mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ช่างชาวนา

กาลเวลาผ่าน กระดูกสันหลังของชาติก็ก้าวสู่วัยชรา เพราะขาดคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน คำถามคือแล้วจะทำอย่างไรให้ผืนนาไทยผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ให้คนเดิมที่มีความรักต่อท้องนายังสามารถทำนาต่อแม้ร่างกายจะเริ่มอ่อนแรง และให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจ นำความเชี่ยวชาญเท่าทันต่อยุคสมัยของพวกเขามาพัฒนาผืนนาไทยอย่างยั่งยืน

ทองหล่อ ขวัญทอง นักวิจัยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เล่าถึงบทบาทของตนในการเป็นทั้งนักวิจัยและชาวนาแดนอีสานจังหวัดยโสธรว่า คน (ชาวนา) ที่นี่รวมตัวกันเป็นกลุ่มอย่างอิสระโดยไม่ได้ผ่านการจัดตั้งของรัฐ จึงมีความคิดค่อนข้างนอกกรอบ คิดที่จะพึ่งพาตนเองให้ได้มาก มีอิสระในการผลิตเมล็ดพันธุ์และการปลูกข้าว พวกเขาต่างทำนากันด้วยความรักโดยไม่ได้สนใจกาลเวลา มารู้ตัวอีกทีก็อายุ 60 – 70 ปีเข้าไปแล้ว แม้จะอยากทำนาต่อเพื่อเติมเต็มชีวิตแต่ร่างกายก็เริ่มอ่อนแรง สิ่งที่ต้องคิดต่อจึงเป็นเรื่องว่าจะทำอย่างไรให้ผืนนาแห่งนี้อยู่ต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งคำตอบที่หนีไม่พ้นก็คือการเผชิญหน้ากับปัญหา ปรับวิถีการทำนาให้สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อส่งต่อการทำงานนี้ไปสู่ลูกหลานคนรุ่นใหม่ ให้พวกเขาทำหน้าที่สืบทอดต่อด้วยความรัก ความหวงแหน และความภาคภูมิใจ

จากโจทย์คำว่า “การปรับวิถีการทำนาให้สอดคล้องกับยุคสมัย” นี้เอง จึงทำให้เกิดการระดมกลุ่มคนเพื่อสร้างสรรค์วิธีการทำนาที่ตอบโจทย์พื้นที่และแรงงาน ด้วยการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม “ช่างชาวนา” เพื่อยกระดับเครื่องมือการทำนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“การเกิดขึ้นของกลุ่มช่างชาวนา เริ่มต้นจากการช่วยกันสืบย้อนว่า มีเครื่องมือการทำนาที่ผ่านการออกแบบให้สอดรับกับบริบทของพื้นที่อยู่ที่ใดบ้าง มาจากช่างฝีมือคนไหน แล้วจึงช่วยกันออกตระเวนหาช่างเหล่านั้น ช่างที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน และพร้อมจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนได้พบกับช่างรายย่อยที่อยู่ใกล้ชิดกับคนในชุมชนต่าง ๆ ช่างที่รู้ว่าคนในชุมชนมีเครื่องจักรประเภทไหน และรู้ว่าจะต่อเติมเพิ่มสมรรถนะให้กับเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมอย่างไร เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานจริง”

เมื่อรวมตัวกันเป็นกลุ่มช่างชาวนาได้ 10 คน เครื่องมือแรกที่ถูกพัฒนามาจากโจทย์ปัญหาที่หนักหนาสุดของชาวนาอีสาน “ปัญหาหลักคือคนอีสานทำนาดำไม่ค่อยได้ เพราะฝนไม่ตกตามฤดูกาล การจะทำนาหว่านก็ไม่เหมาะกับบริบทการทำเกษตรแบบอินทรีย์ของคนที่นี่ เพราะต้องใช้ยาในการฆ่าหญ้า ประกอบกับชาวนาในกลุ่มส่วนใหญ่ก็ทำในส่วนของการผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะต้องใช้ความละเมียดละไมในการปลูกมากกว่าข้าวทั่วไป วิธีการทำนาที่จะตอบโจทย์ที่สุดจึงเป็นการทำ ‘นาหยอด’ ดังนั้นเครื่องมือแรกที่กลุ่มช่างสร้างสรรค์จึงเป็น ‘เครื่องหยอดข้าว’ ซึ่งได้เครื่องต้นแบบมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วจึงนำมาปรับให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ยโสธรซึ่งเป็นดินทราย หลังจากพัฒนาตัวต้นแบบ (Prototype) เสร็จ จึงได้นำไปให้กลุ่มเป้าหมายทดลองใช้งานจริงอีกหลายครั้ง เพื่อเก็บข้อมูลมาพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง

