mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ” จับมือเกษตรกรไทยสร้างเครือข่ายข้าวหอมมะลิออร์แกนิก

 “กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ” ร่วมเดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกคลัสเตอร์แปลงนาข้าวหอมมะลิออร์แกนิก 100% เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวหอมมะลิไทย พร้อมใช้งานวิจัยเพื่อพัฒนา แปรรูป และต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวไทยออกสู่ตลาดโลกมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวนาไทย  ชี้โควิด-19 ปัจจัยเร่งผู้บริโภคหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ หนุนตลาดข้าวออร์แกนิกเติบโตก้าวกระโดด คาดปีนี้ฟันรายได้ทะลุ 250 ล้าน โตจากปีก่อน 500% เร่งวางกลยุทธ์ จ่อเปิดโรงงานรับผลิต OEM ภายในสิ้นปีนี้

นางสาวกรชวัล  สมภักดี  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมการเกษตรภายใต้แบรนด์"กอระ" โดยเริ่มต้นจากข้าวและพืชเกษตรอื่นๆ  เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของเราเกิดจากแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจอาชีพเกษตรกรไทย ในฐานะที่เป็นลูกหลานที่เกิดในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่เห็นราคา "ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้" ตกต่ำอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี และเกษตรกรไทยยังยากจน ทั้งที่ข้าวหอมมะลิของเรามีความต้องการสูงมากในตลาดโลก  จากแนวคิดดังกล่าว จึงเริ่มทำการศึกษา ค้นคว้า เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน) จึงมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผืนดินทุ่งกุลาร้องไห้แห่งนี้ ด้วยการยกระดับข้าวไทยและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวนาไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้กลับมาประกอบอาชีพในผืนนาของพ่อแม่ และร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดให้เป็นฐานการผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีคุณภาพสูงออกสู่ตลาดโลก

ทั้งนี้ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้” อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เป็น 1 ใน 5 แหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดของไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับกรมการข้าว ได้ขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (Khao Hom Mali Thung Kula Rong Hai) กับสหภาพยุโรป(EU) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 และสหภาพยุโรปได้รับขึ้นทะเบียนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้แล้ว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2556     บริษัทตั้งอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้ จึงได้ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ในการสร้างเครือข่ายสู่ความเป็น“คลัสเตอร์แปลงนาข้าวหอมมะลิ ออร์แกนิกภาคอีสาน” โดยปัจจุบันเรามีแปลงนาปลูกข้าวหอมมะลิออร์แกนิกในพื้นที่ของกลุ่มรวมกว่า 50,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดในภาคอีสาน ได้แก่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ มหาสารคาม ศรีสะเกษ และยโสธร ใน โดยเป็นแปลงนาของกอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำนวน 500 ไร่โดยมีส่วนของแปลงนาของบริษัทฯ จำนวน 500 ไร่  ทั้งนี้วางเป้าหมายที่จะขยายคลัสเตอร์แปลงนาให้เพิ่มมากขึ้น คาดใน 5 ปีจะมี คลัสเตอร์แปลงนารวม 200,000 ไร่ทั่วประเทศ  ในส่วนของผลการดำเนินงานในปี 2563 ของกอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ คาดว่า จะสร้างรายได้มากกว่า 250 ล้านบาท เติบโตจากปี 2562 กว่า 500% หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท

 “จุดเริ่มต้นของเรา เกิดจากแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจอาชีพเกษตรกรไทย ในฐานะที่เป็นลูกหลานที่เกิดในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่เห็นราคาข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ตกต่ำอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี และเกษตรกรไทยยังยากจน ทั้งที่ข้าวหอมมะลิของเรามีความต้องการสูงมากในตลาดโลก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้กลับมาประกอบอาชีพในผืนนาของพ่อแม่ และร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดให้เป็นฐานการผลิตข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลกและต่อยอดแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีคุณภาพสูงออกสู่ตลาดโลก เพื่อให้ชาวนาไทยไม่ยากจนด้วยเกษตรนวัตกรรม เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของราคาข้าวหอมมะลิออร์แกนิกในไทยอยู่ที่ 250 บาทต่อกิโลกรัม และตลาดต่างประเทศอยู่ที่ราคา 500-1,000 บาทต่อกิโลกรัม และตอนนี้เรายังถือเป็นบริษัทที่รับซื้อข้าวที่ให้ราคาดีที่สุดด้วย คือ ให้ราคาอยู่ที่ 16,000-20,000 บาทต่อตัน” นางสาวกรชวัล กล่าว

