mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทีเอ็มบี ส่องยอดขายรถยนต์ปี 2564 ...มีลุ้นปลายปี ฟื้นกระโดด...

TMB Analytics คาดปี 2564 ยอดขายรถยนต์ในประเทศอยู่ที่ 8.35 - 8.50 แสนคัน หรือขยายตัว 5.5 - 7.3% จากภาคการส่งออกที่ดีขึ้นและภาคเกษตรที่ทยอยฟื้นตัว ชี้ปลายปีมีลุ้นฟื้นตัวกระโดดจากปัจจัยหนุน คือ ภาคบริการที่ฟื้นตัวและกำลังซื้อจากความต้องการเปลี่ยนรถใหม่

ปี 2563 ยอดขายรถยนต์ในประเทศเท่ากับ 792,146 คัน หรือ หดตัว -21.4% สาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงต้นปี ประกอบกับช่วงเมษายน - มิถุนายน ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกแรก อย่างไรก็ดี ภายหลังผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ยอดขายรถยนต์ในภาพรวมได้ค่อย ๆ ฟื้นตัว โดยในครึ่งปีหลัง หดตัวลดลง -4.2% ซึ่งดีกว่าครึ่งปีแรกที่หดตัวกว่า -37.3% และเมื่อมาพิจารณาดูประเภทของรถยนต์พบว่า ยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ครึ่งปีหลังขยายตัว 2.5% ซึ่งดีกว่าครึ่งปีแรกที่หดตัว -34.4% ในขณะที่รถยนต์นั่งครึ่งปีหลังหดตัว -11.8% ดีกว่าครึ่งปีแรกที่หดตัว -40.6% จะเห็นว่าครึ่งปีหลังรถยนต์เชิงพาณิชย์มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น

จับทิศทางยอดขายรถยนต์ในประเทศฟื้นตัว หนุนโดยภาคส่งออก และภาคเกษตร

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาดว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2564 จะอยู่ที่ 8.35 – 8.50 แสนคัน โดยรถยนต์นั่งจะขยายตัว 4.7% - 6.5% และรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัว 6.1% – 7.9% โดยประเมินว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี ยอดขายจะมีทิศทางชะลอตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากนั้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ยอดขายจะทยอยปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยจะได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และปัจจัยด้านพฤติกรรม ดังนี้

ปัจจัยสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ

1) การส่งออกสินค้าฟื้นตัว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในหลายประเทศ จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศการค้าโลกปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าของไทยจะขยายตัวได้ 3.4% จากปีก่อนที่หดตัว -6.9% ซึ่งสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร ยานยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร ดังนั้น แรงงานที่อยู่ในภาคธุรกิจดังกล่าว จะยังคงมีกำลังซื้ออยู่

2) ภาคเกษตรดีขึ้น ในปี 2564 จีดีพีภาคเกษตรมีแนวโน้มขยายตัว 1.3% - 2.3% จากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการทำเกษตร ปริมาณน้ำมีเพียงพอ และนโยบายประกันราคาสินค้าเกษตรของภาครัฐ ทำให้แนวโน้มสินค้าเกษตรหลายชนิด ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสําปะหลัง น้ำมันปาล์ม สับปะรด ทุเรียน ไก่ สุกร ปรับตัวดีขึ้น ทั้งในด้านปริมาณและราคา เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น แรงงานในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่กระจายตัวในส่วนภูมิภาค จะยังมีความสามารถซื้อรถยนต์ได้ โดยเฉพาะรถปิคอัพ

3) ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และมีโปรโมชันต่างๆ จูงใจผู้ซื้อ ทิศทางดอกเบี้ยในปีนี้ จะยังคงอยู่ระดับต่ำตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทรงตัวอยู่ที่ 0.50% ประกอบกับโปรโมชันกระตุ้นยอดขายของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (flat interest rate) ที่อยู่ประมาณ 2-3% ต่อปี และโปรโมชันผ่อนชำระยาวจะจูงใจให้ผู้บริโภคที่ยังพอมีกำลังซื้อตัดสินใจได้

