mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังการคลายล็อก … คาดสร้างรายได้เพิ่มราว 41,000 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญ

  • +จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. 2563 ของภาครัฐ เพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ประกอบกับ ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 47.7% มองว่ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว และกลุ่มตัวอย่างกว่า 60.1% วางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 1-3 เดือน (หลังการคลายล็อก) ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ตลาดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยจะได้รับผลด้านบวกให้มีเม็ดเงินรายได้เพิ่มขึ้นราว 41,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการฯ
  • +อย่างไรก็ดี ด้วยกำลังซื้อที่เปราะบางตามภาวะเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ตลาดจะยังไม่สามารถพลิกมาเป็นบวก และทำให้ทั้งปี 2563 คนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะอยู่ที่ 89.5-91.5 ล้านคน-ครั้ง หรือหดตัว 46.4% ถึงหดตัว 45.2% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะมีมูลค่า 5.45-5.67 แสนล้านบาท หรือหดตัว 49.5% ถึงหดตัว 47.5% จากปีที่ผ่านมา ภายใต้สมมติฐานที่ไม่มีการระบาดรอบใหม่ที่รุนแรงในไทย แต่ก็เป็นตัวเลขคาดการณ์ที่ดีกว่าที่เคยประเมินไว้
  • +มองไปข้างหน้า ธุรกิจยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายประการท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำตลาด โดยใช้จังหวะที่ภาครัฐออกมาตรการฯ จัดแพคเกจท่องเที่ยวพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์จากมาตรการของรัฐ หรือการจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลับมาใช้บริการอีกครั้ง โดยนำเสนอแพคเกจราคาพิเศษให้ลูกค้ามาใช้บริการในครั้งต่อไป เป็นต้น

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศที่ดีขึ้น จนหน่วยงานภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางข้ามจังหวัด ระบบการคมนาคมขนส่ง ท่าอากาศยาน และสถานที่ท่องเที่ยวก็กลับมาให้บริการได้ตามปกติ และเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในประเทศผ่าน 3 โครงการ โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2563  ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อทิศทางตลาดการท่องเที่ยวของคนไทยเที่ยวในประเทศในช่วงที่เหลือของปี 2563 ดังนี้

มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวและกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงหลังโควิด-19

                ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐ จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากมาตรการฯ ดังกล่าวมีการออกแบบที่จะช่วยเหลือให้ครอบคลุมผู้ประกอบการในห่วงโซ่ของภาคการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจขนส่ง และธุรกิจท้องถิ่นอย่างร้านขายของที่ระลึก หรือร้านอาหาร เป็นต้น อีกทั้งยังน่าจะมีผลทางจิตวิทยากระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและก่อให้เกิดการใช้จ่ายในสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ส่งผลทางบวกเพิ่มเติมต่อทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากเดิมที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ตลาดการท่องเที่ยวของคนไทยเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นกว่าในช่วงครึ่งปีแรกอยู่แล้ว หากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศคลี่คลาย

                เหตุผลที่สนับสนุนมุมมองข้างต้น ส่วนหนึ่งสะท้อนจากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่พบว่า ผู้ตอบแบบถามราว 47.7% มองว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่าง 60.1% มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 1-3 เดือน (หลังการคลายล็อก) ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ผลของมาตรการภาครัฐ น่าจะทำให้คนไทยตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และสร้างเม็ดเงินรายได้ส่วนเพิ่มในตลาดไทยเที่ยวไทยอีกราว 41,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการฯ

                อย่างไรก็ตาม ด้วยกำลังซื้อที่เปราะบางตามภาวะเศรษฐกิจ และความท้าทายของธุรกิจภายใต้สภาวะ New Normal ทำให้คาดว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ตลาดจะยังไม่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวก เมื่อประกอบกับในช่วงครึ่งปีแรกตลาดถูกกระทบอย่างหนัก ภายใต้สมมติฐานที่ไม่มีการระบาดรอบใหม่ที่รุนแรงในไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดว่า ทั้งปี 2563 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะอยู่ที่ 89.5-91.5 ล้านคน-ครั้ง หรือหดตัว 46.4% ถึงหดตัว 45.2% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้จากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่า 5.45-5.67 แสนล้านบาท หรือหดตัว 49.5% ถึงหดตัว 47.5% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ที่ดีกว่าที่เคยประเมินไว้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับประมาณการตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2563

