mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังภูมิภาคประจำเดือนธันวาคม 2563

“เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนธันวาคม 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในหลายภูมิภาคปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ระลอกใหม่”

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนธันวาคม 2563 ว่า “เศรษฐกิจภูมิภาคในเดือนธันวาคม 2563 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า จากอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคเหนือ อย่างไรก็ดี ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมในหลายภูมิภาคปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ระลอกใหม่” โดยมีรายละเอียดดังนี้

เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจ ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัวร้อยละ 12.9 ต่อปี ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 19.0 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัวร้อยละ 16.0 และ 18.2 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้เกษตรกรกลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอลงร้อยละ -0.7 ต่อปี สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุก

จดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ดีอยู่ที่ร้อยละ 26.3 และ 22.5 ต่อปี ตามลำดับ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการที่ขยายตัวร้อยละ 836.3 ต่อปี ด้วยจำนวน 2,969 ล้านบาท จากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดกำลัง 24 เมกะวัตต์ จากเชื้อเพลิงชีวมวลและจำหน่ายไอน้ำ ในจังหวัดขอนแก่น เป็นสำคัญ นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 77.0 จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 76.5 สำหรับในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคตะวันออกปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะด้านการบริโภคภาคเอกชนการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 35.1 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ที่กลับมาขยายตัวร้อยละ 4.4 และ 4.9 ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัวร้อยละ -12.5 และ -19.6 ต่อปี ตามลำดับ สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่และจำนวนรถบรรทุก

จดทะเบียนใหม่ ขยายตัวร้อยละ 15.3 และ 24.9 ต่อปี นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการขยายตัวร้อยละ 376.3 ต่อปี ด้วยจำนวน 4,164 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเหล็กลวด เหล็กรูปพรรณ  ในจังหวัดปราจีนบุรี เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัวร้อยละ 1,428.9 ต่อปี ด้วยจำนวน 2,843 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเม็ดเทอร์โมพลาสติกรับเบอร์ รับเบอร์คอมปาวด์ และพลาสติกคอมปาวด์ ในจังหวัดระยอง เป็นสำคัญ นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 107.2 จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 105.2 สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.2 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคเหนือปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัวร้อยละ 1.2 ต่อปี จากเดือน

ก่อนหน้าที่ชะลอตัวร้อยละ -3.0 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัวร้อยละ 29.5 และ 15.6 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้เกษตรกรกลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 0.6 ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าชะลอลงร้อยละ -7.8 ต่อปี สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่  ขยายตัวได้ดีที่ร้อยละ 44.7 และ 33.5 ต่อปี ตามลำดับ นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัวร้อยละ 625.8 ต่อปี ด้วยจำนวน 1,593 ล้านบาท จากโรงงานทอชิ้นส่วนชุดชั้นใน ในจังหวัดตาก เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัวร้อยละ 1,658.6 ต่อปี ด้วยจำนวน 2,386 ล้านบาท จากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์ ในจังหวัดกำแพงเพชรเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 51.7 และ 63.0 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 53.7 และ 63.6 ตามลำดับ สำหรับในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.2 ต่อปี

เศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 11.1 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ กลับมาขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 19.7 และ 9.1 ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัวร้อยละ -3.5 และ -7.1 ต่อปี ตามลำดับ สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจ

ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ ขยายตัวได้ดีอยู่ที่ร้อยละ 28.7 ต่อปี นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัวร้อยละ 42.3 ต่อปี ด้วยจำนวน 6,042 ล้านบาท จากทำผลิตภัณฑ์โลหะสำหรับใช้ในการก่อสร้างหรือติดตั้ง การทำส่วนประกอบสำหรับใช้ในการต่อเรือ การผลิตและประกอบเครื่องส่งกำลังกล เช่น กระบอกไฮดรอลิก เครื่องอัด ในจังหวัดปทุมธานี เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัวร้อยละ 26.5 ต่อปี ด้วยจำนวน 5,143 ล้านบาท จากโรงงานผลิตหมึกพิมพ์ ในจังหวัดสมุทรสาคร เป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 49.2 และ 86.9 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.8 และ 87.1 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.1 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคใต้ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 39.2 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ กลับมาขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 18.7 ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัวร้อยละ -7.5 ต่อปี สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุก

จดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ดีอยู่ที่ร้อยละ 21.2 และ 48.6 ต่อปี ตามลำดับ นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัวร้อยละ 662.9 ต่อปี ด้วยจำนวน 3,061 ล้านบาท จากโรงงานอัดเศษโลหะ อัดเศษกระดาษ อัดเศษพลาสติกทั่วไป ในจังหวัดสตูล เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัวร้อยละ 209.2 ต่อปี ด้วยจำนวน 3,216 ล้านบาท จากโรงงานผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 46.9 และ 85.3 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 49.4 และ 85.8 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.5 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคตะวันตกปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ขยายตัวร้อยละ 9.9 ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอลงร้อยละ -16.6 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ขยายตัวร้อยละ 8.7 และ 16.1 ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอลงร้อยละ -19.6 และ -10.4 ต่อปี ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้เกษตรกรขยายตัวร้อยละ 0.5 ต่อปี สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวได้ดีที่ร้อยละ 18.3 และ 21.1 ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ร้อยละ 11.8 และ -28.7 ต่อปี ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 48.6 และ 86.9 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.0 และ 87.1 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.2 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคกลางปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าโดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน อย่างไรก็ดีดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ โดยในเดือนธันวาคม 2563 เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนจากรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 1.7 ต่อปี สอดคล้องกับจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ กลับมาขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.2 และ 14.7 ต่อปี ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่ชะลอตัวร้อยละ -12.5 และ -21.9 ต่อปี ตามลำดับ สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ขยายตัวร้อยละ 36.9 ต่อปี จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ร้อยละ -11.0 ต่อปี นอกจากนี้ เงินทุนของโรงงานที่เริ่มประกอบกิจการ ขยายตัวร้อยละ 101.1 ต่อปี ด้วยจำนวน 946 ล้านบาท จากโรงงานผลิตเครื่องเรือน หรือเครื่องตบแต่งภายในอาคาร จากไม้ แก้ว ยาง หรืออโลหะอื่นๆ ในจังหวัดสิงห์บุรี เป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเงินทุนของโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการขยายตัวร้อยละ 191.7 ต่อปี ด้วยจำนวน 630 ล้านบาท จากโรงงานผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ ในจังหวัดสระบุรี เป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาในด้านความเชื่อมั่น พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 48.6 และ 86.9 ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 51.0 และ 87.1 ตามลำดับ สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ -0.1 ต่อปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News