mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เลขาธิการ คปภ. ร่วมแถลงมาตรการพัฒนาตลาดทุนไทย ครั้งที่ 1/2563

เลขาธิการ คปภ. ร่วมแถลงมาตรการพัฒนาตลาดทุนไทย ครั้งที่ 1/2563 ขับเคลื่อนระบบประกันภัยรองรับสถานการณ์ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19)

       เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย ครั้งที่ 1/2563 โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กระทรวงการคลัง (สำนักงาน ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย (ตลท.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เพื่อหารือแนวทาง
ในการพัฒนาตลาดทุนไทย ให้ตลาดทุนสามารถส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยน และยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทย เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาสภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ 

        สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือในการเพิ่มมาตรการภายใต้แผนพัฒนาตลาดทุนไทย อันจะเป็นการปฏิรูปบทบาทของตลาดทุนให้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจ
ฐานราก ซึ่งเป็นรากฐานอันสำคัญของประเทศผ่านการใช้กลไกของตลาดทุนเป็นเครื่องมือสำคัญ ประกอบด้วยมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถและการเข้าถึงตลาดทุนของผู้ประกอบการ การพัฒนาทักษะทางการเงิน และการพัฒนา ตลาดทุนดิจิทัล

     เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้เสนอมาตรการ/แผนงานเพิ่มเติมในการปรับปรุงแผนพัฒนา  ตลาดทุนไทย ฉบับที่ 3 ดังนี้

  1. บูรณาการให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาทักษะทางการเงิน โดยได้นำประสบการณ์ของการดำเนินงาน
    ในโครงการต่างๆ ที่มีบทบาทและมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัย (Insurance literacy) และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ (1) โครงการ “คปภ. เพื่อชุมชน” ที่ได้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมา
    อย่างต่อเนื่องในการลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการประกันภัยที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละชุมชน รวมถึงแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริงเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึง
    ความจำเป็นและประโยชน์ของการประกันภัย และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม พร้อมกับประชาสัมพันธ์บทบาทและภารกิจของสำนักงาน คปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร (2) โครงการประกันภัยข้าวนาปีซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ร่วมกับโครงการอบรมความรู้ประกันภัย (Training for the Trainers) สำหรับการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งโครงการดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการมา
    อย่างต่อเนื่องใน 31 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี จำนวน 42 ล้านไร่ หรือประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีทั้งหมด (3) โครงการ OIC Gateway โดยดำเนินการพัฒนาระบบ OIC Gateway เพื่อส่งเสริมการใช้และพัฒนาเทคโนโลยีด้านการประกันภัยให้เกิดสังคมแห่งการเชื่อมโยงระหว่างกัน ส่งเสริมการใช้งานข้อมูลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งเสริมการทำงานเชื่อมโยงร่วมกันแบบอัตโนมัติ (Automation and Collaboration) (4) โครงการพัฒนา Chatbot “คปภ. รอบรู้” โดยเป็นระบบ AI ที่มีความสามารถในการประมวลภาษาไทย แยกแยะหาคำสำคัญที่ถามเข้ามา และค้นหาคำตอบส่งกลับไปโดยอัตโนมัติ (5) โครงการพัฒนา Applications สำหรับธุรกิจประกันภัย โดยมีการพัฒนา Application กลางสำหรับธุรกิจประกันภัย อาทิ Application คนกลาง ForSure เพื่อให้บริการข้อมูลด้านคนกลางประกันภัย ซึ่งถือเป็นช่องทางสำคัญในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย

ทั้งนี้ ได้เสนอให้มีการส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการเงินโดยเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อบรรจุความรู้ด้านการเงินลงในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่การศึกษาในระดับต้น และจัดทำคู่มือการเรียนการสอน ซึ่งสามารถออกแบบให้เหมาะสมและครอบคลุมความรู้เรื่องการเงินในประเด็นต่างๆรวมถึงเรื่องประกันภัยด้วย

  1. การศึกษาแนวทางพัฒนา ASEAN micro insurance product เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยมาตรฐาน สำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมีเงื่อนไขความคุ้มครองเดียวกัน และเบี้ยประกันภัยเท่ากัน สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ทุกที่ในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งพัฒนาช่องทางการเสนอขายที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกและทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด จะเริ่มต้นจากกรมธรรม์ประกันภัยไมโครอินชัวรันส์อุบัติเหตุ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีราคาถูก ความคุ้มครองไม่ซับซ้อน การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนไม่ยุ่งยาก โดยขณะนี้การดำเนินงานอยู่ในระยะที่ 2 คือ การหาพันธมิตรเครือข่าย ระหว่างภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย และความร่วมมือระหว่างสมาคมประกันภัยและบริษัทประกันภัยในแต่ละประเทศ
  2. โครงการศึกษาวิจัยการประกันภัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งได้ร่วมกับวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีข้อเสนอแนะให้มีการส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพความต้องการและความเสี่ยงและสอดคล้องกับสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในปัจจุบัน อาทิ การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long term care insurance) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในรายละเอียด

