช้ 

“เนื่องจาก Landscape ของการประกอบธุรกิจในปัจจุบันแตกต่างจากบริบทที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีซึ่งเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและก่อให้เกิด Business Model ใหม่ ๆ กฎหมายที่มีอยู่จึงอาจล้าสมัยและไม่ตอบโจทย์การประกอบธุรกิจในยุคดิจิทัลได้ นอกจากนี้แล้ว การออกกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการยกเลิกกฎหมายเดิมที่หมดความจำเป็นหรือล้าสมัย รวมถึงการออกกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามแบบตายตัว ขาดความยืดหยุ่น และซ้ำซ้อน ทำให้ต้นทุนในการประกอบธุรกิจสูงเกินความจำเป็น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้เอาประกันภัย และไม่ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจด้วย 

สำหรับเรื่องของการขออนุมัติอนุญาตต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการอนุมัติเงื่อนไขและอัตราเบี้ยประกันภัย ควรเป็นการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์แทนการอนุมัติรายกรมธรรม์ เพื่อให้ภาคธุรกิจมีเสรีในการออกผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับรูปแบบความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติกรมธรรม์ได้เป็นอย่างดี” 

สำหรับการทบทวนอนุบัญญัติทั้งหมดของธุรกิจประกันวินาศภัยนั้น อยู่บน 3 หลักเกณฑ์หลัก ได้แก่ ความชอบด้วยกฎหมาย ความจำเป็นของกฎหมาย และความเป็นมิตรในการประกอบธุรกิจ ซึ่งกฎหมายที่ผ่านการประเมินตาม 3 หลักเกณฑ์ข้างต้น จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กฎหมายที่คงไว้ดังเดิม หากชอบด้วยกฎหมาย มีความจำเป็น และเป็นมิตรในการประกอบธุรกิจ 2) กฎหมายที่ต้องมีการทบทวน หากชอบด้วยกฎหมายและมีความจำเป็น แต่ไม่เป็นมิตรในการประกอบธุรกิจ และ 3) กฎหมายที่ต้องถูกยกเลิก หากไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีความจำเป็น 

นายอานนท์ วังวสุ ได้กล่าวต่อว่า “ใน Insurance Core Principles แต่ละข้อ ซึ่งถือเป็นหลักอ้างอิงในการออกกฎหมายสำหรับธุรกิจประกันภัยนั้น ได้แบ่งเนื้อหาออกได้เป็น 3 ระดับ คือ 1) Principle Statements 2) Standards และ 3) Guidance โดย Principle Statements และ Standards เป็น 2 ระดับบนที่ต้องออกเป็นกฎหมาย แต่ Guidance เป็นเพียงการขยายความเพื่อให้มีความเข้าใจในรายละเอียด ไม่จำเป็นต้องนำมาออกเป็นกฎหมายทั้งหมด แต่ควรนำรายละเอียดมาออกเป็นแนวปฏิบัติแทน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเหมาะสมมากขึ้น”

สำหรับประเด็นหลักที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้นำเสนอสำหรับการปฏิรูปกฎหมายอนุบัญญัติในครั้งนี้ มีดังนี้

  1. การออกกฎหมายในลักษณะที่เป็น Principle-Based Approach เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับขนาด ลักษณะการประกอบธุรกิจ และความซับซ้อนของบริษัทประกันวินาศภัย ทั้งการทำ Regulatory Guillotine ในครั้งนี้และการออกกฎหมายใหม่ในอนาคต
  2. การออกกฎหมายไม่ควรทำให้บริษัทประกันวินาศภัยสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน เนื่องจากการออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเรื่องในลักษณะเดียวกันกับสถาบันการเงินอื่นแต่มีความเข้มข้นมากกว่า ย่อมก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงกว่าและไม่ก่อให้เกิดสนามการแข่งขันที่เท่าเทียมกันสำหรับบริษัทประกันวินาศภัย
  3. ในการทำประชาพิจารณ์นั้น ควรให้เวลาภาคธุรกิจในการให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างเพียงพอ และประเด็นที่ภาคธุรกิจและสำนักงาน คปภ. มีความเห็นไม่ตรงกันควรต้องถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้กฎหมายที่จะออกมานั้นมีหลักการในการกำกับดูแลที่เหมาะสมและมีความเป็นมิตรในการประกอบธุรกิจควบคู่กันไปด้วย
  4. การปรับเปลี่ยนกระบวนการส่งข้อมูลและรายงานให้เป็น Digitalization เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึงการทำ Data Guillotine เพื่อลดการรายงานข้อมูลที่ซ้ำซ้อน รวมทั้งผลักดันให้เกิดระบบฐานข้อมูลด้านการประกันภัย (Insurance Bureau System) โดยเร็ว
  5. การกำกับดูแลและการตรวจสอบบริษัทประกันภัยควรดำเนินการตามระดับความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยมีวินัยในตัวเอง รักษาธรรมาภิบาล และสามารถใช้ประโยชน์จากการบริหารความเสี่ยงและเงินกองทุนอย่างแท้จริง และส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น 

นายอานนท์ วังวสุ กล่าวปิดท้ายว่า “การทำ Regulatory Guillotine ถือเป็นโครงการที่ดีในการปฏิรูปกฎหมายที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การกำหนดกรอบในการออกกฎหมายใหม่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยให้การออกกฎหมายในอนาคตนั้นเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนไป และจะช่วยลดการทำ Regulatory Guillotine ในอนาคตให้น้อยลง 

อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลแบบเข้มงวดเพียงอย่างเดียวย่อมไม่อาจทำให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเติบโตและแข่งขันได้ จึงควรมีการสร้างความสมดุลระหว่างการกำกับและการส่งเสริมธุรกิจประกันภัย เนื่องจากโลกปัจจุบันเป็นโลกยุคดิจิทัลซึ่งพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด รูปแบบการทำธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การออกกฎหมายจึงควรมีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับ Landscape การทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเติบโตฝ่ากระแสการเปลี่ยนแปลงใน VUCA World ได้อย่างยั่งยืน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News