mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สิงคโปร์และเกาหลีใต้ติด 10 อันดับมีความพร้อมใช้รถยนต์ไร้คนขับมากที่สุด

รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous vehicles – AV) ไม่เพียงแต่จะเข้ามาปฏิวัติระบบการขนส่ง แต่ยังจะเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานและการใช้ชีวิตของประชากรทั่วโลก แต่คำถามที่ตามมาคือ ประเทศต่าง ๆ มีความพร้อมต่ออนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไร้คนขับหรือไม่? ดัชนีบ่งชี้ระดับความพร้อมของการใช้รถยนต์ไร้คนขับของเคพีเอ็มจี ประจำปี 2018 หรือ  KPMG Autonomous Vehicles Readiness Index 2018 (AVRI) ประเมินการเตรียมความพร้อมของ 20 ประเทศทั่วโลก พร้อมเผยแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อผลักดันการใช้รถยนต์ไร้คนขับในประเทศต่าง ๆ

“อิสระในการสัญจรด้วยรถยนต์ไร้คนขับจะส่งผลกระทบต่อสังคมในด้านการขนส่ง” ริชาร์ด เธรลฟอลล์ ประธาน ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน เคพีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “แต่ในขณะเดียวกัน โอกาสที่ยิ่งใหญ่นี้ก็มาพร้อมความท้าทายต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศจำเป็นต้องคำนึงถึงและจัดการเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไร้คนขับ”

ดัชนี AVRI นับเป็นการสำรวจศักยภาพและความก้าวหน้าของการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับในประเทศต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรก ดัชนีดังกล่าวประเมินความสามารถของแต่ละประเทศทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านนโยบายและกฎหมาย ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านการยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งในแต่ละด้านมีความเชื่อมโยงกับขีดความสารมารถของแต่ละประเทศในการนำรถยนต์ไร้คนขับมาใช้

ทั้งนี้ ในแต่ละด้านจะประกอบด้วยตัวแปรที่หลากหลาย ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพร้อมในการรองรับรถยนต์ไร้คนขับ ตั้งแต่ ความพร้อมในการให้บริการของสถานีชาร์จรถไฟฟ้า การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ความสนใจในการใช้เทคโนโลยีของประชากร ไปถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ

ประเทศที่มีความพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไร้คนขับมากที่สุด

จากการประเมินดัชนีบ่งชี้ระดับความพร้อมของการใช้รถยนต์ไร้คนขับของเคพีเอ็มจี ประจำปี 2018  พบว่า 10 ประเทศที่มีความพร้อมรองรับอนาคตของการขนส่งแบบอิสระมากที่สุด ได้แก่

  1. ประเทศเนเธอร์แลนด์
  2. ประเทศสิงคโปร์
  3. ประเทศสหรัฐอเมริกา
  4. ประเทศสวีเดน
  5. สหราชอาณาจักร
  6. ประเทศเยอรมนี
  7. ประเทศแคนนาดา
  8. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  9. ประเทศนิวซีแลนด์
  10. ประเทศเกาหลีใต้

ประเทศเนเธอร์แลนด์ติด 1 ใน 4 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับสูงในการประเมินทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การยอมรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง จำนวนสถานีชาร์จรถไฟฟ้าที่มีอยู่มาก เครือข่ายโทรคมนาคมที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีความสำคัญต่อการจัดการการสัญจรของรถยนต์ไร้คนขับ และการวางแผนขนาดใหญ่เพื่อทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าว ขณะที่ ประเทศอื่น ๆ ใน 5 อันดับแรก มีความแข็งแกร่งที่หลากหลาย โดยประเทศสิงคโปร์มีความพร้อมสูงสุดในด้านนโยบายและกฎหมาย รวมทั้งการยอมรับของผู้บริโภค ประเทศสหรัฐอเมริกาและสวีเดนมีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ และสหราชอาณาจักรติด 1 ใน 5 อันดับแรก จาการประเมินใน 3 ด้านด้วยกัน

ความก้าวหน้าของรถยนต์ไร้คนขับ

ในภาพรวม การพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศจะมีความสัมพันธ์กับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไร้คนขับ แต่ในขณะเดียวกัน  ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่มักพบเห็นได้ในประเทศที่มีความพร้อมสำหรับรถยนต์ไร้คนขับ ได้แก่ การมีส่วนร่วมและสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ถนนที่ยอดเยี่ยม โครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายแบบเคลื่อนที่ รวมถึงการลงทุนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมของภาคเอกชน

 “การวางแผนในวันนี้เพื่ออนาคตของเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะไม่ใช่คำถามที่ว่า รถยนต์ไร้คนขับจะสามารถเป็นรูปแบบการสัญจรที่เป็นที่นิยมมากที่สุดหรือไม่ แต่กลับเป็นคำถามที่ว่า จะเป็น ‘เมื่อไหร่’” เธรลฟอลล์ กล่าว การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังช่วยให้การใช้เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับสอดคล้องกับนโยบายรัฐอีกด้วย และสิ่งสำคัญคือ การนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่ ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน มาร่วมมือกันเพื่อวางแผนสำหรับรองรับเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งไม่ใช่แค่ในเรื่องการขนส่ง แต่เราต้องเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบของรถยนต์ไร้คนขับต่อชีวิตของเราในทุกมิติเช่นกัน

พบกับดัชนีบ่งชี้ระดับความพร้อมของการใช้รถยนต์ไร้คนขับของเคพีเอ็มจี (AVRI) ประจำปี 2018 ฉบับเต็มได้ที่  kpmg.com/AVRI

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News