mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ผลสำรวจจากยูโอบีเผยเอสเอ็มอีในอาเซียนปรับใช้เทคโนโลยีสู้วิกฤตโควิด แก้ปัญหาสภาพคล่อง

ธนาคารยูโอบี เผยผลสำรวจ “ASEAN SME Transformation Study 2020” ชี้ธุรกิจเอสเอ็มอีในภูมิภาคอาเซียนต่างหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการดำเนินธุรกิจช่วงสถานการณ์โควิด-19 กว่า 2 ใน 3 ของเอสเอ็มอี (64%) ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นอันดับแรกในปีนี้

ธนาคารยูโอบี (UOB) ร่วมกับแอคเซนเจอร์ (Accenture) และดันแอนด์แบรดสตรีท (Dun & Bradstreet) ทำการสำรวจความคิดเห็นของธุรกิจเอสเอ็มอีในอาเซียนกว่า 1,000 ราย[1] เพื่อทำความเข้าใจว่าธุรกิจเอสเอ็มอีปรับตัวอย่างไรต่อสภาพการณ์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปภายใต้สถานการณ์โควิด-19

เอสเอ็มอีในประเทศไทยมองว่าต้องการลงทุนในเทคโนโลยีเป็นอันดับแรก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 71% รองลงมาคืออินโดนีเซีย 65% เวียดนาม 63% สิงคโปร์ 60% และมาเลเซีย 59%

การสำรวจยังพบว่าธุรกิจเอสเอ็มอียังพยายามที่จะลงทุนในด้านเทคโนโลยี แม้ว่ารายได้จากธุรกิจจะลดลงก็ตาม ซึ่ง 9 ใน 10 หรือ 88% คาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2563 จะลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังวางแผนเพิ่มงบประมาณด้านเทคโนโลยี ซึ่งนั่นหมายความว่าเอสเอ็มอีกำลังมองข้ามความท้าทายในปัจจุบัน และพร้อมจะปรับใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ลอเรนซ์ โล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 นั้น ทำให้ธุรกิจเล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีมากขึ้น การดำเนินธุรกิจที่ต้องหยุดชะงักตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้หลายบริษัทตระหนักอย่างรวดเร็วว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยให้ ธุรกิจสามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีในการช่วยปรับโมเดลธุรกิจหรือเปลี่ยนกระบวนการปฏิบัติงาน”

หากมองในภาคธุรกิจแล้ว ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ต้องการลงทุนในด้านเทคโนโลยีมากที่สุด คือธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ (50%) ธุรกิจก่อสร้าง (48%) และธุรกิจค้าปลีก (46%) ตามลำดับ

นายโลกล่าวเพิ่มเติมว่า “ยูโอบีได้ทำการติดต่อลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเหลือในช่วงภาวะวิกฤตเช่นนี้ นอกจากการสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว เรายังช่วยเอสเอ็มอีในเรื่องการปรับใช้ดิจิทัลโซลูชันเพื่อช่วยลูกค้าจัดการธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่าง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์ที่ได้รับผลกระทบมาก เราได้ช่วยให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนช่องทางการขายจากหน้าร้านมาเป็นสู่ออนไลน์มากขึ้น เพื่อตอบสนองกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เราร่วมมือกับกูเกิ้ล เพื่อช่วยให้ธุรกิจใช้เครื่องมือดิจิทัล อย่างเช่น Google My Business และสร้างโพรไฟล์ร้านค้าออนไลน์เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เป็นต้น

นอกจากเทคโนโลยีแล้ว 51% ของธุรกิจเอสเอ็มอีในอาเซียนต้องการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะพนักงาน และ 40% ต้องการลงทุนในการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์  ในขณะที่การลงทุนที่ธุรกิจเอสเอ็มอีให้ความสำคัญน้อยที่สุดคือการจัดซื้อยานพาหนะ อยู่ที่ 18%

เทคโนโลยีช่วยเอสเอ็มอีบริหารกระแสเงินสดและค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ

8 ใน 10 หรือ 81% ของเอสเอ็มอีทั่วทั้งอาเซียนเลือกใช้ดิจิทัลโซลูชันเพื่อบริหารจัดการงินสด เช่น UOB BizSmart ที่ช่วยออกใบแจ้งหนี้อิเลคทรอนิคส์และบันทึกรายการกระทบยอดได้รวดเร็ว

ดิฟเยช วิธลานี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจบริการทางการเงิน แอคเซนเจอร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ขณะที่ธุรกิจรายย่อยกำลังเตรียมเปิดดำเนินงาน และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้จะช่วยให้ธุรกิจฟื้นตัวได้เร็ว การลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีของเอสเอ็มอีนี้สำคัญมาก เพราะเอสเอ็มอีคือรากฐานทางเศรษฐกิจของทุกประเทศในภูมิภาคนี้ ถ้าหากเอสเอ็มอีฟื้นตัวได้เร็วหลังวิกฤตก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศในอาเซียนฟื้นตัวเร็วตามไปด้วย”

75% ของเอสเอ็มอีในอาเซียนเลือกที่จะพักชำระหนี้เพื่อช่วยลดภาระเรื่องกระแสเงินสด และต่อรองระยะเวลาชำระเงินกับคู่ค้าหรือผู้ให้เช่า และ 73% ต้องการเพิ่มทุนผ่านโปรแกรมความช่วยเหลือด้านการเงินในช่วงโควิด-19

ออเดร เฉี่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดันแอนด์แบรดสตรีท สิงคโปร์ กล่าวว่า “ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของภูมิภาคอาเซียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อพิจารณาจากปัจจัยด้านประชากรและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ธุรกิจรายย่อยกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เราเห็นว่าผู้ประกอบการได้ทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ธุรกิจยังยืนอยู่ได้ ธุรกิจที่ปรับเปลี่ยนโมเดลได้ทันท่วงทีจะทำให้ฝ่าฟันวิกฤตไปได้และยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อีกด้วย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News