แนวคิดของกลุ่มคือการสร้างอุปกรณ์การทำนาที่ตอบโจทย์พื้นที่และการเปลี่ยนแปลงไปของแรงงาน ทำอย่างไรจะทุ่นแรงให้ได้มากขึ้น ใช้แรงงานให้น้อยลง แทนการจ้างแรงงานมาทำนา และปรับผืนนาให้สอดรับกับเครื่องมือที่นายทุนผลิต ตอนนี้สามารถผลิตเครื่องหยอดข้าวต้นแบบที่เหมาะกับพื้นที่โจทย์ได้แล้ว ไม่เพียงหยอดข้าวได้ดี แต่ยังมีขนาดเครื่องยนต์เล็กเหมาะกับการทำงานในผืนนาขนาดย่อม และยังมีน้ำหนักที่เบาพอจะให้คนชราและคนรุ่นใหม่ทำนาได้ไม่ลำบากเหนื่อยยากเหมือนแต่เดิม นอกจากนั้นยังมีอีกเครื่องมือหนึ่งที่กลุ่มช่างได้พัฒนาควบคู่กันไป เพราะเป็นปัญหาใหญ่ของคนทำนาแบบปลอดสารในพื้นที่เช่นกัน คือ ‘เครื่องกำจัดวัชพืช’ ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาให้สมบูรณ์”

เครื่องมือที่ช่างชาวนาพัฒนาขึ้นไม่เพียงทุ่นแรง แต่ยังทำให้ผืนนาแห่งนี้มีมูลค่าสูงขึ้น จากการที่ชาวนาสามารถกำหนดชะตาชีวิตได้ด้วยตนเอง “แน่นอนสิ่งแรกที่เกิดขึ้นกับนาที่ใช้เครื่องมือของช่างชาวนา คือ ‘ต้นทุนลดลง’ เพราะเครื่องมือที่ผลิตขึ้นมีราคาเพียงหลักหมื่นต้น ๆ แตกต่างจากเครื่องมือที่ผลิตโดยบริษัทใหญ่ราคาหลักแสนหลักล้าน ประกอบกับการที่เครื่องยนต์มีกลไกการทำงานไม่ซับซ้อน จึงเหมาะกับการซื้อไปใช้ในทุกชุมชนหรืออาจไปถึงทุกครัวเรือน จะคนวัยไหนก็สามารถใช้งานได้สะดวก จึงลดต้นทุนแรงงานจากที่จะต้องจ้างคนมาช่วยทำนา ประเด็นที่สอง คือ ‘กำหนดชะตาชีวิตได้ด้วยตัวเอง’ เพราะการที่ต้องอาศัยแรงงานผู้อื่นในการทำนา บางครั้งอาจทำให้เวลาทำนาคลาดเคลื่อน ซึ่งแท้จริงแล้วหากพลาดไปจากเวลาที่เหมาะสมเพียงวันหรือสองวันบางครั้งก็เหมือนพลาดไปเป็นปี ชาวนาอีสานจึงต้องทันต่อช่วงการมาของน้ำและสภาพของดินที่เหมาะสม ประเด็นสุดท้ายคือการ ‘ลดการสูญเสีย’ เพราะการที่สามารถควบคุมคุณภาพในการปลูกได้มากขึ้น จึงใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ลดลงกว่าครึ่ง และใช้เวลาในการทำนาลดลงด้วยเช่นกัน สามารถนำเวลาที่เหลือไปใช้ในการทำเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์หรือสร้างรายได้เพิ่ม ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนรายได้ก็ถือว่าเพิ่มขึ้นอีกกว่าครึ่งจากรายได้เดิม”

การสร้างสรรค์เครื่องมือของกลุ่มช่างชาวนา อยู่บนความหวังว่าจะทำให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจผืนนาที่จะเป็นมรดกตกทอดไปสู่ตน “ก็หวังว่าเทคโนโลยีที่สะดวกสบายขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น และมีความมั่นคงในการทำงาน เพราะมีตลาดอาหารปลอดสารพิษที่พร้อมรับสินค้าและให้ราคาที่ค่อนข้างดีโดยตลอด จะทำให้พวกเขาหันมาสนใจ รู้สึกหวงแหน และเกิดเป็นความรักต่อไป หวังว่าพวกเขาจะนำความรู้ความเชี่ยวชาญของคนรุ่นใหม่มาพัฒนาต่อยอดให้ผืนนาแห่งนี้งดงามและงอกเงยยิ่งขึ้น”

ก้าวต่อไปของกลุ่มช่างชาวนา ไม่เพียงจะมีการพัฒนาเครื่องมือจากความต้องการของผู้ใช้งานจริงให้มากขึ้น “กลุ่มช่างนากำลังเดินหน้าไปสู่การขยายวงกว้างในหลายมิติ ทั้งในการรวมตัวของกลุ่มช่างที่มากขึ้น การขยายขอบเขตองค์ความรู้เชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี เช่น อาจารย์จากมหาวิทยาลัย และขยายการใช้งานเทคโนโลยีไปสู่วงกว้าง โดยการจัดตั้งพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้ได้ในพื้นที่เครือข่ายจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งจะขยายวงกว้างต่อไปในอนาคต”

สักวันผืนนาไทยอาจมีคนรุ่นใหม่มาเป็นผู้ขับเคลื่อนสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยความรัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News