mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

รมว.อว.ตรวจติดตามการดำเนินงาน วว. ในกรอบนโยบาย BCG การทดสอบระบบมาตรฐานทางราง

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย  (วว.)  กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  โชว์ผลการดำเนินงานตามนโยบาย BCG  งานทดสอบระบบมาตรฐานทางราง  การตอบโจทย์/ เสริมศักยภาพเกษตรกร  ผู้ประกอบการ ด้วยวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยีและนวัตกรรม  ต้อนรับ  “ศ.ดร.เอนก   เหล่าธรรมทัศน์”  รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และคณะ  ในโอกาสติดตามการดำเนินงานขององค์กร  โดยมี ดร.พสุ  โลหารชุน  ประธานคณะกรรมการบริหาร วว.  คณะกรรมการบริหาร  ดร.ชุติมา  เอี่ยมโชติชวลิต  ผู้ว่าการ วว. พร้อมทั้งคณะผู้บริหารและบุคลากร ร่วมให้การต้อนรับและรายงานความสำเร็จ ความก้าวหน้าการดำเนินงาน   ในวันที่ 16 กันยายน  2563 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี

“ศ.ดร.เอนก   เหล่าธรรมทัศน์”  รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้มอบนโยบายการดำเนินงานให้ วว. ความโดยสรุปว่า  การดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของ วว.  มีประโยชน์ทั้งต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และมีการเชื่อมโยงงานวิจัยไปยังภาคอุตสาหกรรม  ทั้งนี้การดำเนินงานของ วว. ในก้าวต่อไป หากมีการจัดทำโครงการเป็นแพคเกจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งการแก้ไขปัญหาความยากจน  แก้ปัญหาความห่างไกลทุรกันดาร  แก้ปัญหาการขาดโอกาสของแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้ผลงานของ วว. มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากมีการเชื่อมโยงการดำเนินงานกับกระทรวงอื่นๆให้มากขึ้น ก็จะมีการใช้ประโยชน์จากผลงานของ วว. หลากหลายขึ้นและเป็นที่ต้องการของกลุ่มต่างๆ  ซึ่งจะทำให้บทบาทของ วว.  เป็นศาสตร์ที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

 “...จุดแข็งของ วว.  คือ มีการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เป็น  Appropriate Technology  ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริงและมีประโยชน์ในระดับเหมาะสม  ตัวอย่างเช่น  การดำเนินงานด้าน BCG  ที่มีการเพิ่มมูลค่าของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์ที่ทำให้ วว. มีงานวิจัยซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้นำไปใช้มากขึ้นโดยเฉพาะ SMEs วิสาหกิจชุมชนและภาคอุตสาหกรรม  ดีใจได้เห็นความก้าวหน้าทางด้านนี้  สามารถทำให้เกิดมูลค่าสูงอ  วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยทำให้มีรายได้ เนื่องจากรัฐบาลมีการส่งเสริมงานวิจัยที่ช่วยแก้ปัญหาความยากจน ในด้านจุลินทรีย์  วว. มีผลงานหลากหลายน่าสนใจ   การทดสอบมาตรฐานระบบรางที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ  ช่วยลดต้นทุนการผลิต มีการผลิตบุคลากรด้านการทดสอบ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลและประเทศต่างๆ มีการขับเคลื่อนด้านนี้  ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง อว. ที่เป็นกระทรวงแห่งโอกาส...” รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าว

สำหรับผลงานความสำเร็จของ วว. ที่ได้จัดแสดงนิทรรศการนำเสนอต่อ ศ.ดร.เอนก   เหล่าธรรมทัศน์ และคณะ ประกอบด้วย

1.ฐานข้อมูลจุลินทรีย์และการนำไปใช้ประโยชน์   วว. โดย ศูนย์จุลินทรีย์ (TISTR  Culture  Collection) มีวัตถุประสงค์ในการเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหาร ยา เกษตร และสิ่งแวดล้อมแบบนอกถิ่นกำเนิด  โดยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ในระดับชุมชน และอุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Functional food) ผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม และเวชสำอางจากจุลินทรีย์  เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการแบบยั่งยืน

