mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ยูโอบี และไมโครซอฟท์ ร่วมตอกย้ำบทบาทผู้บริหารการเงินยุคดิจิทัล

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย  ร่วมกับ บริษัท ไมโครซอฟต์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานสัมมนา “Digital CFO: บทบาทผู้บริหารในยุค Digital Transformation” เพื่อให้ความรู้กับผู้บริหารทางด้านการเงินขององค์กรธุรกิจและเอสเอ็มอีไทย โดยตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนบทบาท มุมมอง และความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนองค์กร การดำเนินการทางด้านธุรกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อการวางแผนบริหารจัดการด้านการเงินให้สอดคล้อง กับการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจดิจิทัล

คุณกัญลิกา บุษปวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พาณิชย์ธนกิจ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)  และคุณสุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์  ( ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการเงิน  บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)

ยุคเศรษฐกิจใหม่ ต้องใช้ดิจิทัลขับเคลื่อน

ภาพธุรกิจเปลี่ยน รูปแบบและวิถีการทำงานสมัยใหม่จากเดิมการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ภายในส่วนบุคคล เป็นการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การใช้ Data Analytic ให้ผู้บริหารสามารถเข้าใจสถานการณ์บริษัทได้อย่างถ่องแท้เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ คุณกัญลิกา บุษปวนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พาณิชย์ธนกิจ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจ SMEs และลูกค้าองค์กร นับเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ “ยูโอบีเห็นถึงโอกาสและความท้าทายต่างๆ ที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันและที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการทำธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต ธนาคารจึงพร้อมที่จะช่วย SMEs และลูกค้าองค์กร ได้ก้าวข้ามอุปสรรคด้วยการนำเทคโนโลยีไปใช้พัฒนาและสร้างธุรกิจได้อย่างมั่นคง เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และโครงการ Smart Business Transformation หรือ SBTP มุ่งมั่นช่วย เอสเอ็มอี ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัล อีกทั้งโครงการ Business Circle ที่จะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินกิจการจากลักษณะธุรกิจครอบครัว ให้มีความทันสมัยและสอดรับการกับการเปลี่ยนผ่านทางด้านดิจิทัล เป็นเป้าหมายที่ธนาคาร ต้องการให้ลูกค้าทะยานไปในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

คุณพีระ จิตประไพ Senior Vice President ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ  โควิด -19 การทำธุรกรรมกับธนาคารเริ่มเปลี่ยนไป การเดินทางมาที่ธนาคารเริ่มลดลงเนื่องจากข้อจำกัดบางอย่าง การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดการทำงานทางด้านโอเปอร์เรชั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนขี้น “ธนาคารยูโอบีเป็นธนาคารที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์และ ป็นธนาคารระดับภูมิภาค ที่มีความเข้าใจทั้งในส่วนของ Regional Platform และการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศ เราใช้เทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการทั้งภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะ Business Internet Banking  เป็นโซลูชั่น Virtual Account ที่จะช่วยในการดำเนินธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น กรณีที่ลูกค้ามีบัญชีเงินฝากที่ต่างประเทศ หรือต้องการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ อาทิการโอนเงิน การดูรายงานtransaction ในแต่ละวัน สามารถใช้แพลตฟอร์มนี้ในการดำเนินการได้แม้ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมกับธนาคารอื่น และผู้บริหารด้านการเงินต้องเข้าถึงความสำคัญของ Digital Transformation มองหาแนวทางดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า รวมถึงต้องให้ความสำคัญ ใส่ใจ และเรียนรู้เครื่องมือทางเทคโนโลยีใหม่ เพื่อการทำงานที่คล่องตัวมีประสิทธิภาพ อย่างรวดเร็ว

นักบริหารการเงินเปลี่ยนมุมมองสู่ เศรษฐกิจแบบคลาวด์ (Cloud Economy)

