กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผุดไอเดียขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก DE Smart Village หวังสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ทุ่ม 5.5 ล้านบาท สร้างฐานข้อมูลพร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม VillageInsight ต่อยอดสร้างรายได้สู่ชุมชนขนาดเล็ก ตั้งเป้าเติบโตเป็น กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ต่อไปในอนาคต
นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว ทั้งในแง่ของศิลปวัฒนธรรมและการให้บริการ แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล ขณะเดียวกันยังคงมีปัญหาในหลายๆด้าน
ยกตัวอย่าง ปัญหาของนักท่องเที่ยว ที่ไม่รู้ข้อมูลการเดินทางภายในแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกต้อง และความปลอดภัยในการใช้ชีวิตระหว่างอยู่ในพื้นที่ของกลุ่มนักท่องเที่ยว ในขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการ มักจะประสบปัญหาไม่สามารถสื่อสารโปรโมชั่นสินค้าท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนชุมชนท้องถิ่นเอง จะประสบปัญหาในด้านการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้รู้ถึงข้อมูลกฎกติกาของชุมชน และไม่มีพื้นที่ประกาศแจ้งเตือนภัย
“ปัญหาต่างๆเหล่านี้ จะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นได้ หากเราใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย ผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ทางกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพ่ื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้เริ่มต้นโครงการพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก DE Smart Village ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นให้กับชุมชนขนาดเล็กที่จะมีจุดยืนบนโลกออนไลน์ได้ง่ายมากขึ้น ทั้งในส่วนของอาหารอร่อย ที่ท่องเที่ยวขนาดเล็ก ที่พัก ตลอดจนการให้ความรู้ ให้แพลตฟอร์ม และสร้างการสนับสนุนภาครัฐให้กับภาคประชาชน โดยใช้งบประมาณ 5.5 ล้าน ภายในระยะเวลาดำเนินการราว 8 เดือน โดยจะเป็นเข้าไปส่งเสริมชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนา 30 -50 ชุมชนให้แข็งแกร่ง พร้อมการสร้างผู้นำชุมชนให้สามารถบริหารจัดการเองได้อย่างยั่งยืน”
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ของความร่วมมือ ในการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ซึ่งเป็นฐานรากของระบบเศรษฐกิจของประเทศ อันจะเริ่มจากชุมชนเล็กๆที่มีปัจจัยของแรงดึงดูดที่สำคัญ และเชื่อว่าทุกสถานที่มีจุดขายของตัวเองที่สามารถต่อยอดไปสู่การขายของชุมชนได้หากได้รับการโปรโมตและพัฒนาที่เหมาะสม
สิ่งที่เราเน้นคือ แนวความคิดของผู้นำชุมชน จะต้องสามารถสร้างคุณภาพในการพัฒนาจุดขายของชุมชนได้อย่างมีระบบ และมีการติดตามผลการทำงาน การติดตามผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นการสร้างระบบที่ครอบผู้นำชุมชนขึ้นอีกครั้ง เพื่อช่วยในการขาย และตรวจสอบคุณภาพของสินค้าและบริการจากภาคเอกชน ตามกลไกของตลาด นอกจากนี้ยังจะมีหน่วยงานองค์การค้า เข้ามาช่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้า และในฝั่งของบริการ จะมีการตรวจสอบจากรีวิวของนักท่องเที่ยวที่เคยไปมาแล้วว่ามีความประทับใจหรือไม่
ด้านนายภควัต รักศรี หัวหน้าโครงการพัฒนานิเวศเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลฐานราก DE Smart Village กล่าวว่า โครงการนี้จะใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ผ่านการลงพื้นที่ชุมชน เพื่อนำมาพัฒนาแพลตฟอร์ม แบบดาต้าแพลตฟอร์ม ซึ่งจะสามารถแชร์ข้อมูลให้กับแต่ละหน่วยงาน จาก Data Lake ภายในแพลตฟอร์ม VillageInsight.org เพื่อรองรับการทำงานที่ซ้ำซ้อนให้กับหน่วยงาน และภายในตัวแพลตฟอร์มเองก็จะมีการทำอีคอมเมิร์ซเล็กๆอีกด้วย
