mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กสิกรไทยเปิดกลยุทธ์มัดใจเอสเอ็มอี ใช้ Data Analytic ปล่อยกู้ ตั้งเป้าสินเชื่อโต4-6%

 กสิกรไทยเปิดแผนธุรกิจเอสเอ็มอีปี 61 ใช้ Data Analytic และ Value Chain ปล่อยกู้ ดันยอดโต 4-6% วางยุทธศาสตร์ “ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอี” ชู 4 กลยุทธ์ ครองใจลูกค้าด้วยบริการทางการเงินที่ครบวงจร การนำเสนอดิจิทัลแบงกิ้งเพื่อเอสเอ็มอี การใช้ Data Analytic เทคโนโลยีวิเคราะห์สินเชื่อ และการให้บริการที่มากกว่าด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีให้ดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ชี้เอ็นพีแอลมีทิศทางลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยคาดว่าจีดีพีจะเติบโตประมาณ 4% ภาคธุรกิจก่อสร้างจะได้รับอานิสงส์จากโครงการลงทุนของภาครัฐที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท ด้านภาคการส่งออกคาดว่าจะขยายตัว 4.5% จากแรงหนุนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ขณะเดียวกันภาคธุรกิจท่องเที่ยวคาดว่าจะขยายตัวสูงขึ้น 6.5-7.5%  เนื่องจากประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน

อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีจะมีความสำคัญในการทำธุรกิจมากขึ้น ทำให้เอสเอ็มอีจำเป็นต้องปรับตัว 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาช่องทางการขายให้ผสมผสานมากขึ้น (Omni-Channel) การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และการวางกลยุทธ์หลังการขายที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้า   

ด้วยบริบททางเศรษฐกิจและทิศทางการปรับตัวของธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ ในปี 2561 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ “ธนาคารเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี” ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน ได้แก่

  1. การให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร (Financial Solution) ประกอบด้วย

               1.1 การพิจารณาสินเชื่อด้วยการบริหารห่วงโซ่ทางธุรกิจ (K-Value Chain Solution) ในปี 2560 ธนาคารมีลูกค้าที่เป็นเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมกว่า 2,200 กลุ่ม โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุปโภคบริโภค กลุ่มฮาร์ดแวร์และอะไหล่ กลุ่มน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจากการดูแลลูกค้าแบบครบวงจรทั้งด้านการเงินและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่งผลให้มียอดอนุมัติสินเชื่อใหม่ในปี 2560 รวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2561 ธนาคารยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อด้วยการบริหารห่วงโซ่ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนคู่ค้าในเครือข่ายธุรกิจของผู้ประกอบการให้ได้รับเงินทุนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

1.2 บริการเพื่อธุรกิจแฟรนไชส์แบบครบวงจร (K-Franchise Solution) ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งแรกที่เริ่มทำสินเชื่อแฟรนไชส์ เพื่อสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจ โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ในปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการเริ่มต้นธุรกิจ ธนาคารจึงจัดงาน KBank Franchise Expo 2018  ในวันที่ 9-10 ก.พ.นี้ ณ ชั้น 5 BCC Hall เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว เพื่อสนับสนุนผู้สนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์กับ  50 แบรนด์ดัง พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการขยายธุรกิจด้วยรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด

  1. นวัตกรรมการเงินดิจิทัลแบงกิ้ง (Digital Banking) ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการเงินดิจิทัล แบงกิ้งที่สนับสนุนการทำธุรกรรมของเอสเอ็มอีเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ด้วยบริการ K PLUS SHOP แอปพลิเคชันสำหรับร้านค้า รับชำระเงินด้วย QR Code ไม่ต้องบอกเลขที่บัญชีและไม่ต้องมีเงินทอน ร้านค้ารับจ่ายเงินคล่องตัว โดยในปัจจุบันมีร้านค้าใช้บริการแล้ว 710,000 ร้าน ทำรายการผ่าน K PLUS SHOP จำนวน 1,300,000 รายการ คิดเป็นเงิน 829 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของคนไทยในการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดและบริการ KBank Mini EDC เครื่องรับจ่ายเงินที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขายของร้านค้าขนาดเล็กด้วยฟังก์ชันชำระเงินแบบ All in One ที่รองรับการใช้งานผ่านบัตรเดบิต บัตรเครดิต  QR code  ของโมบายแบงกิ้ง ทุกธนาคารในประเทศ รวมทั้ง Alipay กับ WeChat Pay อีกด้วย
  2. การใช้ Data Analytic เทคโนโลยีวิเคราะห์สินเชื่อ (Data Analytic Lending) ในปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์และประมวลผลธุรกรรมทางการเงินของผู้ประกอบการทั้งขารับและขาจ่าย ทำให้เข้าใจและรู้ความต้องการสินเชื่อและนำเสนอวงเงินได้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น จนอนุมัติสินเชื่อใหม่ได้กว่า 22,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ ธนาคารจะขยายการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลในการพิจารณาสินเชื่อต่อไป เพื่อนำเสนอสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีความต้องการได้อย่างตรงใจ โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้ายื่นขอ
  3. การให้บริการที่มากกว่าด้านการเงิน (Beyond Banking)

4.1 จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายและส่งเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการ ด้วยโครงการ K SME Care ที่ดำเนินการมาแล้ว 23 รุ่น มีสมาชิกเครือข่ายกว่า 13,600 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี และในปี 2561 ธนาคารจะเปิดรุ่นที่ 24 ภายใต้แนวคิด ดิจิทัล เรโวลูชั่น มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ Digital Marketing Tools ได้ และเพิ่มช่องทางการขายด้วยเทคโนโลยีใหม่

4.2    จัดโครงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้นวัตกรรมทำธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “เสริมสร้างนวัตกรรมต่อยอดผู้ประกอบการ” เพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจผลิตอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจฮาร์ดแวร์ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ให้ได้รับองค์ความรู้เชิงลึกในการพัฒนาธุรกิจ ได้รับคำปรึกษาในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมแบบตัวต่อตัว และได้รับเงินทุนสนับสนุนในการทำวิจัยและนวัตกรรม

4.3 เฟ้นหาฟินเทคและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อต่อยอดบริการที่มากกว่าบริการด้านการเงิน ให้เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการได้ทั้งในลักษณะของการนำเสนอคู่กับผลิตภัณฑ์ของธนาคาร ไปจนถึงการเชื่อมต่อกันระหว่างระบบของฟินเทคกับระบบของธนาคาร โดยในปี 2560 ธนาคารกสิกรไทยได้นำเสนอบริการที่เป็น Beyond Banking ได้แก่ Food Solution แพ็คเกจเพื่อการจัดการร้านอาหารที่ครบวงจร ตอบสนองทั้งบริการหน้าร้านและบริการจัดการบัญชีหลังร้านได้อย่างลงตัว และในปีนี้จะเดินหน้าขยายการให้บริการในลักษณะนี้ไปยังกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอย่างครบวงจร

นายสุรัตน์ กล่าวตอนท้ายว่า ธนาคารกสิกรไทยมีการทำตลาดกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีมาอย่างต่อเนื่อง และมีฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่และครอบคลุมหลากหลายกลุ่มธุรกิจจึงช่วยให้ธนาคารสามารถวิเคราะห์และเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดจึงเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ที่วางไว้จะตอบสนองธุรกิจของผู้ประกอบการได้ทั้งในด้านการเงินและการใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจและการแข่งขัน

ทั้งนี้ ในปี 2560 ธนาคารกสิกรไทยมียอดสินเชื่อเอสเอ็มอี 698,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 2559 ที่ 6% สำหรับปี 2561 ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น 4-6% และครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่งที่ 28.5% สำหรับเอ็นพีแอลของกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเริ่มลดลงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวต่อเนื่อง และการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลน่าจะเริ่มส่งผลดีถึงกลุ่มเอสเอ็มอีในบางกลุ่ม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News