ด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และบริการ แบ่งออกเป็น 1.ผลิตสินค้านวัตกรรมด้านการเกษตร ระยะแรก(ปี 2561-2562) ผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมมะลิแดง และผลิตภัณฑ์จากข้าวแปรรูป ระยะที่สอง(ปี 2563-2565) ผลิตและแปรรูปข้าวทุกสายพันธุ์ในประเทศ นอกจากนี้จะมีการเแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยผลิตตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง พร้อมต่อยอดด้วยการผลิตสินค้าจากข้าวและสมุนไพร เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าหมวดสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยเป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองการวิจัยทั้งในประเทศและระดับสากล ซึ่งในอนาคตจะเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าสูงให้กับทางบริษัท 2.เป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าออร์แกนิก โดยแบ่งสินค้าเป็น 2 ระยะ ในระยะแรก(ปี 2561-2562) สินค้าธรรมชาติ และสินค้าอินทรีย์ ส่วนแผนระยะที่สองจะเข้าสู่สินค้าออร์แกนิกตามมาตรฐานสากลทั้งหมดภายใน 5 ปี ซึ่งปัจจุบันบริษัท อยู่ระหว่างการประเมินมาตรฐาน ทั้งนี้เมื่อสำเร็จตามแผนจะทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้อีกอย่างน้อย 30% สำหรับตลาดในประเทศ และเพิ่มขึ้น 50-100% ในตลาดต่างประเทศ

 3.มุ่งลดการสูญเสียจากกระบวนการผลิต(Zero West) โดยในส่วนของข้าวเต็มเม็ดนำไปสร้างมูลค่าเป็นข้าวพรีเมี่ยม ในส่วนของปลายข้าวและจมูกข้าวที่อุดมไปด้วยสารอาหารระดับสูงนำมาผลิตเป็นสินค้าในกลุ่ม Rice crackers และซีเรียล ทำเป็นผลิภัณฑ์อาหารเช้าเพื่อจำหน่ายได้ทั่วโลก  4.ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ภูมิปัญญาของเกษตรกรไทยสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ให้เกษตรกรและรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด เพื่อนำไปแปรรูปโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย โดยเชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาครัฐ 5.ผลิตสินค้า 2 ระดับ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าระดับบน เน้นด้านสุขภาพ และระดับกลางเพื่อสร้างธุรกิจอาหารในตลาดค้าปลีกในประเทศ 6.การเตรียมเป็นบริษัทรับจ้างผลิต (OEM) ) ซึ่งในขณะนี้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงาน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการได้ภายใน ธ.ค. 2563 การกำหนดกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อตอบโจทย์และสอดคล้องกับเทรนด์การดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับ "ข้าวไทย" โดยการนำผลงานวิจัยมาช่วยในเรื่องภาคการเกษตร เพื่อยกระดับมาตรฐานให้กับเกษตรกรไทย ให้สามารถลงมือทำได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแนวทางที่ทางบริษัทได้ดำเนินการพร้อมแผนรองรับใน 5 ปี เชื่อมั่นว่าเราจะสามารถพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน

         สำหรับการทำตลาดในประเทศ มีทั้งแบบ B2B และ B2C โดยมีช่องทางการจัดจำหน่าย อาทิ ท็อปส์ มาร์เก็ต, เดอะมอลล์, เซเว่น อีเลฟเว่น, ไปรษณีย์ไทย และซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ส่วนตลาดต่างประเทศ (โมเดลแบบ B2B) กำลังเตรียมพร้อมในการจำหน่ายผ่านทางบริษัทคู่ค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีตลาดกลุ่มสำคัญ ได้แก่ ตลาดกลุ่มประเทศ IOC จีน พร้อมวางกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เน้นเจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมในต่างประเทศ อาทิ ในปี 2563-2565 จะผลิตและแปรรูปข้าวทุกสายพันธุ์ในประเทศ โดยเป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองการวิจัยทั้งในประเทศและระดับสากล ซึ่งในอนาคตจะเป็นสินค้าที่สามารถสร้างมูลค่าสูงให้กับทาง

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาสนใจรักสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดข้าวหอมมะลิออร์แกนิกมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา และเชื่อว่ายังสามารถเติบโตได้ขึ้นอีก สืบเนื่องจากตลาดทั้งในไทย และต่างประเทศ อาทิ จีน ยุโรป อาหรับ ยังมีความต้องการอีกมาก ผนวกกับกำลังการผลิตที่สามารถผลิตได้ 50-120 ตันต่อวัน ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงเป็นโอกาสของตลาดดังกล่าวนั้น กอระ เอ็นเตอร์ไพร์ซ จึงได้รุกหนักในตลาดข้าวหอมมะลิออร์แกนิก ทั้งในและนอกประเทศ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ปีนี้จะผลิตได้ 30,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ประมาณ 10,000 ตัน”นางสาวกรชวัล  กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News