mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

“กรมปศุสัตว์”ขานรับแทรนด์“ออร์แกนิก”หนุนเกษตรกรผลิต-รุกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับชาติ

กระแสความห่วงใยและใส่ใจในเรื่องสุขภาพและเทรนด์(Trend)การบริโภคอาหารที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น ส่งผลให้การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือ “ออร์แกนิก” (Organic) เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้นที่มีการขับเคลื่อนส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ครอบคลุมทั้งสินค้าพืช ข้าว ปศุสัตว์ และประมง ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ปี 2560-2564 มุ่งสร้างกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์อินทรีย์แก้ปัญหาขาดแคลน พร้อมเพิ่มจำนวนชนิดสินค้าป้อนตลาดพรีเมี่ยม เพิ่มทางเลือกผู้บริโภคเพื่อสุขภาพ

               นายวีรชาติ  เขื่อนรัตน์  รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า  ในปี 2561 กรมปศุสัตว์ได้มีแผนเร่งขยายผลการส่งเสริมการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์อย่างต่อเนื่องตามนโยบายกระทรวงเกษตรฯ พร้อมร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติฯ โดยมุ่งขยายพื้นที่และเพิ่มปริมาณการผลิตสินค้าปศุสัตว์อินทรีย์ป้อนตลาดพรีเมียม เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มรักสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังมุ่งเพิ่มมูลค่าผลิตผลและผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์อินทรีย์ รวมทั้งเพิ่มการค้าและการบริโภคสินค้าปศุสัตว์อินทรีย์ในประเทศ ตลอดจนมุ่งยกระดับมาตรฐานและการรับรองสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับของตลาด ทังภายในและต่างประเทศ

                โดยในปี 2560 นี้ กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการฝึกอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์แก่เกษตรกรที่มีความพร้อมไปแล้วกว่า 230 ราย และได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อพัฒนาระบบการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ จำนวน 93 ฟาร์ม ตรวจรับรองฟาร์มมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์รวม 144 ฟาร์ม    อาทิ    ฟาร์มโคนมและน้ำนมดิบอินทรีย์  ฟาร์มไก่พื้นเมืองอินทรีย์  ฟาร์ม ไก่งวงอินทรีย์  ฟาร์มไก่ไข่อินทรีย์ และฟาร์มไก่เนื้ออินทรีย์ เป็นต้น

                  นอกจากนั้น ยังได้ตรวจรับรองโรงงานผลิตภัณฑ์น้ำนมพาสเจอร์ไรซ์อินทรีย์ 1 แห่ง โรงงานวัตถุดิบอาหารสัตว์อินทรีย์ (ปลาป่น) 2 แห่ง โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อไก่อินทรีย์ 1 แห่ง และรับรองมาตรฐานระบบการผลิตพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ 1 ราย ทั้งยังได้ร่วมพัฒนาตลาดสีเขียว จำนวน 17 แห่ง และสร้างฐานข้อมูลการปศุสัตว์อินทรีย์ 9 แห่งด้วย

               “จากกระแสการเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพและเทรนด์ (Trend) การบริโภคอาหารอินทรีย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กรมปศุสัตว์ได้มีเป้าหมายขยายพื้นที่ส่งเสริมการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ใน 24 จังหวัด และเพิ่มจำนวนสินค้าเป็น 5 ชนิด เพื่อสร้างความหลากหลายและขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค ประกอบด้วย โคนม ไก่ไข่ เป็ดไข่ ไก่งวง หมูหลุม และแปลงพืชอาหารสัตว์อินทรีย์  ซึ่งคาดว่า จะมีฟาร์มรายใหม่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ไม่น้อยกว่า 70 ฟาร์ม และฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วสามารถรักษาสถานภาพได้ไม่น้อยกว่า 70%” รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

