mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน ยอดขายรวม30,109คัน ลดลง65%

        นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2563 มียอดการขายรวมทั้งสิ้น 30,109 คัน ลดลง 65% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 8,830 คัน ลดลง 74.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 21,279 คัน ลดลง 58.4% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ มีจำนวน 16,733 คัน ลดลง 59.4%

ประเด็นสำคัญ

        ตลาดรถยนต์เดือนเมษายนมีปริมาณการขาย 30,109 คัน ลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 74.7% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 58.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าการเติบโตในเดือนนี้ยังคงปรับลดลง ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ภาครัฐฯ ได้ออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด   ทำให้หน่วยงานต่างๆ ได้ออกมาตรการการทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) และผู้บริโภคมีความระมัดระวังการใช้จ่ายและชะลอการพิจารณาซื้อรถใหม่ รวมถึงความไม่แน่นอนในอนาคตส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดการชะลอตัว และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์

        ส่วนตลาดรถยนต์สะสม 4 เดือน มีปริมาณการขาย 230,173 คัน  ลดลง 34.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 36.6% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 32.6% เป็นผลมาจากเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์

        สำหรับเดือนพฤษภาคมทางภาครัฐฯ ได้มีการผ่อนปรนมาตรการปิดเมือง ปรับเวลาเคอร์ฟิว แต่ยังคงให้ประชาชนเฝ้าระวังการใช้ชีวิตตามมาตรการความปลอดภัยเพื่อช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ลดความตึงเครียดในการใช้ชีวิตของประชาชน ที่สำคัญหลายค่ายรถยนต์ได้กลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้ง ทำให้แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนพฤษภาคมมีทิศทางดีขึ้นจากเดือนเมษายน 

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนเมษายน 2563

  1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 30,109 คัน ลดลง 65%

อันดับที่ 1 โตโยต้า              11,084 คัน            ลดลง 58.9%        ส่วนแบ่งตลาด 36.8%

อันดับที่ 2 อีซูซุ                    6,865 คัน              ลดลง 55.4%        ส่วนแบ่งตลาด 22.8%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า               2,648 คัน              ลดลง 76.6%        ส่วนแบ่งตลาด  8.8%

  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 8,830 คัน ลดลง 74.7%                           

อันดับที่ 1 โตโยต้า              2,906 คัน              ลดลง 71.2%        ส่วนแบ่งตลาด 32.9%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า               2,229 คัน              ลดลง 74.1%        ส่วนแบ่งตลาด 25.2%

อันดับที่ 3 นิสสัน                1,072 คัน              ลดลง 56.9%        ส่วนแบ่งตลาด 12.1%

  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 21,279 คัน ลดลง 58.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า              8,178 คัน              ลดลง 51.5%        ส่วนแบ่งตลาด 38.4%

อันดับที่ 2 อีซูซุ                    6,865 คัน              ลดลง 55.4%        ส่วนแบ่งตลาด 32.3%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด                 1,205 คัน              ลดลง 73.1%        ส่วนแบ่งตลาด  5.7%

  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 16,733 คัน ลดลง 59.4%

อันดับที่ 1 โตโยต้า              7,019 คัน              ลดลง 53.1%        ส่วนแบ่งตลาด 41.9%

อันดับที่ 2 อีซูซุ                    6,267 คัน              ลดลง 56.0%        ส่วนแบ่งตลาด 37.5%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด                 1,205 คัน              ลดลง 73.1%        ส่วนแบ่งตลาด 7.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 1,575 คัน

โตโยต้า 753 คัน -  อีซูซุ 322 คัน - มิตซูบิชิ 219 คัน - ฟอร์ด 211 คัน - เชฟโรเลต 45 คัน - นิสสัน 25 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 15,158 คัน ลดลง 58.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า              6,266 คัน              ลดลง 52.2%        ส่วนแบ่งตลาด 41.3%

อันดับที่ 2 อีซูซุ                    5,945 คัน              ลดลง 55.0%        ส่วนแบ่งตลาด 39.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด                 994 คัน                  ลดลง 73.7%        ส่วนแบ่งตลาด  6.6%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – เมษายน 2563

  1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 230,173 คัน ลดลง 34.2%

อันดับที่ 1 โตโยต้า              67,245 คัน            ลดลง 40.6%        ส่วนแบ่งตลาด 29.2%

อันดับที่ 2 อีซูซุ                    49,263 คัน            ลดลง 18.3%        ส่วนแบ่งตลาด 21.4%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า               31,326 คัน            ลดลง 24.2%        ส่วนแบ่งตลาด 13.6%

  1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 87,215 คัน ลดลง 36.6%

อันดับที่ 1 ฮอนด้า               26,188 คัน            ลดลง 15.9%        ส่วนแบ่งตลาด 30.0%

อันดับที่ 2 โตโยต้า              21,567 คัน            ลดลง 47.4%        ส่วนแบ่งตลาด 24.7%

อันดับที่ 3 นิสสัน                9,763 คัน              ลดลง 27.3%        ส่วนแบ่งตลาด 11.2%

  1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 142,958 คัน ลดลง 32.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    49,263 คัน            ลดลง 18.3%        ส่วนแบ่งตลาด 34.5%

อันดับที่ 2 โตโยต้า              45,678 คัน            ลดลง 36.7%        ส่วนแบ่งตลาด 32.0%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ              11,031 คัน            ลดลง 37.0%        ส่วนแบ่งตลาด 7.7%

  1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 113,696 คัน ลดลง 34.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    45,887 คัน            ลดลง 17.8%        ส่วนแบ่งตลาด 40.4%

อันดับที่ 2 โตโยต้า              39,752 คัน            ลดลง 38.2%        ส่วนแบ่งตลาด 35.0%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ              11,031 คัน            ลดลง 37.0%        ส่วนแบ่งตลาด 9.7%

 

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 11,415 คัน

โตโยต้า 4,073 คัน – มิตซูบิชิ 2,845 คัน – อีซูซุ 2,085 คัน – ฟอร์ด 1,509 คัน – เชฟโรเลต 589 คัน –นิสสัน 314 คัน

  1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 102,281 คัน ลดลง 32.4%

อันดับที่ 1 อีซูซุ                    43,802 คัน            ลดลง 15.9%        ส่วนแบ่งตลาด 42.8%

อันดับที่ 2 โตโยต้า              35,679 คัน            ลดลง 34.9%        ส่วนแบ่งตลาด 34.9%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ              8,186 คัน              ลดลง 35.9%        ส่วนแบ่งตลาด 8.0%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News