mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

การหมัก: ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เคล็ดลับเบื้องหลังความอร่อย และผงชูรส

ทุกคนต่างเคยได้ยินเรื่องของการหมัก แต่หลายๆคนอาจยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วกระบวน การหมักมีวีธิการอย่างไร คุณคงจะพอรู้ว่าหากไม่มีการหมัก คุณก็คงไม่ได้ดื่มดํ่า รสชาติของเบียร์หลังเลิกงาน หรือไวน์สักแก้วคู่กับอาหารมื้อคํ่า ว่าแต่การหมักคืออะไรกันแน่

มนุษย์นำการหมักมาใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 10,000 ปีมาแล้ว โดยในตอนแรกนั้นใช้เป็นวิธีในการถนอมอาหารและทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น การหมักเป็นกระบวนการทางธรรมชาติ 100% ที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อทำอาหารและเครื่องปรุงรสหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต กิมจิ หรือซอสถั่วเหลือง ทั้งยังเป็นเคล็ดลับเบื้องหลังการผลิตผงชูรสอีกด้วย

■ อาหารหลากหลายชนิดที่มาจากการหมัก

การหมักคืออะไร

หลายคนอาจจะยังสับสนระหว่างการหมักกับการบูดเสียของอาหาร เพราะโดยพื้นฐานแล้ว กลไกสำคัญที่ซ่อนอยู่นั้นเหมือนกัน ลองมาดูตัวอย่างจากนมเพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างนี้กัน

■ การหมัก vs. การเสื่อมเสียของอาหาร

อย่างที่รู้กัน หากคุณแช่นมทิ้งไว้ในตู้เย็นจนเลยวันหมดอายุไปแล้ว หรือลืมเอานมใส่ตู้เย็นตั้งแต่แรก นมจะมีรสชาติเปรี้ยว นี่คือตัวอย่างของการบูดเสียที่พบได้บ่อย อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่านมสามารถเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพอย่างชีสและโยเกิร์ตได้ด้วย ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของการหมัก หากพูดตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ การบูดเสียของอาหารกับการหมักนั้นมีต้นเหตุเดียวกันคือ จุลินทรีย์

นักวิทยาศาสตร์เพิ่งมาเข้าใจเรื่องนี้ดีในช่วงปี พ.ศ. 2393 ก่อนหน้านั้นพวกเขาเข้าใจว่าการที่นมเปลี่ยนรสชาติเป็นรสเปรี้ยวเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีเท่านั้น หรือพูดง่ายๆก็คือนักวิทยาศาสตร์คิดว่ามีสารเคมีสองตัวทำปฏิกิริยากันเพื่อสร้างสารใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาที่เหล็กเป็นสนิมหรือจุดไม้ขีดไฟ การทำโยเกิร์ตและชีสมีมานานหลายศตวรรษแล้ว แต่ยังไม่มีใครเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่านมสามารถกลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ได้อย่างไร

จนกระทั่งหลุยส์ปาสเตอรหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคสมัยใหม่ได้พิสูจน์ว่าจุลินทรีย์ที่มีชีวิตในนมและแบคทีเรียคือต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับนม (แน่นอนว่านี่คือเหตุผลที่นมในปัจจุบันผ่านการ “พาสเจอไรซ์”ซึ่งเป็นกระบวนการให้ความร้อนกับนมเพื่อกำจัดแบคทีเรียและยืดอายุในการเก็บรักษาของนม)

■ หลุยส์ ปาสเตอร์

การค้นพบของปาสเตอร์ได้เปลี่ยนโลกใบนี้ และเป็นต้นกำเนิดของสาขาชีวเคมี การค้นพบได้หักล้างทฤษฎี “Spontaneous Generation” ที่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตสามารถเกิดขึ้นได้เองจากสิ่งไม่มีชีวิตได้ และยังสร้างรากฐานในการปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ การพัฒนา และการผลิตอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย

ปัจจุบัน การหมักได้รับการนิยามว่าเป็นกระบวนการที่จุลินทรีย์สร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ในสารอินทรีย์ตั้งต้น โดยโยเกิร์ตและชีสถือเป็น “ของหมัก” ไม่ใช่ “ของบูดเสีย” เพราะมีการตั้งใจใช้จุลินทรีย์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ในนม อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียไม่ใช่จุลินทรีย์เพียงชนิดเดียวที่นำมาใช้ในการหมัก ยีสต์เป็นตัวอย่างจุลินทรีย์อีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่ใช่แบคทีเรียที่ถูกนำมาใช้ในการหมักแป้งในการทำขนมปัง

การหมักแบบกรรไกร vs. การหมักแบบ Pac-Man

โดยทั่วไป การหมักนั้นแบ่งออกเป็นสองประเภทตามกระบวนการในการเกิด เราจะย้อนกลับไปที่ตัวอย่างของนมเพื่ออธิบายให้ชัดเจนขึ้น

■ การหมักมีสองประเภท

การหมักประเภทแรกเรียกได้ว่าเป็น “การหมักแบบกรรไกร” เอนไซม์ที่เกิดจากจุลินทรีย์จะตัดโปรตีนในนมให้ขาดออกจากกัน คุณอาจนึกภาพว่าการหมักประเภทนี้เป็น “การหมักแบบกรรไกร” ก็ได้ เพราะเอนไซม์จะทำหน้าที่เสมือนเป็นกรรไกรที่ตัดโปรตีนให้ขาดออกจากกัน หากใช้การหมักประเภทนี้กับนม สิ่งที่เราจะได้คือชีส และหากเราใช้ “การหมักแบบกรรไกร” กับถั่วเหลือง เราก็จะได้ซอสถั่วเหลือง “การหมักแบบกรรไกร” ทำให้อาหารอร่อยขึ้นเพราะจะไปเพิ่มความเข้มข้นของกรดอะมิโน รวมถึงกลูตาเมต ซึ่งเป็น “สารที่ให้รสอูมามิ”

