mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ผสานองค์ความรู้เก่าใหม่...เพิ่มมูลค่าไผ่ เพิ่มรายได้ให้คนน่าน

ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ขุมชนเป็นฐาน กสศ.

ภาพเขาหัวโล้นในจังหวัดน่าน อาจเป็นภาพชินตาของใครหลาย ๆ คน

และสำหรับ เรืองเดช จอมเมือง ภาพนี้เปรียบเสมือนเครื่องหมาย ‘ตีตรา’ ว่าคนเมืองน่านทำลายป่าไม้ ทำลายสิ่งแวดล้อม 

ภาพนี้ได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเขา จนเรืองเดชตั้งเป้าหมายว่า หากมี ‘โอกาส’ เขาจะพยายามสร้างภาพจำแบบใหม่ให้คนทั่วไปรับรู้ว่า คนเมืองน่านพยายามแก้ไขปัญหานี้อยู่

เมื่อ ‘โอกาส’ มาถึง เรืองเดช จึงขอรับการสนับสนุนจากทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทำโครงการไผ่กับการพัฒนาทักษะอาชีพสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ศิลาแลง ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เนื่องจากในพื้นที่ตำบลศิลาแลง จังหวัดน่าน มีพื้นที่ปลูกไผ่อยู่ประมาณ 7-8 พันไร่ ส่วนใหญ่เป็นไผ่รวก แต่มักเป็นการปลูกแล้วขาย ไม่มีการแปรรูป

นอกจากนี้ยังมีไผ่ซางหม่น ที่ภาครัฐแนะนำให้ปลูกบนดอยสู เพื่อแก้ไขปัญหาเขาหัวโล้น ป้องกันปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย แต่กลับขายได้ในราคาต่ำ เนื่องจากเข้าไม่ถึงช่องทางการตลาด ประกอบกับพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และสภาพดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวย รายได้จากไผ่ที่เคยตั้งไว้ว่าจะได้เป็นกอบเป็นกำก็เหลือน้อยนิด จนไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว

เพิ่มมูลค่าไผ่ เพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน

เรืองเดช บอกว่า ตอนนี้น่านกำลังประสบปัญหามากมาย ทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สินค้าท้องถิ่นไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ทางการตลาด รวมถึงปัญหาเชิงสิ่งแวดล้อมระยะยาว เช่น ภูเขาหัวโล้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย ส่งผลกระทบกับผู้อยู่อาศัยในจังหวัดน่าน และจังหวัดอื่น ๆ เขาจึงอยากใช้ความรู้เรื่องไผ่ที่เขามีอยู่มาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนตำบลศิลาแลง โดยมีเป้าหมายลึก ๆ ที่อยู่ในใจ คือ ลดพื้นที่เขาหัวโล้นและการทำไร่เลื่อนลอยด้วยการปลูกไผ่แทน

“ตอนแรกที่คิดทำโครงการ ผมมีการพูดคุยกับแกนนำชาวบ้านว่าเราจะสามารถ ‘เพิ่มมูลค่าต้นไผ่’ ได้อย่างไรบ้าง ชวนกันค้นหาประโยชน์จากไผ่ จนพบว่า ไผ่มีคุณสมบัติหลากหลาย ไผ่ 1 กอ สามารถสร้างประโยชน์ได้หลายด้าน 1. ด้านอาหาร เช่น หน่อไม้ 2. ด้านเศรษฐกิจ  3. ด้านการใช้สอย และ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม หากชักชวนชาวบ้านปลูกไผ่นอกจะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วยังช่วยลดรายจ่ายด้านอาหารได้อีกด้วย”

เมื่อเห็นข้อดีของไผ่ว่า น่าจะช่วยสร้างมั่นคงด้านเศรษฐกิจให้กับคนตำบลศิลาแลงได้ เรืองเดชในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ศิลาแลง  จึงชักชวนกลุ่มเป้าหมายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสในพื้นที่จำนวน 100 ครัวเรือนเข้ามาฝึกทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ต้นไผ่ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้ 1.แปรรูปไผ่รวก ไผ่ซางหม่น ไผ่ซางนวล เป็นเฟอร์นิเจอร์ เช่น เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ราวตากผ้า ฯลฯ 2. นวัตกรรมบ่อแช่น้ำยาไผ่จากภูมิปัญญาชาวบ้าน 3. การทำถ่านไม้ไผ่ด้วยเตาคุณภาพสูง เป็นถ่านกัมมันต์ หรือถ่านอัดแท่ง ซึ่งชาวบ้านทั่วไปสามารถผลิตเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 4. การเพาะชำกล้าไผ่

