mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

‘โอสถสภา’โชว์กำไรสุทธิไตรมาส1/63ทำได้926ล้านบาทเติบโต4.2% เอ็ม-150 ซี-วิต และเบบี้มายด์ เติบโตต่อเนื่อง

‘บมจ.โอสถสภา (OSP)’ เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 ทำกำไรสุทธิ 926 ล้านบาท และมีรายได้จากการขาย 6,687 ล้านบาท ครองความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังด้วยส่วนแบ่งรวม 54% พร้อมนำ ‘ซี-วิต’ ขึ้นทำสถิติครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดตลอดกาล ช่วยผลักดันภาพรวมเติบโตต่อเนื่องแม้เจอปัจจัยเสี่ยงจากโควิด-19 ระบุมาจากผลจากความแข็งแกร่งของพอร์ตสินค้า ศักยภาพในการปรับตัวและขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที ทั้งนี้ OSP มีแผนเดินหน้ารับมือวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเดินหน้าเพิ่มไลน์การผลิตเครื่องดื่มรับดีมานต์ และตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพในครึ่งปีหลัง

นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหารและ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 (มกราคม-มีนาคม 2563) บริษัทฯ ยังรักษาอัตราการเติบโตได้ตามแผน แม้ว่ามีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยมีกำไรสุทธิ 926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 6,687 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยมาจากจุดแข็งของ OSP ที่มีตราสินค้าแข็งแกร่งทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและของใช้ส่วนบุคคลที่เข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และสามารถพัฒนานวัตกรรมได้ตรงความต้องการและทันสถานการณ์

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มนั้น OSP ยังครองความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 54% โดยมีแบรนด์ เอ็ม-150 มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นและยังคงครองอันดับ 1 ของตลาดส่วนกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์ (Functional Drink) มีอัตราเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใส่ใจสินค้าเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้แบรนด์ ‘ซี-วิต’ มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 31.3% และช่วยผลักดันให้ภาพรวมตลาดฟังก์ชันนอลดริงก์ในไตรมาสนี้เติบโตถึง 16.1%

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโตได้ดี จากจุดแข็งของทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและทันเหตุการณ์ เช่น การออกผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ 70% สำหรับล้างมือที่มีเอกลักษณ์และคุณสมบัติพิเศษต่างจากสินค้าอื่นๆ ในท้องตลาด ได้แก่ เจลล้างมือและสเปรย์ทำความสะอาดมือภายใต้แบรนด์ ‘โอเล่’ ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมซิกเนเจอร์ของลูกอมโอเล่ เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่มองหาเจลล้างมือที่มีกลิ่นหอมและ ผลิตภัณฑ์ ‘เบบี้มายด์ แนชเชอรัล แฮนด์ ซานิไทเซอร์ เจล’ สำหรับคุณแม่ที่ต้องการแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือสำหรับผิวอันบอบบางของลูกน้อย เพิ่มความมั่นใจในความอ่อนโยนด้วยสารสกัดอโลเวร่าออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองจากสถาบันรับรองออร์แกนิกระดับโลก ECOCERT® 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการผลักดันการเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ ด้วยยอดขายเติบโตสูงถึง 3 เท่า โดยแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ได้แก่ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล อาทิ เบบี้มายด์ และแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ได้แก่ ‘สลิมม่า’ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใยอาหาร แอลคาร์นิทีน และวิตามินบี ช่วยลดการดูดซึมและเผาผลาญไขมัน และ ‘เปปทีน โกลด์’ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเสริมภูมิต้านทาน

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการ Fit Fast Firm อย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดยังคงส่งผลให้ลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องดื่มเพื่อตอบดีมานต์ของตลาดยังคงเป็นไปตามแผนงานและเมื่อเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 10-15% ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อธุรกิจของโอสถสภานั้น นายเพชร กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อหลากหลายธุรกิจ แต่เนื่องจากโอสถสภายังคงแข็งแกร่งจากการมีพอร์ตสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม และจากการที่บริษัทฯ ได้เตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะมีการระบาดรุนแรง ทั้งแคมเปญการตลาด ด้านการผลิต ซัพพลายเชน และการจัดส่งสินค้า ส่งผลให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ โดยไม่หยุดชะงัก แม้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ที่สำคัญ บริษัทฯ ยังคงดูแลพนักงานให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ยังไม่มีแผนที่จะปลดพนักงานออก และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการยับยั้งโควิด-19 อย่างสุดความสามารถ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News