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ดำเนินการออกมาตรการในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน 5 ด้าน ดังนี้

  1. แถลงการณ์ยืนยันให้เกิดความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันภัยการเดินทางที่มีอยู่ในปัจจุบันครอบคลุมถึงการคุ้มครองโรคที่เกิดจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีการจัดทำผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่รองรับการคุ้มครองโรคที่เกิดจากไวรัสนี้โดยเฉพาะ โดยหากมีการขออนุมัติแบบกรมธรรม์ดังกล่าวจะอนุมัติให้แบบ fast track ซึ่งขณะนี้มีบริษัทประกันภัย 14 บริษัท ได้รับความเห็นชอบแบบผลิตภัณฑ์นี้
  2. สร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจประกันภัย โดยจัดทำ Stress test เพื่อทดสอบปัจจัยมหภาค การเคลมจากการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ หากสถานการณ์มีความรุนแรง ซึ่งผลการทดสอบพบว่า ธุรกิจประกันภัยมีความแข็งแกร่งและสามารถรองรับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาได้เป็นอย่างดี
  3. มีระบบการกำกับดูแล โดยการปรับกฎกติกาต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่น และพร้อมที่จะมีการทบทวนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์
  4. มีระบบการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ กรณีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
  5. มีระบบการดูแลภาคธุรกิจประกันภัยและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยการออกมาตรการต่าง ๆ ซึ่งได้ดำเนินการออกมาตรการในช่วงแรก 4 มาตรการ คือ (1) สนับสนุนส่งเสริมและเร่งอนุมัติผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยจากไวรัสโคโรนาโดยเฉพาะ (2) สนับสนุนส่งเสริมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยศึกษาและพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองนักท่องเที่ยว ซึ่งเกิดการเจ็บป่วยจากโรคไวรัสโคโรนา (3) ส่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจประกันภัย โดยจัดทำ Stress test เพื่อทดสอบปัจจัยมหภาค การเคลมจากการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยเพื่อเตรียมมาตรการรองรับ หากสถานการณ์มีความรุนแรง (4) เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ว่า กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และประกันภัยการเดินทางสามารถคุ้มครองหากเจ็บป่วยจากไวรัสโคโรนา  และต่อมาได้ออก 15 มาตรการ คือ ด้านการประกันชีวิต อาทิ ขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันชีวิตออกไปอีก 60 วันจากกำหนดระยะเวลาผ่อนผันเดิม ยกเว้นดอกเบี้ยกรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตสิ้นผลบังคับ หากผู้เอาประกันภัยขอต่ออายุ หรือขอกลับคืนสู่สถานะเดิม ภายใน 6 เดือน ผ่อนผันการกำหนดอัตราดอกเบี้ยในกรณีนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ หรือกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ผ่อนผันให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยในแต่ละงวด โดยไม่คิดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา
    6 เดือน ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีการเปลี่ยนแปลงเบี้ยงวดการชำระเบี้ยประกันภัยใด ๆ ก็ตาม หรือมีการชำระเบี้ยประกันภัยรายงวดที่น้อยกว่า 1 ปี ขอความร่วมมือให้บริษัทประกันชีวิตสามารถลดอัตราเบี้ยประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองสุขภาพ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเบี้ยประกันภัย มาตรการด้านประกันวินาศภัย อาทิ ผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันสุขภาพ หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่มี่ความคุ้มครองเดียวกัน ผ่อนผันให้ผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยเป็นรายงวดได้ สำหรับการประกันอัคคีภัยและการประกันภัยเบ็ดเตล็ด บริษัทอาจลดเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้เอาประกันภัยโดยตรงกับบริษัทได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของจำนวนเบี้ยประกันภัย
    มาตรการด้านคนกลางประกันภัย อาทิ ขยายระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทน-นายหน้าประกันภัย ให้ตัวแทน-นายหน้าประกันภัย งดการเข้าสอบเมื่อมีอาการไอ จาม หรือเป็นไข้ ชะลอหรืองดการเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรฯ ขอความร่วมมือหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบในการจัดอบรมตามหลักสูตรชะลอหรืองดการจัดอบรม โดยให้สิทธิ์ไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับการอบรมในครั้งต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองโรคไวรัสโคโรนา COVID-19 ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 70,000 ฉบับ โดยมีวงเงินความคุ้มครองรวมทั้งสิ้น 3,500 ล้านบาท

        ทั้งนี้ จะมีการหารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของการประกันชีวิต และการประกันวินาศภัยต่อไป

“สำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเต็มที่
โดยจะบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ภายใต้แผนพัฒนาตลาดทุนไทย ตลอดจนจะเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา COVID-19 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News