สมอ.แก้ไขมาตรฐานเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนและเย็น มีผลบังคับใช้ 27 พฤศจิกายนนี้

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุ ตสาหกรรม (สมอ.) แก้ไขมาตรฐานเหล็ก 2 มาตรฐาน เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรู ป เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี การผลิต และการใช้งานในปัจจุบัน หลังเวียนร่างมาตรฐานขอรับข้อคิ ดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ วตราพระราชกฤษฎีกา มีผลใช้บังคับ 27 พฤศจิกายน 2560 นี้

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการ สมอ. เปิดเผยว่า เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป ประกาศใช้ครั้งแรกเป็ นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ แผ่นหนา และแผ่นบาง สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป มาตรฐานเลขที่ มอก.1479-2541 และเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรู ป ประกาศใช้ครั้งแรกเป็ นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าคาร์บอนรีดเย็น แผ่นม้วน แผ่นแถบ และแผ่นตัด สำหรับงานทั่วไปและงานขึ้นรูป มาตรฐานเลขที่ มอก. 2012-2543 โดยมาตรฐานทั้ง 2 เรื่อง เป็นมาตรฐานบังคับ ต่อมา สมอ. ได้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานให้มี ความเหมาะสมยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิ ตและความก้าวหน้าทางวิชาการ ตลอดจนการใช้งานในปัจจุบัน เมื่ อนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภั ณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) พิจารณาแล้ว กมอ. มีมติเห็นชอบและให้ สมอ. ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่ อไป ซึ่ง สมอ. ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็ นของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรื อผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 18 แห่ง พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิ ตภัณฑ์เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าทรงแบนรี ดเย็น สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรู ป ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป

เมื่อมาตรฐานใหม่ทั้งมาตรฐานผลิ ตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก. 1479-2558 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรู ป มอก. 2012-2558 มีผลบังคับให้ใบอนุญาตทำหรื อนำเข้าตาม มอก. 1479-2541 และ มอก. 2012-2543 จะสิ้นอายุ และผู้ทำ ผู้นำเข้า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องขอรั บใบอนุญาตตามมาตรฐานใหม่ โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุ ญาตให้ทำตาม มอก. 1479-2541 จำนวน 35 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 125 ราย และมีผู้ได้รับอนุญาตให้ทำตาม มอก. 2012-2543  จำนวน 28 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 153 ราย ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการรักษาสิ ทธิ์ในการผ่อนผันเพื่อประกอบกิ จการตามใบอนุญาตเดิม จะต้องยื่นคำขอกับ สมอ. ก่อนวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 เท่านั้น ซึ่งสามารถผ่อนผันให้ดำเนิ นการตามใบอนุญาตเดิมได้ไม่เกิน 1 ปี

เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ได้ตรวจติดตามผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญด้ านการตรวจสอบและกำกับติ ดตามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ สมอ. และเป็นมาตรการหนึ่ งของกระทรวงอุตสาหกรรมในการปกป้ องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รั บความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และปกป้องผู้ประกอบการที่ดีที่ ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายให้ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมทั้งสร้างความเข้ าใจในการจำหน่ายสินค้าที่ต้ องเป็นไปตามมาตรฐานแก่ผู้จำหน่ ายในท้องตลาด จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมู ลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ และอย่าได้หลงเชื่อซื้อผลิตภั ณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อใช้แล้วอาจเกิดอั นตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.