mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บีซีไอ หนุน กฟภ. รัฐวิสาหกิจรายแรก เปิดตัวหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบีซีไอ จับมือร่วมกันเปิดตัวบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน (eLG on Blockchain) ช่วยลดเวลาดำเนินงานของ กฟภ. ลงได้ 3 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าและคู่ค้า โดย กฟภ. เป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกของไทยที่ใช้บริการ eLG on Blockchain  และเป็นต้นแบบองค์กรภาครัฐที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีนี้เพื่อมุ่งสู่การเป็น Digital Utility ซึ่งบีซีไอคาดว่าภายในสิ้นปี 2563 จะมีหน่วยงานที่ใช้บริการ eLG on Blockchain  58 ราย

นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมารองรับการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าเพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ความทันสมัย ตลอดจนความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรได้อีกด้วย โดยความร่วมมือเพื่อการพัฒนาบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนในครั้งนี้ กฟภ. ได้เริ่มเปิดใช้บริการครั้งแรกในเดือนมีนาคมด้านการค้ำประกันการใช้ไฟฟ้า และถัดมาด้านการค้ำประกันงานจัดซื้อจัดจ้างในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกของไทย และเป็นตัวแทนของหน่วยงานภาครัฐที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาบริการ eLG on Blockchain ซึ่งมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาครวมเศรษฐกิจของประเทศ

นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโนบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยี ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือของภาคธนาคาร เพื่อสนับสนุนการทำงานของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดย “โครงการหนังสือค้าประกันอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Letter of Guarantee ” เป็น use case แรก ซึ่งถือเป็นระบบงานแรกที่นำบล็อกเชนมาใช้กับการจัดการหนังสือค้าประกัน โดยมีผู้เข้าร่วมใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมให้บริการแล้ว 17 ราย ผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศและบริษัทในเครือกว่า 50 บริษัท และสำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเป็นรัฐวิสาหกิจรายแรกของประเทศไทยที่ผู้รับผลประโยชน์เป็นภาครัฐ นอกจากนี้จะยังมีผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นภาครัฐเข้าร่วมเพิ่มขึ้นในปลายปีนี้ และขณะนี้โครงการนี้อยู่ระหว่างการทดสอบนวัตกรรมใน Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการติดตามผลการทดสอบและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารแห่งประเทศไทย มีนโยบายที่ส่งเสริมให้ภาคการเงินมีการพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด และการกำหนดมาตรฐานที่สำคัญร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานแต่ละรายสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกัน ก่อให้เกิดการแบ่งปันแนวคิดและองค์ความรู้ ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกัน รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน มีนวัตกรรมรองรับรูปแบบบริการที่หลากหลาย ก่อให้เกิดการเข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างกว้างขวาง มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บีซีไอเป็นผู้ให้บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนแก่ กฟภ. รัฐวิสาหกิจรายแรกที่สามารถเชื่อมต่อบริการ eLG on Blockchain ได้ซึ่งช่วยให้ กฟภ. ลดเวลาการดำเนินงานได้กว่า 3 เท่า ลดต้นทุนองค์กรในส่วนของการจัดการเอกสารและจำนวนพนักงานที่ต้องจัดการงานด้านนี้เพื่อไปเพิ่มคุณค่างานด้านอื่น เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าและคู่ค้า ตลอดจนเพิ่มความถูกต้องแม่นยำที่ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือการปลอมแปลงเอกสาร ปัจจุบันบีซีไอมีผู้ใช้บริการทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวน 48 ราย และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 58 รายภายในสิ้นปี 2563 นี้ 

หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้องค์กรมีการจัดการที่ดี และจะช่วยผลักดันให้ กฟภ.ก้าวสู่การเป็นองค์กร Digital Utility ได้ในอนาคต โดยปัจจุบันทั้ง กฟภ. และบีซีไอยังมีแผนความร่วมมือการพัฒนาเพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยีบล็อกเชนกับงานหนังสือค้ำประกันให้กับหน่วยงานอื่นของ กฟภ. ด้วย เช่น PEA Fiber ทั้งนี้ บีซีไอวางเป้าหมายขยายการให้บริการไปยังหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพิ่มเป็น 200 รายภายในปี 2564 

บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งเป้าเพิ่มการใช้งานหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชนเป็น 50% ของหนังสือค้ำประกันทั้งประเทศ ภายใน 3 ปี จากมูลค่าหนังสือค้ำประกันผ่านระบบสถาบันการเงินไทยทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 1.35 ล้านล้านบาท จำนวนมากกว่า 500,000 ฉบับต่อปี

นายสิริวัฒน์ เกียรติเจริญสิน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า บริการ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบล็อกเชน (Letter of Guarantee on Blockchain) นี้จะช่วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลดต้นทุนในการจัดการเอกสารและการดูแลข้อมูล ตลอดจนลดขั้นตอนในการทำงาน ภายใต้ความปลอดภัยระดับโลก โดยเป็นการรับรองหนังสือค้ำประกัน ผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ อาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งช่วยให้การใช้งานคล่องตัว ปลอดภัย เชื่อถือได้ ป้องกันการปลอมแปลงหนังสือค้ำประกัน รองรับการทำธุรกรรม และสามารถตรวจสอบสถานะได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ สามารถตรวจสอบเอกสารได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 100%

นอกจากความสำเร็จของโครงการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบล็อกเชน ทางบริษัทกำลังศึกษาการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปต่อยอดไปยัง use case อื่น เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมอื่นนอกจากภาคการเงินอีกด้วย เช่น ที่ได้ดำเนินการเปิดโครงการไปล่าสุดในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา คือ โครงการหนังสือรับรองทางการเงิน (Bank Confirmation on Blockchain) ที่เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยมีผู้ร่วมงานประกอบไปด้วย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์  บริษัทผู้ตรวจสอบบัญชี และสถาบันทางการเงิน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาและลดเวลาในการดำเนินการ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังมีอุปสรรคในขั้นตอนการขอหนังสือรับรองทางการเงินที่ค่อนข้างใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก มีความหลากหลายของเอกสาร และข้อมูลไม่ครบถ้วนต้องดำเนินการขอใหม่และใช้ระยะเวลาเพิ่มเติมในการตรวจสอบบัญชี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News