mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ประเมินธุรกิจประกันวินาศภัยปี 64 อาจขยายตัวได้ถึง 5%

สมาคมประกันวินาศภัยไทย เผยผลประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัย ตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนกันยายน 2563 รวม 9 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 184,368 ล้านบาท เติบโต 3.9% โดยคาดการณ์ทั้งปี 2563 เติบโต 2.5-3.5% มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 250,000-252,600 ล้านบาท และคาดว่าปี 2564 จะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 250,000-262,500 ล้านบาท จะเติบโตราว 0-5% โดยการประกันภัยสุขภาพที่ไม่รวมส่วนของการประกันภัย COVID-19 จะมีโอกาสเติบโตมากกว่าการประกันภัยประเภทอื่น ในขณะที่ช่องทางการขายประกันภัยผ่านอินเทอร์เน็ตเริ่มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมแนะบริษัทสมาชิกปรับตัวให้ทันกับยุควิถีใหม่ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสเพื่อความอยู่รอดภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ในปี 2563 ถือว่าเป็นปีที่ธุรกิจประกันวินาศภัยต้องฝ่าฟันกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 และความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง 6.7% อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัย รวม 9 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ยังคงมีการเติบโต 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 184,368 ล้านบาท โดยการประกันภัยแต่ละประเภทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ในขณะที่การประกันภัยการเดินทางเติบโตติดลบเนื่องจากได้รับผลกระทบทางลบจากการระบาดของโรค COVID-19

 ตัวเลขผลประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัย ณ ไตรมาส 3 ของปี 2563 ยังคงมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของการประกันภัยรถยนต์ (0.2%) การประกันอัคคีภัย (0.5%) การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (2.3%) การประกันภัยเบ็ดเตล็ด (11.3%) โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง ได้แก่ ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่มียอดขายติดลบน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ การปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเพิ่มความคุ้มครองของสำนักงาน คปภ. การอุปโภคและการลงทุนของภาครัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น การส่งเสริมการประกันภัยของภาครัฐในการนำระบบประกันภัยมาใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในโครงการประกันภัยพืชผล (โครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อธุรกิจประกันวินาศภัย

 ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ในปีนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การประกันภัยสุขภาพ เติบโตเพิ่มขึ้น (60%) ในขณะที่การประกันภัยการเดินทางเติบโตติดลบเป็นอย่างมาก (-61.4%) โดยจากข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2563 พบว่า การประกันภัย COVID-19 นั้น มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 4,102.5 ล้านบาท หรือเท่ากับ 1.6% ของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมของการประกันภัยทุกประเภท และมีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 รวมทั้งสิ้น 7.5 ล้านกรมธรรม์ ส่วนโครงการประกันภัยพืชผล (โครงการประกันภัยข้าวนาปี และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) นั้น มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 4,084.32 ล้านบาท คิดเป็น 1.6% ของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมของการประกันภัยทุกประเภท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยข้าวนาปีรับรวม 3,758.64 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รับรวม 325.68 ล้านบาท

 ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยโดยรวม ณ ไตรมาส 3 ของปี 2563 นั้น ช่องทางขายผ่านนายหน้า (Broker) ยังคงเป็นช่องทางที่ทำรายได้ให้กับธุรกิจประกันวินาศภัยมากที่สุด โดยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงจากช่องทางนี้สูงถึง 109,097 ล้านบาท (58%) รองลงมาคือ ช่องทางขายผ่านตัวแทน (Agent) 25,711 ล้านบาท (14%) ช่องทางขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) 22,230 ล้านบาท (12%) ที่เหลือเป็นการขายผ่านช่องทางอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้เป็นช่องทางการขายที่เติบโตมากนัก ยกเว้นช่องทางการขายผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งแม้จะมีส่วนแบ่งในการสร้างเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่องทางการขายอื่น แต่กลับพบว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 794 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 249% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลิตภัณฑ์ประเภทการประกันภัยรถยนต์และการประกันภัยสุขภาพสามารถขายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นได้เป็นจำนวนมาก

 สำหรับภาพรวมอัตราความเสียหาย (Loss Ratio) ของประกันวินาศภัยทุกประเภท ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 อยู่ที่ 54.3% โดยการประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นการประกันภัยที่มีอัตราความเสียหายสูงกว่าการประกันภัยประเภทอื่น โดยมีอัตราความเสียหาย 61.5% อย่างไรก็ตาม อัตราความเสียหายของการประกันภัยรถยนต์ ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 ลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบทางบวกจากมาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) และเคอร์ฟิว (Curfew) เพื่อรับมือกับการระบาดของ COVID-19 ในช่วงต้นปีของรัฐบาล ส่งผลให้จำนวนรถยนต์ที่สัญจรบนท้องถนนลดลง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้การเกิดอุบัติเหตุรถยนต์โดยรวมลดลง

 ส่วนแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัย ปี 2563 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 2.5-3.5% มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 250,000-252,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เกิดการใช้จ่าย การผลิต การจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้มีการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออก รวมทั้งกำลังซื้อรถยนต์บางส่วนในช่วงปลายปีจากโปรโมชั่นในงานมหกรรมยานยนต์

