mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

STGT ปิดการขายหุ้นIPOหลังนักลงทุนสถาบันและรายย่อยจองซื้อคึกคัก

บมจ. ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT ปิดการขายหุ้น IPO จำนวน 438,780,000 หุ้น ที่ราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้นละ 34  บาท หลังนักลงทุนสถาบันและรายย่อยตอบรับจองซื้ออย่างคึกคักมากกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ จากจุดเด่นธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกในปัจจุบันและดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก เตรียมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ พร้อมนำเงินจากการระดมทุนใช้ขยายและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาระบบไอที ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและเป็นเงินทุนหมุนเวียน ชูแผนขยายกำลังการผลิตติดตั้งอย่างต่อเนื่องจากปัจจุบันประมาณ 32,619 ล้านชิ้นต่อปี เป็นประมาณ 100,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2575

นายวราห์ สุจริตกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า ในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ของบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เมื่อวันที่ 23 – 25 มิถุนายนที่ผ่านมา สามารถปิดการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนทั้งสิ้น 438,780,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 30.7 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้  ที่ราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้นละ 34  บาท โดยได้รับการตอบรับที่ดีมาก จากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยที่จองซื้ออย่างคึกคัก โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันที่แสดงความต้องการจองซื้อในช่วงการทำ Bookbuilding อย่างคึกคักมากกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ เนื่องจากมั่นใจในศักภาพทางธุรกิจของ STGT ที่เป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมต่างๆ จากทั่วโลก เพราะสามารถปกป้องการสัมผัสเพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย นอกจากนี้ยังมีความต้องการใช้สินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ร่วมจัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า การเสนอขายหุ้น IPO ของ STGT ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตถุงมือยางที่มีการส่งออกสินค้าจำหน่ายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกและไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ขณะที่สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย (MARGMA) ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมถุงมือยางของโลกปี 2559 – 2562 มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 12% นอกจากนี้ COVID-19 เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ หันมาใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น จึงคาดว่าจะหลังจากเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์รายใหญ่ของโลก กล่าวว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ โดยใช้ชื่อย่อ ‘STGT’ ในการซื้อขายหลักทรัพย์ คาดว่าจะได้รับความสนใจเช่นเดียวกับการเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่มีนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันตอบรับการจองซื้ออย่างคึกคัก

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ไปใช้ขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพผลิต ติดตั้งระบบ SAP ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและเป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตติดตั้งถุงมือยางรวมประมาณ 32,619 ล้านชิ้นต่อปี จากโรงงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สุราษฎร์ธานีและตรัง และมีแผนงานขยายกำลังการผลิตติดตั้งอย่างต่อเนื่อง เป็นมากกว่า 50,000 ล้านชิ้นต่อปีภายในปี 2567 ทั้งการขยายกำลังการผลิตในโรงงานเดิมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรัง และก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และที่จังหวัดชุมพร จากนั้นจะขยายกำลังการผลิตติดตั้งเป็นมากกว่า 70,000 ล้านชิ้นภายในปี 2571 และจะขยายเป็นประมาณ 100,000 ล้านชิ้นในปี 2575

นอกจากนี้บริษัทฯ วางแผนขยายตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศที่มีโอกาสเติบโตสูง อาทิ ทวีปเอเชียแปซิฟิก แอฟริกา อเมริกาใต้ ฯลฯ ซึ่งกำลังพัฒนาระบบสาธารณสุขและสุขอนามัย ดังนั้นอัตราการบริโภคถุงมือยางเฉลี่ยต่อคนต่อปีจึงมีโอกาสเติบในอนาคตโดย STGT จะใช้จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งของโรงงานในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์การเพาะปลูกยางพาราและอยู่ใกล้โรงงานผลิตน้ำยางข้นของกลุ่ม STA ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทฯ และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก จึงมีความได้เปรียบด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ผลิตถุงมือยาง

ส่วนภาพรวมการดำเนินงานปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 12,224.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.3%  และมีกำไรสุทธิ 613.91 ล้านบาท เนื่องจากมีปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดใหม่ๆ อาทิ ประเทศอินเดีย แอฟริกาใต้ ประเทศในแถบละตินอเมริกา ฯลฯ และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน  ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 มีรายได้รวม 3,873.28 ล้านบาท เติบโต 28.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 421.89 ล้านบาท เติบโต 184.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News