             บริษัท ฮิลไทรบ์ ออร์แกนิคส์ จำกัด เป็นหนึ่งองค์กรที่ได้ร่วมส่งเสริมเกษตรกรชาวเขาบนพื้นที่สูงให้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์และผลิตไข่ไก่อินทรีย์ป้อนตลาด ทั้งภายในและต่างประเทศ  นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรชาวเขาแล้ว ยังช่วยสร้างแหล่งอาหารโปรตีนและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น

                 นายธนิต  ชมชื่น  ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ฮิลไทรบ์ ออร์แกนิคส์ จำกัด ตำบลเมืองชุม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย บอกว่า ผู้บริหารบริษัท ฮิลไทรบ์ฯได้มีนโยบายและเป้าหมายในการส่งเสริมพัฒนาสังคมและชุมชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวเขาบนพื้นที่สูงให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยบริษัทฯได้เข้ามาส่งเสริมชาวเขาเผ่าอาข่าและเผ่าปกาเกอะญอหรือกะเหรี่ยง ในพื้นที่หมู่บ้านห้วยน้ำเย็น ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ให้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากเดิม คือ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และทำไร่เลื่อนลอย เข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งบริษัทฯได้ช่วยเหลือชาวเขาที่เข้าร่วมโครงการโดยจัดหาปัจจัยการผลิตให้ฟรี ทั้งพันธุ์ไก่ไข่ อาหารสัตว์อินทรีย์ เช่น ปลายข้าวและรำอินทรีย์ ข้าวโพดอินทรีย์ และกากถั่วเหลืองอินทรีย์ เป็นต้น พร้อมจัดอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ มีนักสัตวบาลคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตลอดจนรับซื้อผลผลิตไข่ไก่อินทรีย์คืนจากเกษตรกรด้วย สามารถช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้ชาวเขาอย่างยั่งยืนและสอดคล้องตามหลักเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง

               โดยแรกเริ่มได้คัดเลือกชาวเขาที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการฯ 1 กลุ่ม จำนวน 4 ฟาร์ม ปัจจุบันมีฟาร์มไก่ไข่อินทรีย์ในเครือข่ายฮิลไทรบ์บนดอยวาวี 11 กลุ่ม จำนวน 52 ฟาร์ม รวมพื้นที่กว่า 90 ไร่ เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ฟาร์มละ 600-700 ตัว หรือรวมกว่า 31,500 ตัว ซึ่งบริษัทฯเน้นให้เกษตรกรเลี้ยงแบบปลอดการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะทุกชนิด ทั้งยังให้ปล่อยเลี้ยงแบบอิสระ มีร่มไม้และโรงเรือนให้ไก่หลบแดดฝน  จัดทำคอนนอนและทำรังให้โดยใช้วัสดุหาง่ายในท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังให้ไก่ได้รับอาหารอินทรีย์และน้ำอย่างเพียงพอ และได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น คุ้ยเขี่ยอาหาร และคลุกฝุ่น เป็นต้น ทำให้แม่ไก่อารมณ์ดี และได้ผลผลิตไข่ไก่อินทรีย์ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เช่น มีคลอเลสเตอรอลน้อยกว่าไข่ไก่ปกติ และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงกว่าไข่ไก่ปกติถึง 3 เท่า

               ทั้งนี้ ฮิลไทรบ์ได้ส่งเสริมให้ฟาร์มเครือข่ายยกระดับเข้าสู่มาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ โดยมีฟาร์มไก่ไข่อินทรีย์ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ (มกษ.9000-2552 และ มกษ.9000-2554) จากกรมปศุสัตว์แล้ว จำนวน 47 ฟาร์ม และกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์เพิ่มอีก 5 ฟาร์ม ขณะเดียวกันยังได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์จาก ม.ก.ท.ด้วย