2.โพรไบโอติก   วว. โดย ศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (ICPIM) มีการดำเนินงานวิจัยพัฒนาเพื่อนำเชื้อจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่ครบวงจร ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ทดสอบจุลินทรีย์โพรไบโอติกมาตรฐาน ISO/IEC 17025, คลังเก็บรักษาสายพันธุ์โพรไบโอติก (Probiotic Bank) ที่เป็นแหล่งรวบรวมและเก็บรักษาจุลินทรีย์โพรไบโอติกประจำถิ่นที่มีศักยภาพ, ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 2 (Biosafety Level 2) สำหรับงานวิจัยพัฒนาเพื่อคัดเลือกจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่มีศักยภาพกับอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ และอาหารนม และระบบกระบวนการผลิตเชื้อจุลินทรีย์ตามมาตรฐานการผลิตที่ดี (Good  Manufacturing  Practice : GMP) เพื่อการผลิตจุลินทรีย์โพรไบโอติกสำหรับนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม

3.สารชีวภัณฑ์    เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ใช้ในทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ผลิตปุ๋ยชีวภาพ และ ควบคุมแมลง-โรค ศัตรูพืช ช่วยในการลดการใช้สารเคมี สนับสนุนระบบเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์

4.ห้องปฏิบัติการทดสอบการสลายตัวทางชีวภาพของวัสดุ   (BioD)  เป็นห้องปฏิบัติการทดสอบฯ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ระดับสากลทั้งในและต่างประเทศ (เยอรมนีและสหรัฐอเมริกา) เพิ่มโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก 

5.เห็ดเพื่อชุมชน    วว. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดมายาวนาน โดยเฉพาะการเพาะเห็ดเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเห็ดทั่วไปสามารถเพาะได้โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ขี้เลื่อนไม้ยางพารา ฟางข้าว เป็นต้น ซึ่งวิธีการเพาะจะต้องเตรียมก้อนเชื้อเห็ด วว.ได้มีโครงการ อว.สร้างงานโดยรับคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจริงให้แก่บุคคลดังกล่าว  เป็นการสร้างอาชีพในอนาคต

“ เห็ดป่าไมคอร์ไรซา” เป็นหนึ่งในเห็ดหลายชนิดที่ วว. ได้วิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน เป็นเห็ดที่เจริญในดิน มีความสามารถอยู่ร่วมกับรากพืช ในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน โดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ มีบนบาทสำคัญในการช่วยให้กล้าไม้เจริญเติมโตและแข็งแรงทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้การปลูกป่าไม้ประสบความสำเร็จดียิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังสามารถเพาะได้เองในพื้นที่สวนหลังบ้านของตนเองได้ด้วย ในอนาคตก็จะสามารถที่จะทำเห็ดป่านอกฤดูได้ด้วย เป็นการสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน เห็ดป่าที่ วว. วิจัยและพัฒนาอยู่ในขณะนี้ คือ เห็ดเพาะ เห็ดตับเต่า และเห็ดระโงก

6.ลำตะคองโมเดล เมืองน่าอยู่ และฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ  (PROSEA) นำเสนอฐานข้อมูลความหลากหลายทางด้านชีวภาพ โครงการสำรวจรวบรวมทรัพยากรพืชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือโครงการ  Prosea นำไปสู่การอนุรักษ์พืชประจำถิ่นในพื้นป่าสะแกราช การปลูกอนุรักษ์นอกถิ่นในพื้นที่สถานีวิจัยลำตะคอง สู่การต่อยอดงานวิจัยการพัฒนาพันธุ์พืชพื้นบ้าน เช่น มะขามเปรี้ยวยักษ์ มะขามป้อม มะเม่า ผักหวานป่า ผักกูดเพื่อส่งเสริมให้ชุมชนสร้างงาน สร้างอาชีพ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้   นอกจากนั้นยังมีการนำแมลงมาใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร โดยใช้ชันโรงช่วยในการผสมเกสรในสวนกาแฟ ทำให้ติดผลดีขึ้น และได้กาแฟที่มีรสชาติจำเพาะ และการเลี้ยงไส้เดือน เพื่อใช้ในการย่อยเศษอาหารจากครัวเรือน ได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์

