mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

“เอสซีจี”ดึงศักยภาพเทคโนโลยี มาขับเคลื่อนนวัตกรรมสีเขียว ตอบความต้องการด้านที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป

“เอสซีจี” ผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืนในอาเซียน โดยธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กรอบ ‘การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ (Sustainable Development) นำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาพัฒนานวัตกรรมสีเขียว ชูวัสดุก่อสร้าง โซลูชัน และบริการที่ตอบโจทย์การสร้างบ้านได้ทั้งหลัง พร้อมตอบความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่หันมาเลือกใช้สินค้าที่รักษ์โลก และประหยัดพลังงานกันมากขึ้น ขณะเดียวกันได้ประกาศเปลี่ยนชื่อฉลากจาก ‘เอสซีจี อีโค แวลู’ (SCG ECO Value) เป็น ‘เอสซีจี กรีน ช้อยส์’ (SCG Green Choice) ภายใต้สโลแกน ‘คุณเลือก เพื่อโลกได้’ ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้บริโภคในการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอสซีจี เป็นรายแรกและรายเดียวในแวดวงวัสดุก่อสร้างไทยที่ออกฉลากรับรองสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแบบรับรองตนเอง (Self-Declared) พร้อมเผยสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้กลุ่มเอสซีจี มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 29 ของรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเจอวิกฤติปัญหามากมาย ทั้งโลกร้อน มลภาวะ ภัยธรรมชาติ และการขาดแคลนทรัพยากร เอสซีจี จึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจด้วยหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งวิจัย พัฒนา และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผลิตนวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันด้านที่อยู่อาศัย ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมลดปัญหาดังกล่าว และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ออกฉลากรับรองตนเองด้านความมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับสินค้า และบริการของเอสซีจี หรือ ‘เอสซีจี กรีน ช้อยส์’ (SCG Green Choice) คุณเลือก เพื่อโลกได้ มาเป็นตัวช่วยผู้บริโภคในการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ง่ายยิ่งขึ้น และมั่นใจได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลกและดีต่อคุณภาพชีวิตจริงๆ พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้ผ่านสื่อทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ รวมถึงสื่อสารผ่านหน้าร้าน และ ณ จุดขาย

ปัจจุบันเอสซีจีมีสัดส่วนรายได้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประมาณ 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมด โดยมีสินค้าและบริการในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 60 รายการ ที่ได้รับฉลาก SCG Green Choice ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และสามารถตอบโจทย์การสร้างบ้านได้ทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมสินค้าเพื่อบ้านอยู่สบาย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ไปจนถึงงานโครงสร้าง หลังคา วัสดุตกแต่งบ้าน โดยตัวอย่างนวัตกรรมสินค้าเพื่อบ้านอยู่สบาย เช่น ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ เอสซีจี สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่า 1,370 หน่วย/เดือน (แพ็กเกจพรีเมียม) ระบบ Active AIRflow™ System นวัตกรรมถ่ายเทอากาศที่ช่วยลดอุณหภูมิ 2-5 องศาในบ้าน และช่วยกรองฝุ่น PM 2.5 นวัตกรรมที่ช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดยิ่งขึ้น เช่น สุขภัณฑ์อัจฉริยะแบรนด์คอตโต้ ที่ช่วยลดการใช้น้ำได้ถึง 25% เมื่อเทียบกับสุขภัณฑ์ทั่วไป ทั้งยังมีฟังก์ชันเปิด-ปิดฝาอัตโนมัติ และมีก้านฉีดชำระสแตนเลสผสมสารป้องกันแบคทีเรีย มาพร้อมระบบ UV Sterilization (Self-Cleaning) เพิ่มความมั่นใจในความสะอาดทุกครั้งที่ใช้งาน รวมถึงก๊อกน้ำหลากหลายรุ่น ที่ลดการใช้น้ำได้มากกว่า 20% และ นวัตกรรมป้องกันเชื้อโรค เช่น กระเบื้อง Hygienic Tiles ที่มีสาร Silver Nano ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ตลอดอายุการใช้งาน นวัตกรรมสินค้าอื่นๆ เช่น กลุ่มงานโครงสร้าง เช่น ปูนงานโครงสร้าง เอสซีจี สูตรไฮบริด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตอย่างน้อย 50 กิโลกรัมต่อตันปูนซีเมนต์ กลุ่มหลังคา เช่น หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่นซีแพค หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ เอสซีจี รุ่นลอนคู่ และวัสดุตกแต่งบ้านอื่นๆ เช่น บล็อกปูพื้น เอสซีจี (Concrete Paving Block) มีการใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนผสมในการผลิต

“เมื่อเร็วๆ นี้ เอสซีจียังคว้ารางวัลแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในฐานะองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม (Top Green Brand Love) จากวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และตอกย้ำจุดยืนด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ยึดมั่นมาโดยตลอด สำหรับทิศทางการดำเนินงานในอนาคต เอสซีจีจะเดินหน้าผลักดัน และส่งเสริมการดำเนินงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจ และสังคมในยุค New Normal โดยเราจะมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Development) มากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ โดยเชื่อว่าฉลาก SCG Green Choice จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี” นายนิธิ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลาก SCG Green Choice  สอบถามได้ที่ SCG HOME Contact Center โทร. 02-586-2222 หรือคลิ๊กเว็บไซต์ https://www.scgbuildingmaterials.com/th/campaign/scg-green-choice

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News