“เท่าที่ผมได้พูดคุยกับกลุ่มชนเผ่าต่าง ๆ บอกว่าหากไผ่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้จริง ๆ พวกเขายินดีที่นำกล้าไผ่ที่ชาวบ้านเพาะไปปลูกบนเขาหัวโล้นหรือปลูกทดแทนการทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่จะตามมาคือ ปัญหาภูเขาหัวโล้นหรือปัญหาสิ่งแวดล้อมของเมืองน่านคงจะคลี่คลายลงบ้างไม่มากก็น้อย”

ผสานความรู้ใน+นอกชุมชน...สร้างมูลเพิ่มไผ่

แต่กระนั้น เรืองเดชก็ยอมรับว่า การจะเดินไปให้ถึงหมุดหมาย 4 ประการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีบางเรื่องที่เขาเองก็ยังขาดความรู้ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่มีทีม กสศ. ชักชวนเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ ให้ได้รู้ว่า ยังมี ‘องค์ความรู้’ อีกมากมายที่สามารถเพิ่มมูลค่าไผ่ให้สูงยิ่งขึ้น เช่น เทคโนโลยีการเผาถ่านไม้ไผ่ให้ได้ถ่านคุณภาพสูง หรือแม้การออกแบบผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ให้ทันสมัย แปลกตา ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไผ่ได้ในราคาที่สูงกว่าเดิม

“จริง ๆ ทาง มจธ.ก็ทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดน่านมานานหลายสิบปี เขามีองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ หลายอย่าง ดีใจที่วันนี้ได้มีโอกาสรู้จักกัน แม้ภาพการถ่ายทอดความรู้จะยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่การเข้ามาของ มจธ.ในวันนี้ก็ทำให้ผมเห็นแนวทาง และเห็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าไผ่มากขึ้น”

ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  กล่าวว่า มจธ.ทำงานในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือและอำเภอเฉลิมเกียรติมาตั้งแต่ปี 2542 โดยการทำงานได้ยึดหลักแนวคิดที่ว่า ชุมชนต้องมีความเข้มแข็งจากภายใน พัฒนาประชาชนเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีสัมมาชีพ และขยายผลไปสู่ชุมชนแวดล้อมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำปรัชญาการทำงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ มาใช้เป็นแนวทางในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานของทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ของ กสศ.

การเข้าถึง ‘พื้นที่’ และ ‘กลุ่มเป้าหมาย’ ของโครงการ การทำงานประสานกับหน่วยงานหรือองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคมหลากหลายส่วนในแต่ละพื้นที่ หัวใจสำคัญ คือ หน่วยงานและองค์กรเหล่านี้ต้องไม่ใช่ ‘คนแปลกหน้า’ แต่มีความสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา เช่น วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานพัฒนาสังคม และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องเข้ามาร่วมมือในการค้นหาพื้นที่ กำหนดขอบเขตโจทย์การพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ตามบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน แล้วร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based) เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานของคนในชุมชนและยกระดับการประกอบอาชีพ  เพื่อ ‘สร้างคน และ ‘สร้างอาชีพ’

กล่าวคือ คนได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และกระบวนการคิด เป็นการติดอาวุธให้กับกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการพัฒนาอาชีพบนฐานทุนที่มีอยู่แล้วในชุมชน กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาเป็นได้ทั้งการการพัฒนาอาชีพเพื่อลดค่าใช้จ่ายการบริโภคภายในครัวเรือน (เศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน) หรือเพื่อสร้างสรรค์งานบริการและผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดรายได้ การสร้างคนและสร้างอาชีพจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง การพัฒนาคุณภาพชีวิตและชุมชนอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ โมเดลหรือแนวทางการดำเนินงานในโครงการฯ จึงไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว และไม่มีความแน่นอนตายตัว แต่มี ‘ความยืดหยุ่น’ ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ โดยโครงการฯ นี้ได้เข้าไปเสริมสร้างสมรรถนะให้แก่ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก จับคู่หน่วยงาน เชื่อมโยงให้เกิดการบูรณาการร่วมกันในแต่ละภาคส่วนเพื่อเป็นเจ้าภาพทำงานร่วมกับชุมชน ดังเช่นการจับคู่ มจธ.กับโครงการไผ่กับการพัฒนาทักษะอาชีพสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ศิลาแลง ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน

กล่าวได้ว่าโครงการไผ่กับการพัฒนาทักษะอาชีพสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ไม่ใช่โครงการที่ถูกคิดขึ้นโดยผิวเผิน หากได้รับการจุดประกายผ่านประสบการณ์และการวิเคราะห์ผ่านสายตาของบุคลากรซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่โดยตรง ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายพ่วงด้วยองค์ความรู้เกี่ยวกับบริบทของชุมชน อันจะนำไปสู่การสร้างทักษะอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานได้อย่างสมบูรณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News