ทั้งนี้ ชุมชนที่จะเข้าร่วมจะต้องประกอบด้วย 1. มีอัตลักษณ์ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหารน่าทาน มีที่น่าพัก และสินค้าน่าซื้อ 2. เป็นชุมชนที่มีขนาดของข้อมูลประเภทกลุ่มธุรกิจชุมชนมากกว่า 10 รายขึ้นไป 3.มีผู้นำชุมชนที่พร้อมจะรับการฝึกอบรมในการเป็น “ผู้จัดการชุมชนออนไลน์ในโครงการ” และ4. มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการพัฒนาชุมชนรับรอง
สำหรับประเภทของชุมชนเป้าหมาย ได้แก่
1.ชุมชนท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Experience)
2.ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro tourism)
3.ชุมชนท่องเที่ยวโฮมสเตย์ (Homestay tourism)
4.ชุมชนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible tourism)
5.ชุมชนท่องเที่ยวสำหรับจัดกิจกรรมเอาท์ติ้งกลุ่มตลาดองค์กร (Company Outing)
6.ชุมชนเมือง (City tourism)
ในการสร้างแพลตฟอร์มนี้มีการเลือกใช้ภาษา ReAct ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เว็บใหญ่เลือกใช้ โดยจะสามารถรองรับการใช้งานจำนวนคนที่มาก และสนับสนุนการทำ Data Transfer ที่สมบูรณ์แบบ โดยจะเป็นการรวบรวม Big Data ตั้งแต่เริ่มเข้าชมเว็บไซต์จวบจนจบทริปการท่องเที่ยวนั้น ๆ ซึ่งจะเก็บข้อมูลทั้งหมด แล้วสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะสมให้แก่นักท่องเที่ยวนั้น ๆ จากข้อมูลของแต่ละชุมชนนำเสนอต่อไปในอนาคต
ขณะที่การประสานข้อมูลของหน่วยร่วม สามารถระบุได้เลยว่ามีความต้องการข้อมูลแบบไหน อย่างไร เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตรงความต้องการอย่างแท้จริง โดยทั้ง 4 กลุ่มข้อมูล แต่ละกระทรวงสามารถเรียกข้อมูลไปใช้ได้อย่างสะดวก
“เรายินดีเป็นระบบหลังบ้านให้กับทุกหน่วยงานภาคีเครือข่าย ซึ่งจะฐานข้อมูลแบบเปิดเพิ่มเติมจากศูนย์ข้อมูลแบบเปิดที่มีอยู่ ซึ่งในอนาคต DE Smart Village จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลแบบ API ที่แต่ละหน่วยงานสามารถดึงไปใช้ประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย เพื่อนำไปสู่การเป็นภาครัฐที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยฐานข้อมูลเป็นหลัก (Data Driven) ขณะเดียวกัน ทางชุมชนเอง ก็สามารถสมัครสมาชิกได้ง่าย เขียนข้อมูลได้เอง และสามารถสร้างแอปพลิเคชั่นได้เอง สามารถเข้าใช้ผ่านคิวอาร์โค้ด เชื่อมโยงฐานข้อมูล แนะนำชุมชนได้อย่างอัตโนมัติเมื่ออยู่ในพื้นที่ รองรับการขนส่งระบบไปรษณีย์ไทยและรายอื่นๆ"
ในอนาคตโครงการสามารถจะต่อยอดสู่การเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ได้ สามารถสั่งจองผ่านแพลตฟอร์มได้ มีการรายงานผลการเข้าใช้งาน และยอดขาย ยอดจองต่างๆ เพื่อประเมินและพัฒนาระบบต่อไปได้ในอนาคต โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์
มีระบบปฏิทิน เพื่อแจ้งเตือนกิจกรรมของชุมชน ให้บุคคลที่สนใจรับทราบ มีระบบการเดินทางและสร้างเส้นทางที่เหมาะสม ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางภายในชุมชนได้โดยง่าย พร้อมการรายงานสถานการณ์ในชุมชน เพื่อสร้างอัพเดตข่าวสารของชุมชนได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นการสร้างทริปการท่องเที่ยวได้เอง โดยระบุจำนวนค่าใช้จ่าย และการจองบริการกับเอกชน ได้ด้วยตนเองอีกด้วย
ปัจจุบันมีจำนวน 30 ชุมชนที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว และอาจจะขยายเพิ่มเป็น 50 ชุมชน เนื่องจากมีชุมชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้คาดว่าระบบแดชบอร์ดจะสามารถพร้อมให้บริการได้ในราวต้นเดือนธันวาคม 2563 ขณะที่การสร้าง Data Lake ในรูปแบบ API ผ่านแพลตฟอร์ม VillageInsight.org คาดว่าจะแล้วเสร็จในราวต้นปี 2564 และในอนาคตจะสามารถต่อยอดสู่การเป็นโซเชียลเอนเตอร์ไพร์ซ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนโครงการต่อไปได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเรื่องของดาต้าหลังบ้านให้มาก เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำไปต่อยอด ทั้งในส่วนของสินค้าและบริการของชุมชนในพื้นที่ต่อไป