ปัจจัยสนับสนุนด้านพฤติกรรม

1) ความต้องการเปลี่ยนรถใหม่ จากกลุ่มผู้ซื้อรถในโครงการรถคันแรก โครงการรถยนต์คันแรกในช่วงปี 2554 -2555 มีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 1.1 ล้านคัน ซึ่งตามหลักเกณฑ์ต้องถือครองรถยนต์มากกว่า 5 ปี จึงสามารถขายออกได้ ทั้งนี้ จะเห็นว่าผู้เข้าร่วมโครงการที่ถือครองรถยนต์ 6-7 ปี ได้ทยอยขายรถยนต์แล้วเปลี่ยนรถใหม่บางส่วน ทำให้ยอดขาย 6-7 ปีต่อมา สามารถแตะระดับปีละ 1 ล้านคัน ในช่วงปี 2561 - 2562 อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณายอดขายในช่วงโครงการรถยนต์คันแรกและการกระตุ้นยอดขายของค่ายรถยนต์ในช่วงปี 2555 - 2556 ที่มียอดขายสะสมรวมกัน 2.77 ล้านคัน เทียบกับยอดขายสะสมในปี 2561 – 2562 จำนวน 2.05 ล้านคัน จะพบว่ายังมีความต้องการจากผู้ถือครองรถยนต์ภายใต้โครงการรถคันแรกที่ถือครองรถมากกว่า 7 ปี ที่พร้อมขายเพื่อเปลี่ยนรถใหม่อยู่ประมาณ 6-7 แสนคัน หากมีความมั่นใจรายได้ของตนเองในอนาคต

2) ความต้องการเปลี่ยนรถใหม่ เนื่องจากอายุรถยนต์สูงขึ้น เมื่อพิจารณาอายุรถยนต์เฉลี่ยที่วิ่งบนท้องถนน(คำนวณจากสัดส่วนรถยนต์จำแนกตามอายุ ข้อมูลสถิติของกรมขนส่งทางบก) พบว่า อายุรถยนต์เฉลี่ยที่วิ่งบนท้องถนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (2550-2563) โดยในปี 2563 รถยนต์เชิงพาณิชย์ที่วิ่งบนท้องถนนมีอายุเฉลี่ย 12.3 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ที่ 10.8 ปี ในขณะที่รถยนต์นั่งมีอายุเฉลี่ย 9.1 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อยที่มีอายุอยู่ที่ 8.7 ปี อายุรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุนให้เกิดความต้องการซื้อรถยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลสนับสนุนเพิ่มเติมของการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ในปีที่แล้ว นอกเหนือจากปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 

3) เทคโนโลยีรถยนต์ใหม่ จูงใจผู้ซื้อ ผู้ผลิตรถยนต์นำรถยนต์รุ่นใหม่ออกจำหน่าย นอกจากจะแข่งขันกันออกแบบรูปลักษณ์รถยนต์ให้สะดุดตาแล้ว ยังแข่งขันด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเสนอต่อผู้บริโภค อาทิ ระบบความปลอดภัย ระบบช่วยเบรก ระบบประเมินสภาพแวดล้อมการขับขี่ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังนำเสนอเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ประหยัดพลังงานทั้งระบบไฮบริด พลังงานไฟฟ้า เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ปัจจัยเสี่ยงฉุดรั้งยอดขายรถยนต์

ยอดขายรถยนต์ในประเทศยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1) ระยะเวลาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากต้องมีการควบคุมอย่างความเข้มงวดและมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เกินกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ จะทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงและชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป 2) หนี้ภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูง (มากกว่า 85% ของจีดีพี) ระดับหนี้สินต่อรายได้ที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และสถาบันการเงินจะเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อในปีนี้ โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เป็นแรงงานในธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว 3) ภาคการท่องเที่ยวที่ยังชะลอตัว เป็นปัจจัยที่จะลดกำลังซื้อที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในภาคบริการ จากการศึกษาของ TMB Analytics พบว่า การทำให้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัวได้อย่างแท้จริง จนนำไปสู่การบริโภคสินค้าคงทน ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ เพิ่มขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งนั้น ต้องประกอบด้วยการใช้จ่ายในสินค้าคงทนและการใช้จ่ายในภาคบริการจะต้องกลับมาเติบโตไปด้วยกัน ดังนั้น ความหวังของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในช่วงปลายปี จะเป็นปัจจัยในการฟื้นภาคการบริการให้กลับมา และทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศปรับตัวดีขึ้นได้

ลุ้นปลายปี อาจเห็นยอดขายรถยนต์ ฟื้นกระโดด จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และพฤติกรรมการเปลี่ยนรถใหม่TMB Analytics ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ปลายปีนี้ มีโอกาสฟื้นตัวกระโดดมากกว่าคาดการณ์ได้ หากว่าภาคบริการสามารถกลับมาฟื้นตัวจากความหวังของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่นำออกมาใช้กับประชาชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวทยอยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และเมื่อรวมกับเหตุผลปัจจัยความต้องการเปลี่ยนรถใหม่ทั้งจากผู้ซื้อรถยนต์โครงการรถคันแรกที่ถือครองมากกว่า 7 ปี และอายุรถยนต์เฉลี่ยบนท้องถนนของเมืองไทยที่ปรับตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย ในอดีต ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเป็นตัวเร่ง “ความเป็นไปได้ของการฟื้นตัวกระโดดในช่วงปลายปีนี้ได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News