อัยการยื่นฟ้อง“ยิ่งลักษณ์” ศาลนัดฟังคำสั่ง19มี.ค.นี้

อัยการยื่นฟ้อง“ยิ่งลักษณ์” ศาลนัดฟังคำสั่ง19มี.ค.นี้

นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขานุการแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา แถลงชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดี ภายหลังอัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการในโครงการรับจำนำข้าว ว่า แม้การยื่นฟ้องครั้งนี้จำเลยจะไม่มาศาลแต่ อัยการสามารถยื่นฟ้องคดีได้ โดยศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ โดยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระบุว่า เมื่ออัยการสูงสุดหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้องคดีต่อศาลให้ประธานศาลฎีกาเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือกองค์คณะผู้พิพากษาจำนวน 9 ท่าน โดยวิธีลงคะแนนลับ เมื่อได้องค์คณะจะประกาศรายชื่อองค์คณะไว้ที่ศาลฎีกาภายใน 5 วันนับจากวันประชุมใหญ่ เพื่อให้คู่ความทราบและมีโอกาสคัดค้านผู้พิพากษาที่ได้รับเลือก ต่อมาองค์คณะผู้พิพากษาที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่จะเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนโดยวิธีลงคะแนนลับ จากนั้นจะร่วมกันพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ หากเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายศาลจะประทับรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา กำหนดวันพิจารณาคดีครั้งแรกและส่งสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยให้มาศาลในวันนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อให้การต่อสู้คดี และกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐาน หากโจทก์นำตัวจำเลยมาศาลในวันฟ้อง ผู้พิพากษาจะพิจารณาในการขังหรือปล่อยตัวชั่วคราว

สำหรับสำนวนคำฟ้องของโจทก์ได้ยื่นฟ้องใน 2 ข้อหา คือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมาอาญามาตรา 157 ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ2,000 -20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 ระวางโทษจำคำ 1-10 ปี ปรับ20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในส่วนของท้ายคำฟ้องอัยการไม่ได้ระบุว่าขอคัดค้านกาประกันตัวหรือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เพราะเป็นอำนาจการพิจารณาของศาล

 

ขณะที่ นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงขั้นตอนการยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า อัยการได้เรียบเรียงคำฟ้องครบถ้วนสมบูรณ์ยื่นให้ศาลพิจารณาพร้อมกับนำเอกสารจำนวนมากตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะทำงานทั้ง 2 ฝ่ายได้รวบรวมส่งให้ศาล ทั้งนี้ขั้นตอนตามกฎหมายภายหลังการฟ้องคดีที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะเลือกองค์คณะผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาคดีนี้ 9 ท่าน โดยเลือกจากผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน จากนั้นองค์คณะจะประชุมเพื่อเลือกเจ้าของสำนวน 1 ท่าน และพิจารณาคำฟ้องของอัยการ หากไม่มีการแก้ไขศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องและกำหนดวันให้คู่ความมาศาล ในส่วนของอัยการจะตั้งคณะทำงาน 6 คน ขึ้นรับผิดชอบสำนวนคดีโดยมีนายสุรศักดิ์เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

 

ส่วนกรณี หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการเดินทางไปต่างประเทศจะขออนุญาตกับหน่วยงานใดนั้น นายชุติชัย กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบหมายให้ทนายความยื่นเอกสารชี้แจงสาเหตุที่ไม่เดินทางมาศาล ซึ่งสามารถกระทำได้ จึงทำให้คดียังไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาล ในระหว่างนี้หากประสงค์เดินทางไปต่างประเทศคงต้องขออนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างไรก็ตาม ภายหลังอัยการยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์มีฐานะเป็นจำเลยในคดีแล้ว และสามารถมาศาลได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดนัดฟังคำสั่งในวันที่ 19 มี.ค. หรือวันที่ศาลมีหมายเรียกให้มาศาลครั้งแรก สำหรับการบรรยายคำฟ้องในคดีอัยการได้ระบุถึงความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวตามที่ป.ป.ช.ตรวจสอบพบในช่วงแรก แต่ตัวเลขความเสียหายที่บรรยายฟ้องยังไม่ใช่ความเสียหายที่แท้จริงคือ 600,000 ล้านบาท แต่จำนวนตัวเลขไม่ใช่สาระสำคัญเพราะอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา เพียงแค่พบความเสียหายก็ถือว่าความผิดสมบูรณ์แล้ว ในส่วนคดีแพ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังซึ่งในที่สุดจะถูกส่งมาให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง โดยคดีละเมิดทางแพ่งมีอายุความ 1 ปี

 

ด้าน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายเอนก คำชุ่ม และนายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหามายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อแจ้งต่ออัยการสูงสุดว่าอดีต นายกรัฐมนตรีจะไปรายงานตัวในชั้นศาลเมื่อศาลประทับฟ้องและเรียกตัว เนื่องจากอดีตนายกฯยังอยู่ในสถานะเพียงผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาเท่านั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published.