7.Success case นวัตอัตลักษณ์ วว.        มุ่งส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือแบบเพื่อนช่วยเพื่อนในชุมชน มีการแบ่งปันอุปกรณ์ แบ่งปันความรู้ โดยประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาดั่งเดิมที่ชุมชนมี แล้วนำมาผสมผสานกับภูมิปัญญาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ที่ วว. ได้สั่งสมองค์ความรู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยมุ่งดำเนินงานเพื่อสร้าง “นวัตอัตลักษณ์” หรือความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ในแต่ละชุมชน  เพื่อนำไปสู่การค้าการขาย การสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิดดำเนินงาน “แชร์ ใช้ ทุกคนได้ประโยชน์”  โดยมุ่งดำเนินงานร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน รวมทั้งประชาสังคมในชุมชนที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบ 4 ประสาน (Quadruple Helix) เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนของชุมชน เพิ่มรายได้ ยกระดับชุมชน ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ขับเคลื่อนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ให้มีช่องทางเข้าถึง วทน. ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการเชิงพื้นที่ได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและค้าขายได้จริง ซึ่งเป็นการพัฒนางาน วทน. อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม  นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและชุมชนในระดับฐานราก โดย วว. มุ่งเน้นแนวคิดการแปรรูปผลิตผลจากทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีจุดเด่นเอกลักษณ์เป็นของตนเองที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยนำนวัตกรรม ปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ เข้าไปมีส่วนสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

8.บรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายผลไม้สดออนไลน์    วว. โดย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ศบท.) ประสบผลสำเร็จในการวิจัยและพัฒนา “นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ผลไม้สด ส่งเสริมการขายออนไลน์”  ได้แก่  1.) นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ “กล่องเก็บกลิ่นทุเรียน ล็อคกลิ่นได้ 100%”   2.) บรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายมะม่วงออนไลน์  และ 3.) บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะบ่งชี้ความปลอดภัยปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไย   เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตร เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ  พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน รับวิถีชีวิตใหม่  NEW   Normal  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการส่งออกและขนส่ง รวมทั้งการบริโภคภายในประเทศ  ทำให้มีผลผลิตทางเกษตรที่มีคุณภาพสูงในประเทศจำนวนมากที่ไม่ได้เก็บเกี่ยวทันเวลา ส่งผลให้เกิดความสูญเสีย เนื่องจากไม่มีตลาดรองรับ จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการจัดหาหรือเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

9.Success case การจัดการขยะชุมชนด้วย วทน.  อบต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย  จ.สระบุรี     นำเสนอความสำเร็จการดำเนินโครงการต้นแบบในการจัดการขยะชุมชนขนาดเล็กถึงขนาดกลาง  โดยรองรับปริมาณขยะชุมชนไม่เกิน 50 ตันต่อวัน และมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีจัดการขยะชุมชนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular  Economy)  เน้นการเพิ่มสัดส่วนการรีไซเคิล เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบวัตถุดิบรอบสองที่มีคุณภาพ เน้นการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีไทย อาทิ เทคโนโลยีการดับกลิ่นด้วยระบบโอโซนและสารดูดซับ เทคโนโลยีการคัดแยกชนิดและสีพลาสติกด้วยระบบ NIR ร่วมกับ Vision เทคโนโลยีการผลิตก๊าซชีวภาพและไบโอมีเทนอัดถังเพื่อใช้เป็นพลังงานความร้อน เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และสารปรับปรุงดิน และเทคโนโลยีการผลิตเชื้อเพลิงขยะคุณภาพสูงทดแทนถ่านหิน เป็นต้น