 สำหรับปี 2564 นั้น คาดการณ์ว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ที่คาดว่าจะเติบโต 3.5-4.5% โดยมีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ การปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก แรงขับเคลื่อนจากภาครัฐจากการเบิกจ่ายภายใต้กรอบงบประมาณและมาตรการทางเศรษฐกิจ และฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 ซึ่งมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดลงแต่ปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวขึ้นภายใต้แนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ภาคการส่งออกและภาคการผลิต การประมาณการยอดขายรถยนต์ใหม่ที่น่าจะเริ่มฟื้นตัวกลับมา ตลอดจนแนวโน้มที่ดีในเรื่องของความตื่นตัวในการป้องกัน COVID-19 ของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ซึ่งจะส่งผลให้การเดินทางและท่องเที่ยวฟื้นตัว ในขณะเดียวกันประชาชนเริ่มมีความรู้และมีความคุ้นเคยกับการทำประกันภัยสุขภาพเพื่อบริหารความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ทำให้คาดการณ์ว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2564 จะมีโอกาสขยายตัวประมาณ 0-5.0% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 250,000-262,500 ล้านบาท โดยในปี 2564 การประกันภัยสุขภาพไม่รวมส่วนของการประกันภัย COVID-19 น่าจะมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นจากความตื่นตัวในการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ ในขณะที่การประกันภัย COVID-19 อาจจะเติบโตลดลงหรือหดตัว ส่วนการประกันภัยการเดินทางจะมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำมากในปี 2563 อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้าน อาทิ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศและต่างประเทศ (มีการระบาดลดลง หรือมีการระบาดระลอกใหม่) ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 และการเข้าถึงวัคซีน มาตรการการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.

 นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) นั้น มีสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัยอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระเบียบและกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ที่ส่งผลต่อการปรับตัวของธุรกิจ การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนภัยพิบัติและความรุนแรง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี อาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) การฉ้อฉลประกันภัยในรูปแบบใหม่ ๆ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกใหม่ที่เรียกว่า “VUCA World” ซึ่งเป็นโลกที่มีความผันผวนสูง ยากต่อการคาดเดา ไม่ทันตั้งตัว (Volatility) มีความไม่แน่นอนสูง ขาดความชัดเจน (Uncertainty) มีความซับซ้อนสูง มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ (Complexity) มีความคลุมเครือไม่ชัดเจนสูง ยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์ (Ambiguity) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัยที่จะอยู่รอดได้ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็วเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ทบทวนตัวเอง และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง บริษัทประกันวินาศภัยจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำงานของบริษัทใหม่ ทั้งระบบการทำงานภายใน การขาย การให้บริการ โดยต้องมุ่งเน้นการนําอินชัวร์เทค (InsurTech) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน ลดค่าใช้จ่ายของบริษัท เน้นการพัฒนาทักษะและศักยภาพบุคลากรแบบ RUN (Reskill / Upskill / New Skill) เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความสามารถที่จำเป็นสำหรับโลกสมัยใหม่ สามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ซึ่งที่ผ่านมา สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้จัด CEO Forum และการอบรมสัมมนาในหัวข้อที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัยในโลกยุคใหม่เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับบุคลากรในธุรกิจประกันวินาศภัยในทุกระดับมาโดยตลอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทสมาชิกเพื่อรองรับกับสถานการณ์ของธุรกิจประกันวินาศภัยที่กำลังก้าวเข้าไปสู่โลกใหม่อย่างรวดเร็วนั่นเอง

 นอกจากนี้ ในปี 2564 สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ดำเนินการจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยได้คัดเลือกจังหวัดปทุมธานี ให้เป็นจังหวัดนำร่องและต้นแบบในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ และการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ในเบื้องต้นสมาคมฯ ได้เข้าพบกับนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อนำเสนอโครงการและร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีแนวทางการดำเนินการร่วมกัน ดังนี้ 1. โครงการรณรงค์สวมหมวกกันน็อค 100% ในพื้นที่โรงงาน สถานประกอบการ โรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ โดยการจำหน่ายให้กับประชาชนได้ซื้อและสวมใส่ในราคาถูกกว่าท้องตลาด  2. การจัดทำวงเวียนเพื่อลดอุบัติเหตุตามจุดเสี่ยงต่างๆ โดยการสำรวจจุดเสี่ยงและแยกอันตรายเพื่อปรับเปลี่ยนสี่แยกอันตรายเป็นวงเวียนที่ปลอดภัยในการช่วยลดอุบัติเหตุ และ 3. ปรับปรุงข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนผ่าน www.Thairsc.com ของบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ให้มีความน่าสนใจ และเข้าใจง่ายขึ้น เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำข้อมูลไปใช้อ้างอิงและเกิดประโยชน์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุได้ ซึ่งหากโครงการดังกล่าวนี้ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจจะได้ดำเนินการขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป นายอานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News