ภายในงานสัมมนา คุณสุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์  รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการเงิน  บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการสร้างระบบ จัดระเบียบการเงินของบริษัทให้สนับสนุนการทำงานตามเป้าหมายขององค์กรได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ เป็นปัจจัยที่ผู้บริหารการเงินต้องให้ความสำคัญ เพราะเทคโนโลยีคลาวด์ได้เข้ามาเพิ่มมิติใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการด้านการเงิน เปิดประตูให้เงินลงทุนของบริษัทสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้นอย่างมหาศาลจากค่าใช้จ่ายด้านเงินทุน (CAPEX ) เป็นค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน (OPEX ) ลดเงินลงทุนก้อนใหญ่ เพิ่มความคล่องตัวและการเติบโต บางองค์กรสามารถเปลี่ยนลำดับความสำคัญในการลงทุน จากเดิมที่จำเป็นต้องทุ่มทุนไปกับสินทรัพย์ถาวรขององค์กร หรือ CAPEX เพื่อให้บริษัทมีรากฐานรองรับการเติบโต กลายมาเป็นการเน้น OPEX หรือเม็ดเงินที่หมุนเวียนให้เกิดผลในการทำงานจริงแบบวันต่อวันแทน จนเกิดเป็นมุมมองใหม่ทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่เรียกได้ว่า “Cloud Economy” หรือ “เศรษฐกิจแบบคลาวด์”

หากมองในมุมด้านการลงทุนทางด้านการเงิน การเปลี่ยนให้องค์กรหันมาใช้คลาวด์จะลดภาระในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีไปอย่างมหาศาล เหลือเพียงแค่ค่าใช้บริการที่ชำระตามปริมาณการใช้งานจริง ซึ่งนอกจากมูลค่าตัวเงินที่ไหลออกจากองค์กรจะลดลงอย่างมากแล้ว ยังตัดประเด็นเรื่องค่าเสื่อมราคาออกไป ทั้งยังปรับเพิ่ม-ลดค่าใช้จ่ายได้ตามสถานการณ์และความจำเป็น

เพอร์เฟ็ค เปเปอร์  โชว์เคส จาก SBTP  เปลี่ยนถ่ายสู่ธุรกิจดิจิทัล 

การใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลไปปรับใช้ในทุกส่วนงานของธุรกิจเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน โดยการสนับสนุนของโครงการ SBTP ในปี 2563 ที่ดำเนินการโดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ เดอะ ฟินแล็บ บริษัท เพอร์เฟ็ค เปเปอร์ จำกัด คุณศรินทร พันธุ์โสภา ผู้จัดการทั่วไป  ผู้บริหารเจนเนอเรชันที่ 2 ที่รับช่วงของธุรกิจครอบครัวเพื่อนำพา ธุรกิจรับซื้อและจำหน่ายเศษกระดาษเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมกระดาษ นับตั้งแต่การผลิตกระดาษทิชชูไปจนถึงบรรจุภัณฑ์    ต่าง ๆ หรือแม้แต่ฉนวนกันความร้อนและไม้ฝา ที่กำลังเติบโตอย่างสวยงาม และตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อเรียนรู้ที่จะนำดิจิทัลโซลูชันไปปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและยั่งยืน ได้บอกถึงเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในบริษัทคือการเปิดโอกาสให้พนักงานได้สัมผัสกับการวิเคราะห์ข้อมูลโดยตรง แทนที่จะเสียเวลาไปกับการนั่งรวบรวมข้อมูลมาให้คนอื่นวิเคราะห์ โดยบริษัทได้นำระบบวิเคราะห์ข้อมูล Power BI และบริการ Dynamics 365 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติด้าน ERP ครบครัน ก็สามารถมองเห็นสถานการณ์ของบริษัทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการเงิน โลจิสติกส์ และการตลาด โดยจากข้อมูลเหล่านี้ คุณศรินทรคาดว่าจะสามารถช่วยลดรายจ่ายของบริษัทลงได้ไม่ต่ำกว่า 15% และคาดว่าเพิ่มโอกาสการขายรวมถึงยอดขายที่สูงขึ้นเท่าตัวอีกด้วย

เป้าหมายที่ชัดเจน และการตัดสินใจเดินหน้า ขับเคลื่อนธุรกิจที่ชัดเจน  วิเคราะห์โอกาสการเติบโตได้ภายในระยะเวลาที่ สามารถควบคุมความสูญเสีย และลดทอนค่าใช้จ่ายได้ของผู้บริหารระดับสูง จะเป็นคำตอบที่ นำพาองค์กรพุ่งทะยานไปข้างหน้าแบบมีวิสัยทัศน์ ด้วยการเติบโตแบบมีศักยภาพ ยั่งยืน และก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆไปโดยมีผู้เชียวชาญธุรกิจเฉพาะด้านมาร่วมสนับสนุน คือความชาญฉลาดของผู้นำองค์กรยุคดิจิทัลนี้ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News