mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เอไอเอส เผยไตรมาส 2/63 รายได้ลดลงจากผลกระทบโควิดทุ่มงบ4หมื่นล้านลงทุน5Gต่อเนื่อง

เอไอเอส รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 2/2563 กำไรสุทธิ* อยู่ที่ 7,235 ล้านบาท ลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เติบโตขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการควบคุมต้นทุนได้ดี โดยมีรายได้รวม ลดลง 4.1% อยู่ที่ 42,256 ล้านบาท จากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงมีผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1 ซึ่งกระทบต่อการใช้จ่ายผู้บริโภคในด้านการใช้มือถือ ในขณะที่ ธุรกิจเน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ มีความต้องการจากการล๊อกดาวน์ที่ต้องทำงานจากบ้าน ทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 112,200 ราย ทั้งนี้ เอไอเอส ยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ และประกาศจ่ายเงินปันผล 3.24 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 3 กันยายน 2563 นี้ และยังคงงบลงทุนเครือข่าย ทั้ง 4G, 5G ประมาณ 35,000 ล้านบาท มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลร่วมฟื้นฟูประเทศในทุกระดับอย่างเต็มที่

*ไม่ร่วมผลของมาตรฐานบัญชีไทย 16*

          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในภาพรวมของผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2563 ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจโทรคมนาคมได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวและการปิดบริการชั่วคราว AIS Shop, Serenade Club และ AIS Telewiz

ในพื้นที่ตามประกาศของภาครัฐ รวมถึง การสนับสนุนมาตรการของกสทช.เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายผู้ใช้บริการ ทั้งการมอบดาต้าและค่าโทรฟรีในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลต่อรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ในส่วนธุรกิจเน็ตบ้านได้รับผลเชิงบวกจากการที่ลูกค้าต้องทำงานหรือเรียนหนังสือจากบ้าน ทำให้มีความต้องการติดเน็ตบ้านสูงขึ้นมาก ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 บริษัทมุ่งเน้นที่จะบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อคงความแข็งแรงของกระแสเงินสดให้สามารถลงทุนในธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุน 5G เพื่อการเติบโตในระยะยาว”

ในไตรมาส 2 เอไอเอสมีรายได้รวม 42,256 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เอไอเอสยังคงมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือสูงที่สุดในตลาดที่ 41 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นลูกค้าระบบรายเดือน จำนวน 9.5 ล้านราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 395,600 ราย ในไตรมาสนี้ และมีลูกค้าระบบเติมเงินอยู่ที่ 31.4 ล้านราย ซึ่งลดลงจำนวน 531,900  ราย โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขาย Sim2Fly ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดของการเดินทางระหว่างประเทศ ในขณะที่รายได้ต่อเลขหมายเฉลี่ยเท่ากับ 239 บาท/เลขหมาย/เดือน จากสภาพการแข่งขันในตลาดที่ยังคงสูงจากแพ็กเกจประเภท Fixed Speed Unlimited ซึ่งยังมีให้บริการในทุกโอเปอร์เรเตอร์ ขณะที่ COVID-19 ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป ทั้งการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเรียนที่บ้าน (Learn from Home) ส่งผลให้การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 15% เทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่เฉลี่ย 17 กิกะไบต์ต่อเดือน และสัดส่วนลูกค้าที่ใช้ 4G ยังเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง 75% ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ จากความต้องการติดเน็ตบ้านในช่วงโควิด ส่งผลให้มีลูกค้ารวม 1.2 ล้านราย และมีรายได้จากธุรกิจเน็ตบ้าน 1,683 ล้านบาท เติบโต 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนธุรกิจลูกค้าองค์กรก็ยังคงเติบโตจากความต้องการใช้บริการโซลูชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Cloud และ ICT solution เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แม้ว่าธุรกิจจะได้รับผลกระทบในเชิงรายได้ บริษัทมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและการควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกิจกรรมทางการตลาดที่น้อยลงในช่วงสถานการณ์โควิด ส่งผลให้เอไอเอสมีกำไรสุทธิ 7,235 ล้านบาท* ลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เติบโต 3.3% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงมีการบริหารจัดการกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการลงทุนขยายโครงข่ายทั้งบริการ 5G และ 4G เพื่อรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรกรวม 42,328 ล้านบาท และคงงบลงทุนทั้งปี 2563 ประมาณ 35,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

หลังการประมูลคลื่น 5G ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา เอไอเอสได้ขยายเครือข่าย 5G ครบ 77 จังหวัด และครอบคลุมเต็มพื้นที่ 100% นิคมอุตสาหกรรมใน EEC แล้ว ปักหมุดให้ประเทศไทยเป็น ประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเครือข่าย 5G ให้บริการเต็มพื้นที่ 100% ในนิคมอุตสาหกรรม ยกระดับ ไทยสู่ผู้นำเครือข่าย 5G ในระดับภูมิภาค พร้อมดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC โดยเอไอเอสได้ประกาศวิสัยทัศน์ “AIS 5G – Forging Thailand’s Recovery” นำ 5G ร่วมฟื้นฟูประเทศไทยในทุกมิติ ภายใต้การผนึกกำลังกับผู้นำอุตสาหกรรมทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ดังเช่น

  • ร่วมกับบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI บริษัทในเครือสหพัฒน์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ “บริษัท สห แอดวานซ์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ SAN ให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) และ ICT Infrastructure ภายในสวนอุตสาหกรรมของ SPI ทั้ง 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี, ปราจีนบุรี, ลำพูน และตาก
  • ร่วมกับอมตะซิตี้ นำเทคโนโลยี 5G และโครงข่ายดิจิทัล เข้าไปยกระดับการทำงานในอมตะซิตี้ ชลบุรี สู่ Smart City เมืองอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “บริษัท อมตะ เน็ทเวอร์ค จำกัด”
  • ตลอดจนการพัฒนา 5G Immersive Experience ผ่านเทคโนโลยี AR/VR สร้างคอนเทนต์สนับสนุนการท่องเที่ยว และพลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านการศึกษา และความบันเทิงเป็นครั้งแรกของเมืองไทย

 “ด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ภายในประเทศเริ่มผ่อนคลายด้วยมาตรการด้านสาธารณสุขที่แข็งแกร่งของไทย ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถกลับมาเปิดให้บริการ ประชาชนมีการปรับตัวใช้ชีวิตบนวิถีใหม่ หน้าที่ของเอไอเอส คือการนำ Digital Infrastructure ร่วมสนับสนุนและผลักดันให้คนไทย ภาคธุรกิจ และสังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกัน ” นายสมชัย กล่าวสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News