mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม วิเคราะห์ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 นี้ เป็นปีแรกที่สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้นำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมาสำรวจความเสียหายจากภัยธรรมชาติของแปลงนา คู่ขนานไปกับการประเมินความเสียหายโดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของภาครัฐ สอดรับกับนโยบายภาครัฐที่ผลักดันการใช้เทคโนโลยียุค 4.0 ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาคการเกษตร และการเป็น Smart Farmers  

 นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า โครงการประกันภัยข้าวนาปีเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2554 ดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 10 โดยในปีนี้ระบบการประกันภัยจะครอบคลุมพื้นที่การเพาะปลูกข้าวสูงสุดถึง 44.7 ล้านไร่ จากการประมาณการพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ 55 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ ซึ่งทางสมาคมฯ ให้ความสำคัญกับโครงการที่ดำเนินการร่วมกับภาครัฐนี้เป็นอย่างมากที่จะให้เกษตรกรมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัยทางธรรมชาติ ซึ่งจะมีแนวโน้มความแปรปรวนในอนาคตเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ (Climate Change) ที่นับวันจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ในการนี้ สมาคมฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการทำวิจัย และนวัตกรรมใหม่ๆ พัฒนารูปแบบโครงการให้เหมาะสมกับเกษตรกร โดยงานวิจัยที่ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยนำมาใช้จริงเป็นครั้งแรกนี้ เป็นการวิจัยที่ใช้ระยะเวลาดำเนินการกว่า 2 ปี ตามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาระบบการประกันภัยพืชผลการเกษตรของประเทศไทย ที่สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย ได้ดำเนินการอย่างใกล้ชิด ร่วมกับอีก 5 หน่วยงาน ได้แก่ (1) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (2) กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (3) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (4) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (5) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ร่วมให้ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นตลอดการดำเนินงานวิจัย ซึ่งการวิจัยนี้ใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่บูรณาการด้านการเกษตรและการประกันภัยลงลึกถึงระดับรายแปลง ร่วมกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ที่มีอยู่แล้วทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ มาจัดทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมในแต่ละเขตพื้นที่การเพาะปลูก (Normalized Difference Vegetation Index – NDVI) เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกถึงระดับความเสียหายต่อนาข้าวของเกษตรกรที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง และ อุทกภัย

ด้านดร.จุฑาทอง จารุมิลินท เลขาธิการสำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่การสำรวจความเสียหายจะมีการดึงเอาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพมาใช้วิเคราะห์ ทั้งที่เป็นการสำรวจระยะไกล จากการแปลผลภาพถ่ายดาวเทียมจาก MODIS LANDSAT และ SENTINEL I และ II ร่วมกับภาพถ่ายความเสียหายระยะใกล้ของแปลงนาที่เกษตรกรสามารถถ่ายรูปได้เองจากโทรศัพท์มือถือผ่านแอปพลิเคชัน “มะลิซ้อน” ที่ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ให้การสนับสนุน Start Up ของคนไทย คือ บริษัท อินฟิวส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบ Farm Feed แพลตฟอร์มการเก็บข้อมูลทางการเกษตรและการบริหารจัดการทรัพยากรแบบแบ่งปันที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ที่มีกลุ่มนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้พัฒนา ซึ่ง START UP รายนี้ เป็นผู้ดำเนินการจัดทำแอปพลิเคชัน “มะลิซ้อน” เป็นการเฉพาะสำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ในการรายงานความเสียหายจากโทรศัพท์มือถือ จากจุดแปลงนาที่เกิดความเสียหายไปยังระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Cloud Based System) โดย ธ.ก.ส. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย สามารถติดตามความเสียหายได้แบบ real-time ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้ จะเป็นการวางรากฐานที่สำคัญเพื่อปรับปรุงรูปแบบการประกันภัยข้าวนาปี ที่จะทำให้มีการจ่ายสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็วต่อไปในอนาคต และต่อยอดการประกันภัยต้นทุนการผลิตในปัจจุบันไปยังการประกันภัยปริมาณผลผลิต (Area Yield Index Insurance) ซี่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีก 2 ปี ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ ให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรและของภาครัฐในการนำระบบการประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงให้กับเกษตรกรไทย” 

 “ในระยะยาว ระบบแอปพลิเคชัน “มะลิซ้อน” นี้ จะช่วยลดปัญหา (Pain Point) และขั้นตอนการทำเกษตรกรรมยุคใหม่ ให้กับเกษตรกรไทยและต่อยอดการเป็น Smart Farmers แบบครบวงจร ที่จะพัฒนาการประกอบอาชีพการเกษตรให้มีความยั่งยืนต่อไป” ดร.จุฑาทอง กล่าวในท้ายที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News