mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เอ็นไอเอโชว์3นวัตกรรมดีรับเปิดเทอมใหม่ไฮเทค ปลอดภัย เรียนต่อได้แบบไม่มีอะไรกั้น

เดือนกรกฎาคมนี้ จะได้เห็นภาพบรรยากาศความคึกคักของการเปิดภาคเรียนกันอีกครั้งสำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานศึกษาต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับ “ความปกติใหม่” หลังผ่านพ้นวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 แต่ยังต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงต้องมีการปรับตัวทั้งรูปแบบการเรียน การสอน หรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นเครื่องมือ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยและมาตรการเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทุกฝ่าย ซึ่งวันนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มี 3 นวัตกรรมเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก และสร้างความมั่นใจให้นักเรียน คุณครู และผู้ปกครองให้สามารถกลับไปเรียนได้ในสภาวะที่ทุกอย่างอยู่ในยุค “New Normal” หลังเปิดเมือง

เริ่มกันที่เทคโนโลยีแรกอย่าง Online Blended Learning For School หรือ นวัตกรรมการเรียนแบบผสมผสานออนไลน์สำหรับโรงเรียน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาทำให้การเรียนหนังสือของเด็กสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา โดยนางสาวรษา วงศ์สมิง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เล่าว่า บริษัทได้คิดค้นนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีที่จะเข้าไปช่วยเสริมให้การเรียนการสอนหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายให้สามารถดำเนินการได้อย่างง่าย และสะดวก เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวนักเรียน นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งยังสามารถออกแบบกิจกรรมที่ตนเองอยากทำได้เอง เพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เด็กนักเรียนมีความต้องการที่ชัดเจนว่าอยากเรียน และทำกิจกรรมอะไร ดังนั้น นวัตกรรมของเลิร์น เอ็ดดูเคชั่นจะเข้าไปส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ไหน หรือยากทบทวนบทเรียนช่วงใดก็สามารถทำได้เลยทันที

สำหรับรูปแบบแพลตฟอร์มนั้นจะเป็นการใช้งานในรูปแบบของแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “Learn Anywhere” ซึ่งเป็นแอปฯที่ต่อยอดมาจากระบบ “Online Blended Learning For School” โดยจะเปิดให้เด็กเรียนผ่านแอปพลิเคชั่นในรายวิชาหลักอย่างเช่น วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยเป็นบทเรียนสำหรับนักชั้นประถมศึกษาปีที่5-มัธยมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้น ส่วนการเข้าใช้งานนักเรียนจะต้องลงทะเบียนเพื่อขอPassword และ Username หลังจากที่ได้รับรหัสผ่านนักเรียนก็สามารถเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้เลย โดยระบบจะจัดลำดับบทเรียนตามที่โรงเรียนได้กำหนดไว้

ที่ผ่านมามีการนำระบบไปทดลองใช้กับโรงเรียนนำร่อง 5 แห่ง ซึ่งพบว่านักเรียนให้ความสนใจและเข้าใช้เป็นจำนวนมาก สำหรับความพิเศษของแอปฯ คือจะช่วยให้การเรียนผ่านระบบออนไลน์ทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ลดความกังวลว่าหากไปทำกิจกรรมแล้วจะเรียนมาไม่ทันเพื่อน เพราะสามารถกลับมาทบทวนบทเรียนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ทางบริษัทเห็นว่าระบบสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเรียนในยุคนี้ได้ค่อนข้างมาก สำหรับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนั้นจะเกิดผลดียิ่งขึ้นในกรณีที่มีการนำเอาแพลตฟอร์มออนไลน์ไปผสมผสานกับการสอนจริง นอกจากนี้ แอปพลิเคชั่นยังจะเข้าไปสนับสนุนการเปิดเทอมหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น และสามารถช่วยให้โรงเรียนรักษามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยที่ไม่ต้องให้เด็กผลัดกันเข้าห้องเรียน

ถัดมาเป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดหน้าโรงเรียน และช่วยดูแลบุตรหลานให้ปลอดภัย ด้วยแพลตฟอร์ม Kids Up: ระบบจัดการความปลอดภัยของนักเรียนแบบครบวงจร โดย นางอัมภาพัตร ฉมารัตน์ Co – Founder แพลตฟอร์ม Kids Up เล่าว่า จุดเริ่มต้นของ Kids Up เกิดขึ้นมาจากที่ตนและภรรยาต้องไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียนเป็นประจำ และมักจะพบกับปัญหาการจราจรติดขัดหน้าโรงเรียน และความไม่ปลอดภัยที่เด็กจะต้องมายืนรอผู้ปกครองด้านหน้าซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ดังนั้น จึงคิดค้นแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาบริหารจัดการการรับ-ส่งบุตรหลานผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือที่ผู้ปกครองสามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากลงทะเบียนผ่านเบอร์มือถือเท่านั้น โดยบริษัทจะเข้าไปติดตั้งระบบที่สามารถแสดงผลและแจ้งเตือนให้นักเรียนทราบว่าอีกกี่นาทีผู้ปกครองจะมาถึงผ่านระบบโทรทัศน์หรือจอแอลอีดี