การหมักประเภทต่อไปเรียกได้ว่าเป็น “การหมักแบบ Pac-Man” จุลินทรีย์จะกินน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตในนมโดยตรง เหมือนกับ Pac-Man หากใช้การหมักประเภทนี้กับนม สิ่งที่เราจะได้คือโยเกิร์ต และเมื่อใช้ “การหมักแบบ Pac-Man” กับองุ่น เราจะได้ไวน์ นอกจากนี้ การหมักประเภทนี้ยังใช้ในการผลิตผงชูรสอีกด้วย 

ความเกี่ยวข้องระหว่างการหมักและผงชูรส

ในปีพ.ศ. 2452 ดร. Kikunae Ikeda ผู้คิดค้น AJI-NO-MOTO® ทำการแยกกรดกลูตามิกออกจากสาหร่ายทะเลคอมบุ เขาสังเกตว่าสารนี้มีรสชาติที่ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม และไม่ขม เขาจึงตั้งชื่อรสชาติใหม่นี้ว่า “อูมามิ” การค้นพบของดร. Ikeda นำไปสู่การพัฒนาผงชูรส ที่จะนำรส “อูมามิ” ไปสู่โต๊ะอาหารของทุกคนในฐานะเครื่องปรุงรส

■ ดร. Kikunae Ikeda

แต่การผลิตผงชูรสจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย ซึ่งก็เป็นปัญหาที่การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ทั้งหลายต้องเผชิญ “วิธีการสกัด” เป็นวิธีที่ใช้ในการผลิตผงชูรสมาเป็นเวลาหลายปี โดยใช้โปรตีนจากข้าวสาลีที่สกัดจากกลูเตน แต่กระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่สิ้นเปลือง และทำได้ยากหากต้องการผลิตเป็นจำนวนมาก และยังยากที่จะทำกระบวนการนี้ได้อย่างสม่ำเสมอในโรงงานที่ตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น

โชคดีที่ในช่วงปี 2503 ได้มีการค้นพบแบคทีเรียที่มีหน้าที่สร้างกรดกลูตามิก การหมักจึงกลายเป็นวิธีการขั้นพื้นฐานในการผลิตผงชูรส ที่สำคัญ การค้นพบนี้ทำให้สามารถผลิตผงชูรสได้ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวีปอเมริกาใต้ ทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ จากนั้นไม่นาน ทั้งโลกก็ได้สัมผัสรสชาติ “อูมามิ” บนโต๊ะอาหาร

วิธีการทำผงชูรส

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำผงชูรสคือวัตถุดิบที่มีน้ำตาลมากที่สุดในพื้นที่ที่ทำการผลิต ตัวอย่างเช่น ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปอเมริกาใต้ วัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่คืออ้อยหรือมันสำปะหลัง ส่วนในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือนั้น วัตถุดิบที่ใช้จะเป็นน้ำตาลจากหัวบีทหรือข้าวโพด

■ การหมักและการผลิตผงชูรส

“สารตั้งต้น” นี้จะกลายเป็นกลูโคส ซึ่งจะถูกหมักโดยแบคทีเรียที่สร้างกรดกลูตามิก หลังกระบวนการทำให้เป็นกลาง สิ่งที่ได้คือผงชูรส เกือบ 100% ของผงชูรสกว่า 3.2 ล้านตันที่ผลิตได้ในแต่ละปีผ่านการผลิตโดยใช้เพียงกระบวนการหมักง่ายๆ เช่นนี้เอง

เทคโนโลยีในการหมักช่วยให้ผู้คนกินดี มีสุข

Ajinomoto ได้วิจัยการหมักและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องมากว่า 80 ปี การวิจัยประเภทนี้ได้มอบสิ่งที่มากกว่าแค่กรดอะมิโนและอาหารที่รสชาติดี ตัวอย่างเช่น การวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการหมักที่สร้างกรดกลูตามิกซึ่งใช้ในการผลิตผงชูรส นำไปสู่การนำวิธีการหมักมาใช้ในการสร้างกรดอะมิโนเกือบทุกชนิด ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ใช้สำหรับการผลิต“ชีวเภสัชภัณฑ์”ที่ล้ำสมัยและส่วนที่ดีที่สุดก็คือการหมักเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากเพราะเป็นกระบวนการทางธรรมชาติโดย  สมบูรณ์ ผลพลอยได้ (หรือจะพูดให้ถูกกว่านั้นคือ “ผลิตภัณฑ์ร่วม”) ของการหมักในโรงงานของเราจะถูกเปลี่ยนกลับไปเป็นดินในรูปแบบของปุ๋ย ซึ่งจะช่วยให้วัตถุดิบอย่างมันสำปะหลังและข้าวโพดเจริญเติบโต

Ajinomoto Group จะยังคงพัฒนาเทคโนโลยีการหมักต่อไป รวมไปถึงองค์ความรู้และความสามารถอื่นๆ ของเรา เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจที่ยั่งยืน และก้าวหน้าต่อไปในทั่วทุกมุมโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News