             "ทุกวันเกษตรกรเครือข่ายจะเก็บไข่ไก่อินทรีย์ส่งขายให้กับบริษัทฯ ได้ผลผลิตรวมวันละ ประมาณ 15,000-17,000 ฟอง โดยบริษัทจะรับซื้อไข่อินทรีย์เกรดคละ (ยกเว้นไข่แตกและฟองที่เล็กเกินไป) ราคารับซื้อฟองละ 0.80 บาท สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรเครือข่ายสูงถึงเดือนละ 9,000-15,000 บาท โดยแต่ละเดือนสามารถนำรายได้เข้าสู่ชุมชนไม่น้อยกว่า 400,000 บาท ดีกว่าการปลูกพืชหมุนเวียน เช่น ข้าวโพด ถั่ว ขิง และฟักทอง ซึ่งเกษตรกรจะมีรายได้เฉลี่ย 1,500 บาท/เดือนเท่านั้น"นายธนิต กล่าว

               อย่างไรก็ตาม ผลผลิตไข่ไก่อินทรีย์ทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่โรงคัดบรรจุมาตรฐาน GMP ทำการคัดเกรด แพคกิ้ง และป้อนเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ได้แก่ ท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ต, วิลล่ามาร์เก็ต, เทสโก้โลตัส, แม็กซ์เวลู, เดอะมอลล์, ฟู้ดแลนด์, ร้านริมปิง, ร้านฟูจิ และส่งให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ด้วย นอกจากนั้น ฮิลไทรบ์ยังส่งออกไข่ไก่อินทรีย์ไปยังฮ่องกง เดือนละกว่า 20,000 ฟอง และอีกส่วนหนึ่งแปรรูปเป็นเต้าหู้ไข่อินทรีย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความหลากหลายของสินค้า ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ซึ่งอนาคตได้มีแผนขยายกำลังการผลิตไข่ไก่อินทรีย์เพิ่มขึ้น เป้าหมายไม่น้อยกว่า 20,000 ฟอง/วัน พร้อมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภคสูงขึ้น

                 ด้าน คุณป้ามาบือ แสนโชติอรุณ ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงวัย 62 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ของฮิลไทรบ์ กล่าวว่า เดิมทำอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ควบคู่กับทำสวนลิ้นจี่ พออายุมากขึ้นไม่สามารถทำงานหนักได้ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์กับบริษัท ฮิลไทรบ์ฯ  เพราะไม่ต้องใช้ยาและสารเคมี โดยปรับพื้นที่สวนลิ้นจี่เสื่อมโทรม ประมาณ 1.5-2 ไร่ มาทำฟาร์มไก่ไข่อินทรีย์ แบ่งพื้นที่จัดทำโรงเรือนเลี้ยงไก่ ภายในมีคอนนอนและรังไข่ พื้นที่ให้น้ำและอาหาร พื้นที่สำหรับปล่อยเลี้ยงอิสระ  มีแท้งค์กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฟาร์ม  และคอกพักไก่ป่วยแยกต่างหาก

              "ป้าไม่ได้ลงทุนอะไรเลย เพราะบริษัทฯช่วยเหลือทั้งหมดทั้งพันธุ์ไก่ไข่ จำนวน 700 ตัว และอาหารอินทรีย์ ป้าลงเพียงแรงในการเลี้ยงและดูแลไก่ไข่อินทรีย์ภายในฟาร์ม ทุกวันป้าจะไปเบิกอาหารอินทรีย์นำมาเลี้ยงไก่ไข่  พร้อมให้น้ำ ทำความสะอาดบริเวณเล้าและฟาร์ม และเก็บไข่ไก่อินทรีย์นำไปขายคืนให้กับบริษัท ฟองละ  0.80 บาท ได้ผลผลิตวันละ 450-460 ฟอง  มีรายได้รวมไม่น้อยกว่า 10,000 บาท/เดือน ระยะเวลาเกือบ 3 ปี ที่ป้าเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ป้ามีความสุขมาก ทำให้ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ต้องทำงานหนัก สุขภาพก็ดี  อยากทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีแรงทำ และอยากให้บริษัทปรับขึ้นราคาไข่ไก่อินทรีย์เป็น 1 บาท จะดีที่สุดและขอบพระคุณมาก"  คุณป้ามาบือ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News