mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บมจ.โอสถสภา โชว์ผลงานปี 62 ทำกำไรสุทธิ 3,259 ล้านบาทลุยสร้างนวัตกรรมและบุกธุรกิจต่างประเทศ

‘บมจ.โอสถสภา (OSP)’  รายงานรายได้จากการขายในปี 2562 ที่ 25,611 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,259 ล้านบาท มีผลดำเนินงานเติบโต 5.4% ตามแผน ด้วยศักยภาพการดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศเติบโตทุกเซกเมนต์ ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลขยายตัวโดดเด่น และโครงการ Fit Fast Firm ทำได้ดีกว่าแผน ช่วยบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น ด้านบอร์ดฯ เห็นชอบจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2562 จำนวน 1.0 บาทต่อหุ้น พร้อมตั้งเป้าเติบโตเลข 2 หลัก ในปี 2563

นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหารและ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2562 ว่า OSP สามารถสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไรสุทธิได้ตามเป้าหมาย โดยมีรายได้จากการขาย 25,611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากปี 2561 และมีกำไรสุทธิ 3,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากปี 2561 โดย OSP ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่มีส่วนแบ่งตลาดรวม 53.5% และตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์ (Functional Drink) ที่มีส่วนแบ่งตลาดรวม 33.3% โอสถสภาในฐานะผู้นำตลาดมีส่วนสำคัญในการผลักดันตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังให้เติบโต 5.7% และตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์ที่เติบโต 19.3% ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ส่วนการบริหารต้นทุนในโครงการ Fit Fast Firm นั้น ทำได้ดีกว่าแผน ช่วยลดต้นทุนได้ถึง 775 ล้านบาท

สำหรับเครื่องดื่มบำรุงกำลังเอ็ม-150 ยังคงความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ทั้งการออกสินค้าใหม่ สูตรกระชายดำผสมน้ำผึ้ง เพื่อตอบรับเทรนด์สมุนไพรที่กำลังมาแรง รวมถึงแคมเปญแต้มเอ็ม แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างลอยัลตี้ในระยะยาว ส่วน ‘ซี-วิต’ เป็นอีกแบรนด์ที่เติบโตโดดเด่นถึง 46.1% จากปีก่อน ครองความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์ (Functional Drink) โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 25.6% และ ‘เปปทีน’ เติบโตอย่างต่อเนื่องหลังออกผลิตภัณฑ์ ‘เปปทีนพลัส’ ในระหว่างปี นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ แบรนด์ ‘วีพลัส’ เครื่องดื่มผสมเกลือแร่วิตามิน, แบรนด์ ‘สลิมม่า’ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใยอาหาร แอลคาร์นิทีน และวิตามินบี ช่วยลดการดูดซึมและเผาผลาญไขมัน และแบรนด์ ‘เปปทีน โกลด์’ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเสริมภูมิต้านทาน โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้เจาะผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มและจัดจำหน่ายในช่องทาง เฉพาะ (Selective Channel) เช่น ช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่เติบโตอย่างมากในปีที่ผ่านมา ส่วนตลาดต่างประเทศยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ณ อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดเมียนมาร์ซึ่งเป็นตลาดหลักในต่างประเทศ

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลนั้น มีการเติบโตที่โดดเด่นผ่านการออกผลิตภัณฑ์และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มีการ Crossover ระหว่างผลิตภัณฑ์ลูกอมสู่ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล นำกลิ่นหอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกอมโอเล่รสสตรอเบอร์รี่ไปต่อยอดเป็นสินค้าอื่นๆ สร้างกระแสในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยแบรนด์ ‘เบบี้มายด์’ ออกผลิตภัณฑ์เบบี้มายด์ เบบี้ครีม แอนตี้ โพลูชั่นช่วยปกป้องผิวลูกน้อยจากมลภาวะและฝุ่น PM 2.5 รวมถึงแบรนด์ ‘ทเวลฟ์ พลัส’ และ ‘เอ็กซิท’ ก็ขยายตัวโดดเด่นจากการทำแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จครั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 จึงลงมติเสนอจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานปี 2562 ในอัตรารวม 1.0 บาทต่อหุ้น เป็นเงินจำนวน 3,004 ล้านบาท  ซึ่งแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.35 บาทต่อหุ้น และที่เหลือ 0.65 บาทต่อหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 โดยจะขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เมษายน 2563

นายเพชร กล่าวว่า “ในปี 2562 ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นปีที่การลงทุนในด้านนวัตกรรมได้แสดงผลให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะการต่อยอดทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และมั่นใจได้ว่าจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในปีนี้อย่างแน่นอน ส่วนการร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นในการบุกตลาดใหม่ๆ และธุรกิจใหม่ๆ ในต่างประเทศนั้น ก็เป็นไปตามแผน บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายการเติบโตในปี 2563 ไว้ที่เลข 2 หลัก ”

สำหรับแผนลงทุนปีนี้ บริษัทฯ  อยู่ระหว่างดำเนินการขยายกำลังการผลิตการบรรจุเครื่องดื่มในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปีนี้ และดำเนินการก่อสร้างโรงงานขวดแห่งใหม่ในประเทศเมียนมาร์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในท้องถิ่น คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 ในขณะที่โรงงานเครื่องดื่มในเมียนมาร์ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์และเตรียมเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาสที่ 1 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีขึ้น และช่วยเพิ่มอัตราการทำกำไรได้อย่างดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News