10.พลังงานชีวมวล     วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม  มีงานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับด้านพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง จนในปี 2557 ได้เริ่มโครงการ “การแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและขยะชุมชนโดยเทคโนโลยีสะอาด (Plasma) ในพื้นที่” ในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนร่วมกับการแก้ไขปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมไปด้วย  การดำเนินงานของศูนย์สาธิตการผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวลและขยะ มุ่งเน้นการถ่ายทอดให้ผู้ที่สนใจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการให้สามารถขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง และต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัยด้านพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มศักยภาพความเข้มแข็งด้านพลังงานทดแทนของประเทศ ตั้งอยู่ ณ สถานีวิจัยลำตะคอง โดยศูนย์สาธิตฯ ประกอบด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ 1.) ระบบคัดแยกและใช้ประโยชน์จากขยะชุมชนและของเหลือทิ้งทางการเกษตร สามารถรองรับขยะชุมชน ได้ 50 ตัน/วัน และผลิตสารปรับปรุงดิน ได้ 2 ตัน/วัน   2.) ระบบผลิตก๊าซชีวภาพและบำบัดน้ำกลับมาใช้ซ้ำ เป็นเทคโนโลยี 2-stages Anaerobic Baffle Reactor สามารถรองรับขยะอินทรีย์ ได้ 10 ตัน/วัน และเครื่อง generator ที่มีขีดความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ที่ 200 KW   3.)  ระบบผลิตก๊าซชีวมวลด้วยเทคโนโลยีแก๊สซิฟิเคชัน แบบสามขั้นตอน (3-stage gasification) รองรับวัตถุดิบได้มากสุดที่ 10 ตัน/วัน และเครื่อง generator ที่มีขีดความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ที่ 200 KW

11.เซรามิก ยางพารา และบล็อกประสาน         วว.  โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับวัสดุสุขภาพและการแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับวัสดุพลังงานและสิ่งแวดล้อม   รวมทั้งให้บริการวิเคราะห์ทดสอบสมบัติของวัสดุเซรามิก   แร่  พลาสติก พอลิเมอร์  ยางพารา ทางด้านกายภาพ ทางเคมีและทางกล

12.ไม้ดอก ไม้ประดับ        วว.  และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (สสว.) รวมทั้งพันธมิตร  ร่วมดำเนินกิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SMEs ปี 2563 ให้แก่ผู้ประกอบการในจังหวัดเลย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพไม้ดอกไม้ประดับให้แก่ผู้ประกอบการ ช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมไปถึงความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่สนับสนุนขับเคลื่อนคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผลการดำเนินงานร่วมกันสามารถสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาและเชื่อมโยงในรูปแบบคลัสเตอร์ จำนวน 30 คลัสเตอร์ มีผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ 4,246 ราย และสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจหรือมีการขยายตัวในทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 472.12 ล้านบาท

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และคณะ ยังได้เยี่ยมชม ศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (ICPIM)  และศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง  ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางของประเทศด้านการทดสอบรับรองคุณภาพระบบขนส่ง ด้านระบบขนส่งที่ครอบคลุมทั้งด้านระบบรางและส่วนเชื่อมต่อกับการขนส่ง เช่น รถไฟขนส่งสินค้า รถไฟฟ้าในเมือง รถบรรทุกสินค้า ยานยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ เพื่อสนับสนุนด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบขนส่งทางรางและเสริมขีดความสามารถผู้ประกอบการในการทดแทนการนำเข้าชิ้นส่วนระบบราง นอกจากนี้ยังสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านระบบราง รวมถึงให้การฝึกอบรมและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในส่วนวิศวกรรมระบบราง เช่น วิศวกรและนักศึกษา คณาจารย์รวมถึงผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News