ภายใต้สมมติฐานประเทศไทยไม่มีการระบาดของโควิด-19 รอบสองที่รุนแรง

                                                                                                                                ไม่มีมาตรการฯ    มีมาตรการฯ

การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย (ล้านคน-ครั้ง)                    79.5-89.5              89.5-91.5

รายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวใน ประเทศของคนไทย (ล้านบาท)       4.85-5.45              5.45-5.67

ผลสำรวจการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยหลังการคลายล็อก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

  • +47.7% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 52.3% มองว่าไม่มีผล อาจเพราะมองจากประสบการณ์ที่ผ่านมาซึ่งมีอุปสรรคในการเข้าถึงการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ (ขั้นตอนที่ไม่ง่าย/ลงทะเบียนไม่ทัน/ใช้ไม่เป็น) ดังนั้น สำหรับมาตรการฯ ครั้งนี้ ภาครัฐอาจพิจารณาขั้นตอนในทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น อีกทั้งอาจเพิ่มการระบุวันในการเดินทางของผู้ใช้สิทธิ์เพื่อติดตามและดูแลให้การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ไม่เกิดการกระจุกตัวหรือหนาแน่นเกินไป ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโอกาสที่จะเกิดการระบาดของโควิด-19
  • +กว่า 60.1% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 1-3 เดือนหลังการคลายล็อก เนื่องจากอยากเปลี่ยนบรรยากาศหลังการ ’อยู่บ้าน หยุดเชื้อ ช่วยชาติ’ มานาน และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งกลับมาสวยงาม จึงอยากเดินทางท่องเที่ยว นอกจากนี้ การจัดโปรโมชั่นด้านราคาของผู้ประกอบการ ก็มีส่วนกระตุ้นความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวเช่นกัน อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างกลุ่มนี้ ยังไม่ได้วางแผนช่วงเวลาที่แน่นอนของการเดินทางท่องเที่ยว เพราะยังรอติดตามนโยบายวันหยุดและมาตรการของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 31.8% ยังไม่มีแผนท่องเที่ยวในประเทศในช่วง 1-3 เดือนนี้ เพราะต้องการให้แน่ใจว่าสถานการณ์โควิดยุติแล้วจึงค่อยวางแผนเดินทาง และส่วนหนึ่งมีแผนเดินทางหลัง 1-3 เดือนนี้ซึ่งอาจเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ส่วนที่เหลืออีกราว 8.2% มองว่าจะรอเดินทางท่องเที่ยวในปีหน้า
  • +แหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 โดยจังหวัดยอดนิยมทางทะเล 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ และเพชรบุรี ส่วนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวรองลงมา คือ แหล่งท่องเที่ยวทางภูเขา/น้ำตก (เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน นครราชสีมา) และการไปไหว้พระทำบุญ (เช่น พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี) นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางโดยการขับรถส่วนตัว เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และมีการเดินทางเป็นครอบครัว รองลงมา คือ การเดินทางโดยเครื่องบิน รถทัวร์/รถตู้ รถไฟ และการเช่ารถ

                โดยสรุป จากผลสำรวจสะท้อนว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย คนไทยเริ่มวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้ กอปรกับรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. 2563 ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และหากไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ไม่ให้กลับมาระบาดในประเทศเป็นรอบที่ 2 บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะค่อยๆ กลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อทิศทางของตลาดไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะประเด็นด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะยังไม่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวก

มองไปข้างหน้า ธุรกิจยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายประการ โดยการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในกรอบที่จำกัด ส่งผลทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจที่รุนแรง โดยเฉพาะแรงกดดันต่อการกำหนดทิศทางของราคา ขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการภายใต้สภาวะ New Normal ยังเต็มไปด้วยข้อจำกัดซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวก็จำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำตลาด โดยใช้จังหวะที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว อาทิ จัดแพคเกจท่องเที่ยวพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์จากมาตรการฯ และการจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลับมาใช้บริการอีกครั้ง โดยมีการนำเสนอแพคเกจราคาพิเศษให้กับผู้ที่มาใช้บริการในครั้งต่อไป เป็นต้น นอกจากนี้ คงต้องติดตามรายละเอียดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมภายใต้วงเงิน 4 แสนล้านบาทที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมและหนุนการท่องเที่ยวให้มีแรงขับเคลื่อนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News