อย่างไรก็ตามได้มีการนำระบบดังกล่าวเข้าไปติดตั้งและใช้งานกับโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนนทบุรีแล้ว ซึ่งพบว่าระบบดังกล่าวช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด รวมไปถึงช่วยให้การจัดระบบรถเข้า-ออกบริเวณหน้าโรงเรียนได้เป็นอย่างดี ในส่วนการใช้งานนั้นได้มีการออกแบบแอปฯ ให้ใช้งานง่ายกว่าระบบบริหารจัดการการจราจรหน้าโรงเรียนของต่างประเทศ และยังมีความแม่นยำในเรื่องของเวลาค่อนข้างสูงเพราะระบบจะตรวจจับเวลาการเดินทางผ่าน Google Map ดังนั้น เวลาที่ผู้ปกครองมาถึงค่อนข้างตรงตามที่แจ้งอาจจะมีบ้างในกรณีล้าช้าแต่เมื่อคำนวณแล้วบวกลบไม่เกิน 5 นาที

“ในอนาคตจะมีการพัฒนาฟังก์ชั่นสำหรับผู้ปกครองที่ไม่ได้มารับลูกด้วยตนเอง และรถรับ-ส่งนักเรียน หรือการเชื่อมระบบกับแกร็ป นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาระบบเพื่อรองรับผู้ปกครองในบางกลุ่มที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนให้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชั่นได้ทุกรูปแบบ เพราะตนเห็นว่าในอนาคตนวัตกรรมหรือแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับการศึกษาจะเข้ามามีบทบาทค่อนข้างมาก ดังนั้น นวัตกรรมด้านการศึกษาจำเป็นจะต้องปรับ และคิดค้นฟังก์ชั่นใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยระบบเทคโนโลยีต้องสามารถเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม” นายคงพันธ์ กล่าวสรุป

สุดท้ายคือแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยจัดระบบบริหารจัดการโรงเรียนแบบ 4.0 อย่างแพลตฟอร์ม School Management System 4.0 หรือโครงการระบบบริหารจัดการสถานศึกษา 4.0 โดย นายนรินทร์ คูนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด เล่าว่า ทางบริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์ม ที่จะช่วยให้โรงเรียนก้าวสู่การเป็นโรงเรียนในยุค 4.0 ผ่านการบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งแพลตฟอร์มระบบบริหารจัดการโรงเรียนแบบ 4.0 นั้นจะเพิ่มความสะดวกในการจัดระบบภาระงานภายในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นระบบตารางสอนของครู และตารางเรียนของนักเรียน ระบบเช็คชื่อ ระบบตรวจสอบคะแนนความความประพฤติ ระบบแจ้งการบ้าน ระบบลา รวมไปถึงระบบบริหารงานของครู เช่น ระบบรายงานผู้บริหาร ระบบรายงานผลการเรียน ระบบปฏิทินโรงเรียน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกรายงานผ่านแอปพลิเคชั่นและเว็ปไซต์ ซึ่งสามารถเข้าใช้งานผ่านมือถือได้เลยโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม นอกจากนี้ ระบบจะทำงานแบบ Realtime ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนอัพเดตความเคลื่อนของครู นักเรียน ได้ตลอดเวลา ผ่านการใช้ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บบน Cloud Base ที่มีความปลอดภัยสูง

ทั้งนี้ ทางบริษัทได้มีการนำเอาระบบไปทดลองใช้กับโรงเรียนกว่า 300 แห่งพบว่า ระบบการจัดการภายในโรงเรียนมีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โรงเรียนสามารถจัดหมวดหมู่เอกสารและมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนแต่ละคนครบถ้วนและชัดเจน สามารถลดภาระงานให้แก่ครูได้มากถึง 90% นอกจากนี้ ยังทำให้โรงเรียนทราบพฤติกรรมของนักเรียนและสามารถนำไปวางแผนเพื่อรองรับหรือปรับพฤติกรรมของนักเรียนได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สำหรับความโดดเด่นของระบบนั้นแม้ว่าจะเป็นระบบการจัดการที่ค่อนข้างละเอียดและซับซ้อน แต่มีการออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ผ่านกราฟฟิคที่สวยงาม สบายตา เหมาะสำหรับครู อาจารย์ นอกจากระบบจะจัดการข้อมูลภายในโรงเรียนให้แล้วยังสามารถเชื่อมผู้ปกครอง โรงเรียน และนักเรียนเข้าหากัน ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของครูและสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้ปกครอง

หลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เราจะเริ่มเห็นสิ่งใหม่ๆ หรือวิถีใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมเกี่ยวกับการศึกษา เพราะหลังจากนี้ในระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียน ครู นักเรียน จะหันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นกว่า สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้นวัตกรรมเกี่ยวกับการศึกษามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และจะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-017-5555 เว็บไซต์ www.nia.or.th และ facebook.com/NIAThailand

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News