mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2564 การฟื้นตัว…คงต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ประเด็นสำคัญ

  • +ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยออกเป็น 2 กรณี เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดการท่องเที่ยวที่ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ โดยกรณีที่ 1 หากทางการสามารถควบคุมโควิดได้ในช่วง 1-2 เดือนนี้ และไม่มีการกลับมาระบาดระลอกใหม่คาดว่าการเดินทางของคนไทยเที่ยวในประเทศจะมีจำนวน 120 ล้านคน-ครั้ง ขณะที่ กรณีที่ 2 การควบคุมการระบาดของโควิดอาจจะใช้เวลากว่า 3 เดือน กอปรกับความเสี่ยงที่อาจจะพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มจนส่งผลกระทบต่อการเดินทางในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งก็จะส่งผลถึงความต่อเนื่องในการฟื้นตัว คาดว่าจำนวนการเดินทางของคนไทยเที่ยวในประเทศจะลดลงมาอยู่ที่ 90 ล้านคน-ครั้ง ดังนั้น ทิศทางของตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2564 คงต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการควบคุมโรคโควิด-19 ระลอกใหม่และหลังจากนี้
  • +มุมมองต่อนโยบายการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากที่สถานการณ์โควิดดีขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทางการน่าจะขยายระยะเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจนถึงสิ้นปี 2564 นี้ เพื่อช่วยประคองธุรกิจในห่วงโซ่การท่องเที่ยวที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่เนื่องจากทางการต้องมีการจัดสรรงบประมาณไปในหลายส่วน ทำให้มาตรการการท่องเที่ยวที่ออกมาคงจะต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น การนำข้อมูลจากมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวและผลสำรวจของทางการมาวิเคราะห์ ก็น่าจะช่วยให้สามารถออกแบบมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ตรงกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศตั้งแต่ต้นเดือนม.ค. 64 ต้องกลับมาชะลอตัวลงอีกครั้ง เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศระลอกใหม่ ส่งผลทำให้ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวด โดยเฉพาะจังหวัดที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และการขอความร่วมมือประชาชนในการงดหรือชะลอการเดินทางระหว่างจังหวัดจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 64  รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะปรับลดจำนวนความถี่ในการให้บริการระหว่างจังหวัด เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งได้ปิดให้บริการชั่วคราว อย่างไรก็ดี ทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2564 น่าจะยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่ตลาดไทยเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ทั้งปี 2563 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะมีจำนวนเพียงประมาณ 86.3 ล้านคน-ครั้ง หรือหดตัวสูงถึง 50.0% จากปี 2562

ตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2564: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ และแผนการใช้วัคซีน

                ตลาดไทยเที่ยวไทยมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวในปี 2564 นี้  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยออกเป็น 2 กรณี เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาดการท่องเที่ยวที่ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องโควิด ซึ่งจะมีผลต่อการวางแผนธุรกิจและการปรับตัวรองรับกับกรณีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

กรณีที่ 1 ตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2564 เงื่อนไขที่ไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ การฟื้นตัวของตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะทยอยกลับมา ทำให้ทั้งปี 2564 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะมีจำนวน 120 ล้านคน-ครั้ง

                กรณีที่การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศสามารถควบคุมได้ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า และในช่วงที่เหลือของปีนี้ ไม่มีการระบาดระลอกใหม่ หรือพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นกลุ่มก้อน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว ขณะที่มองว่าการใช้วัคซีนน่าจะเป็นไปตามแผนที่ทางการได้วางไว้ (โดยทางกระทรวงสาธารณสุขวางแผนระยะแรกน่าจะเริ่มได้ในเดือน ก.พ. – เม.ย. 64) ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในประเทศ

 ทั้งนี้ หากสถานการณ์ต่างๆ เป็นไปตามที่ได้ประเมินไว้ข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะมีจำนวน 120 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 39% จากปี 2563 (แต่ยังต่ำกว่าปี 2562 ซึ่งคนไทยเที่ยวไทยมีจำนวน 172.7 ล้านคน-ครั้ง) โดยการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงปลายไตรมาส 1 ของปีนี้ และน่าจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่าประมาณ 6.6 แสนล้านบาท

กรณีที่ 2  ตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2564 แม้จะควบคุมการระบาดของโควิดระลอกใหม่ได้ แต่ความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มจนส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังมีอยู่ ทำให้ทั้งปี 2564 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะมีจำนวน 90 ล้านคน-ครั้ง

