นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการทำทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ร่มรื่นว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม มีแนวทางการสร้างรูปแบบการปลูกต้นไม้ตามคู่มือการปฏิบัติงานปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ ซึ่งในคู่มือดังกล่าวประกอบไปด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับการปลูกและการบำรุงรักษาไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาพันธุ์ไม้ที่ควรปลูกตามแนวถนนในกรุงเทพมหานคร โดยการเลือกพันธุ์ไม้จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการปลูก เช่น ต้องการร่มเงาหรือต้องการต้นไม้ที่ให้ดอกสวยงาม ให้นำลักษณะตามธรรมชาติของพันธุ์ไม้เมื่อโตเต็มที่มาพิจารณาด้วย เช่น หากต้องการให้บริเวณริมทางเท้ามีร่มเงา ต้นไม้ควรมีพุ่ม ใบหนาทึบพอสมควร ลำต้นและกิ่งก้านแข็งแรง ไม่ฉีกหักง่าย ระบบรากแข็งแรง การเจริญเติบโตปานกลาง มีอายุยืนนาน การดูแลรักษาง่าย เช่น พิกุล อินทนิล เสลา มะขาม ส่วนพันธุ์ไม้ที่ไม่ควรปลูกบริเวณทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ คือ พันธุ์ไม้ที่โตเร็วและพุ่มใบใหญ่ เช่น จามจุรี และชมพูพันธุ์ทิพย์ และพันธุ์ไม้ที่มีลำต้นและกิ่งเปราะ ฉีกขาดหรือล้มง่าย เช่น จามจุรี ทองกวาว ทองหลาง รวมถึงพันธุ์ไม้ที่มีระบบรากรุนแรง เช่น หางนกยูงฝรั่ง ยางอินเดีย หูกระจง
ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาข้อจำกัดด้านพื้นที่ เช่น ความกว้างทางเท้า ความสูงของระดับสายไฟฟ้าหรือสายสื่อสาร ตลอดจนพิจารณามิให้บดบังไฟฟ้าส่องสว่างและกล้องวงจรปิด ร่วมกับความร่มรื่น สวยงาม และปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองสีเขียวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนจัดทำโครงการ GREEN BANGKOK 2030 ดำเนินโครงการนำร่อง (ระยะที่ 1) อาทิ สวนปิยะภิรมย์ เขตบางกะปิ ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการประชาชน สวนสันติพร เขตพระนคร คาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.2563 และสวนสาธารณะบริเวณทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหาร เขตลาดกระบัง คาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2563