สสว.พาSMEs เจรจาธุรกิจการค้ากับศรีลังกาได้ออร์เดอร์131ล้าน

สสว.พาSMEs เจรจาธุรกิจการค้ากับศรีลังกาได้ออร์เดอร์131ล้าน

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  เปิดเผยความสำเร็จในการพาผู้ประกอบการติดตามคณะรองนายกรัฐมนตรี   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปกรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ ได้มีการทำกิจกรรมด้านการค้า การลงทุนร่วมกัน ระหว่างไทยกับศรีลังกา โดยมีเป้าหมายต้องการให้มูลค่าทางการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีในปัจจุบัน เป็นไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ในอนาคต  ในส่วนของสสว.ได้นำผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 15 ราย ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ 27 ราย รวมเป็นผู้ประกอบการ 42 ราย พบกับผู้ซื้อจากประเทศศรีลังกา ซึ่งได้ผลดีเกินคาด โดย SMEs จำนวน 15 ราย ที่ สสว.พาไป มีมูลค่าการสั่งซื้อทันทีจากศรีลังกา รวม 131 ล้านบาท สำหรับสินค้าที่ได้รับความสนใจอันดับ 1 ได้แก่ ครีมทาหน้าและเครื่องสำอาง ประเภท whitening  ซึ่งเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม และผู้ขายเป็น SMEs ประเภท Start up ด้วย  รองลงมาเป็น ผลิตภัณฑ์สปา อัญมณี  และอาหาร  ประเภทอาหารที่ ศรีลังกา ให้ความสนใจมากคือ ข้าวต้มมัด ไส้กล้วย และไส้เผือก บรรจุในซอง สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 ปี โดยรสชาติไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นนวัตกรรมอีกชนิดหนึ่งของ SMEs ไทย

นอกเหนือจากการสั่งซื้อสินค้า จำนวน 131 ล้านบาทแล้ว นักธุรกิจจากศรีลังกายังได้ติดต่อเพื่อสั่งซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวข้างต้นจาก SMEs ไทยในอนาคตอย่างต่อเนื่อง  จึงถือว่าการเดินทางไปในครั้งนี้ เป็นการเปิดตลาดสินค้าอุปโภค บริโภค และอัญมนีที่สำคัญของ SMEs ไทย เพราะศรีลังกาจะเป็นประตูการค้าออกไปยังประเทศอินเดียทางตอนใต้ รวมทั้งประเทศในมหาสมุทรอินเดีย ที่สำคัญของประเทศไทยได้ต่อไป

นอกจากนั้นศรีลังกา ยังเน้นเป็นอย่างมากในความพยายามพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เพราะมีความงามตามธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่เป็นจุดเด่น ซึ่ง  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีดำริให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ให้การสนับสนุน อย่างไรก็ดี การพัฒนาแห่งท่องเที่ยวให้น่าดึงดูดใจ จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อรองรับ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร รวมทั้งสินค้าท้องถิ่น OTOP ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้คือ  SMEs ในแต่ละท้องถิ่น   ดังนั้น สสว. จะร่วมมือกับ ททท. เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวกับประเทศศรีลังกาต่อไป  ซึ่งในขั้นต้นน่าจะเป็นการเชิญศรีลังกา มาดูงานการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา รวมไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีอยู่มากมายและกระจายตัวทั่วภูมิภาคของประเทศ

ทั้งนี้  ศรีลังกาเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทย ในภูมิภาคเอเชียใต้ ในขณะที่ไทยเป็นคู่การค้าอันดับที่ 4 ของศรีลังกาในภูมิภาคอาเซียน (รองจากสิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย) การค้าระหว่างไทยและศรีลังกาในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 521.26 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2558 การค้ารวมมีมูลค่า 488.06 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.12 ของการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 380.02 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปศรีลังกา ได้แก่ ผ้าผืน ปลาแห้ง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำตาลทราย เม็ดพลาสติก ยางพารา เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์กระดาษ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับอัญมณี ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องจักรไฟฟ้า กาแฟ ชา เครื่องเทศ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น

ข่าวเกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published.