 กรณีที่ การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศสามารถควบคุมได้ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2564 และมองว่าการใช้วัคซีนน่าจะเป็นไปตามแผนที่ทางการได้วางไว้ แต่เนื่องจากการระบาดของโควิดในหลายประเทศทั่วโลกยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลอดทั้งปีนี้ ความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อในประเทศยังมีอยู่ ซึ่งหากเกิดการระบาดระลอกใหม่หรือพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก็อาจจะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของตลาดไทยเที่ยวไทยในบางช่วงระยะเวลาที่เหลือของปี แต่เนื่องจากมองว่าระดับการระบาดของโควิดน่าจะไม่รุนแรง จนทำให้ทางการต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดดังเช่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ที่ผ่านมา ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศน่าจะเติบโตได้เล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศทั้งปี 2564 นี้ น่าจะมีจำนวน 90 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4.3% จากปี 2563 ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่าประมาณ 5.0 แสนล้านบาท

                โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทางการน่าจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 นี้ แต่เมื่อหลายประเทศยังมีการระบาดของโควิด-19 กอปรกับการใช้วัคซีนยังจำกัด ทำให้ความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยก็ยังมีสูง ดังนั้น มาตรการป้องกันการกลับมาระบาดของโควิดในช่วงที่เหลือของปี 2564 ยังมีความจำเป็นและต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อลดโอกาสที่โรคจะกลับมาระบาดอีกครั้ง อันจะสร้างความสูญเสียต่อภาคการท่องเที่ยวและผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่ของธุรกิจท่องเที่ยว 

                สำหรับมุมมองต่อนโยบายการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากที่สถานการณ์โควิดดีขึ้นนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ทางการน่าจะขยายระยะเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือมีมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวเพิ่มเติมจนถึงสิ้นปี 2564 นี้ เนื่องจากภาคธุรกิจในห่วงโซ่ท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดระลอกใหม่และต้องใช้ระยะเวลานานขึ้นกว่าธุรกิจจะฟื้นตัว อีกทั้งกว่าที่นักท่องเที่ยวจะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง ก็คงต้องใช้ระยะเวลากว่าความเชื่อมั่นจะกลับมา

                อย่างไรก็ดี เนื่องจากทางการต้องมีการจัดสรรงบประมาณไปในหลายภาคส่วน ทำให้มาตรการการท่องเที่ยวที่ออกมาคงจะต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า การนำข้อมูลจากมาตรการท่องเที่ยวอย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือผลสำรวจของทางการมาวิเคราะห์ (Data Analysis) (ภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ก็น่าจะช่วยให้สามารถออกแบบมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ตรงกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ จำนวนความถี่ของนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยว เพื่อมาประกอบการพิจารณาสิทธิจำนวนการจองห้องพักต่อ 1 สิทธิ (ปัจจุบัน สามารถจองห้องพักได้ 15 คืน) หรือกลุ่มระดับราคาห้องพักที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมจองมากที่สุด เพื่อนำมาพิจารณาวงเงินการสนับสนุนต่อห้องพัก เพื่อที่จะได้เพิ่มสิทธิผู้ที่จะได้ประโยชน์มากขึ้น (ปัจจุบัน 40% ของราคาสุทธิ สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้อง)

                 นอกจากนี้ การปรับรูปแบบการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวให้มีขั้นตอนการใช้งานง่ายเอื้อต่อกลุ่มที่ไม่คุ้นชินกับการใช้แอพพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟนอย่างกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศที่อาจจะมีความต่างกันในแต่ละโซนท่องเที่ยว หรือ Destination Strategies โดยเฉพาะในปีนี้ รัฐบาลได้มีการนำร่องวันหยุดประจำภาค เพื่อเป็นการกระจายการท่องเที่ยวของคนไทยไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ และจังหวัดที่พึ่งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น

                สำหรับผู้ประกอบการในห่วงโซ่ธุรกิจการท่องเที่ยวในระยะนี้คงต้องปรับแผนธุรกิจโดยมองระยะสั้นขึ้น เนื่องจากธุรกิจมีความไม่แน่นอนสูงจากโควิด-19 การบริหารจัดการต้องมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อช่วยให้สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดระยะสั้นได้ และในภาวะที่ธุรกิจยังไม่ได้เปิดบริการเต็มที่ ผู้ประกอบการควรจะรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น การนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่มาพัก การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านสื่อดิจิทัลด้วยการสร้างกิจกรรมอย่างการแบ่งปันสูตรอาหารที่เป็น Signature จากเชฟของโรงแรม หรือการแชร์คลิปแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศและกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ วิถีใหม่ของการทำธุรกิจ มีความสำคัญ โดยเฉพาะในมาตรการดูแลป้องกันโรคโควิด การบริหารจัดการระยะห่าง ยังมีความจำเป็น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ เช่น การจำกัดปริมาณผู้พัก แต่ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มการบริการในรูปแบบส่วนตัว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรักษาระดับรายได้ให้คงที่แทนการมุ่งเน้นกลยุทธ์ด้านราคาแต่เพียงอย่างเดียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News